Social :

เปิดรายชื่อจังหวัด "ล็อกดาวน์ ปิดทางเข้า-ออก" สกัดโควิด-19

31 มี.ค. 63 17:03
เปิดรายชื่อจังหวัด "ล็อกดาวน์ ปิดทางเข้า-ออก" สกัดโควิด-19

เปิดรายชื่อจังหวัด "ล็อกดาวน์ ปิดทางเข้า-ออก" สกัดโควิด-19

เปิดรายชื่อจังหวัด "ล็อกดาวน์ ปิดทางเข้า-ออก" สกัดโควิด-19


จากวิกฤตโควิด-19 แพร่ระบาดในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ที่ยอดผู้ติดเชื้อในประเทศไทยขณะนี้ (30 มีนาคม 63) อยู่ที่ 1,524 คน เสียชีวิต 9 ราย รักษาตัวอยู่ รพ. 1,388 คน และรักษาหายแล้ว 127 คน

เมื่ออยู่ในสภาวการณ์ของโรคระบาด ทำให้หลายจังหวัดมีมาตรการการปิดพื้นที่เสี่ยงเพื่อลดการแพร่ระบาดของโรค แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นบางจังหวัดก็เลือกที่จะ "ล็อกดาวน์" ปิดเมือง ปิดทางเข้า-ออก เพื่อป้องกันและสกัดโรค-19
มาดูกันว่ามีจังหวัดไหนบ้าง ที่เลือก "ล็อกดาวน์" ปิดทางเข้า-ออก ของจังหวัด
จ.ปัตตานี

นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ได้มีคำสั่งเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2563 ประกาศให้จังหวัดปัตตานีเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการติดต่อเชื้อโรคโควิด – 19 ทั้งจังหวัด โดยให้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด

ห้ามประชาชนเดินทาง เข้า – ออก ข้ามเขตพื้นที่จังหวัดปัตตานี อันเนื่องมาจาก เป็นพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการติดต่อเชื้อโรคโควิด – 19 เว้นแต่ เพื่อประโยชน์ในการรักษาพยาบาล การทำให้ปลอดภัยจากเชื้อโรค การป้องกันโรค การขนส่งสินค้าที่จำเป็น สินค้าอุปโภค - บริโภค อุปกรณ์เครื่องมือเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ ยานพาหนะเพื่อการกู้ชีพ กู้ภัยฉุกเฉิน รถพยาบาล และยานพาหนะ ของทางราชการ หรือได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ทั้งนี้ ผู้ได้รับการยกเว้นต้องปฏิบัติ ตามมาตรการป้องกันโรคตามที่ทางราชการกำหนด
ห้ามผู้ที่เป็น หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นโรคติดต่ออันตราย หรือโรคระบาด เดินทาง เข้า – ออก จากหมู่บ้านหรือที่เอกเทศ สำหรับที่แยกกัน หรือกักกัน และหรือข้ามเขตพื้นที่จังหวัดปัตตานี เว้นแต่ ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ
อนึ่ง เนื่องจากเป็นกรณีที่มีความจำเป็นรีบด่วน หากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะก่อให้เกิด ความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่สาธารณชน หรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ จึงไม่อาจให้คู่กรณีใช้สิทธิโต้แย้งตามมาตรา 30 วรรคสอง (1) แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539
หากผู้ใดฝ่าฝืนคำสั่งนี้ จะมีความผิดตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 มีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับและหรือเป็นความผิดตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ทั้งนี้ ตั้งแต่ วันที่ 28 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง






ขอขอบคุณข้อมูล -อีจัน

โพสต์โดย : Ao