Social :

ฉะแฉปมฉาวเงินบริจาคดับไฟป่า "ฌอน บูรณะหิรัญ" พลาดเอง หรือตั้งใจทำจริง

29 มิ.ย. 63 19:06
ฉะแฉปมฉาวเงินบริจาคดับไฟป่า "ฌอน บูรณะหิรัญ" พลาดเอง หรือตั้งใจทำจริง

ฉะแฉปมฉาวเงินบริจาคดับไฟป่า "ฌอน บูรณะหิรัญ" พลาดเอง หรือตั้งใจทำจริง

เพราะอวย “บิ๊กป้อม” น่ารัก ทำให้ชีวิต “ฌอน บูรณะหิรัญ” ตอนนี้น่าจะอยู่ยากขึ้น โดยเฉพาะปมบริจาคเงินช่วยเหลือดับไฟป่าใน จ.เชียงใหม่ จำนวน 8.75 แสนบาท พบพิรุธหลายอย่าง และที่ผ่านมาไม่ได้มายื่นขออนุญาตทำการเรี่ยไรตาม พ.ร.บ.ควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ.2487 แต่อย่างใด

การขออนุญาตทำการเรี่ยไรในที่สาธารณะ ตาม พ.ร.บ.ควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ.2487 ต้องได้รับอนุญาตจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และต้องระบุวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน กำหนดวิธีการที่จะทำการเรี่ยไร จำนวนเงินที่ต้องการเรี่ยไร และสถานที่ทำการเรี่ยไร 

ผู้ที่ได้รับอนุญาต ไม่สามารถเดินไปขอเรี่ยไรตามหมู่บ้านหรือทางสาธารณะ นอกเหนือจากที่ขออนุญาตไว้ ตลอดจนกำหนดระยะเวลาเริ่มต้นของการเรี่ยไรและระยะเวลาสิ้นสุดไว้อย่างชัดเจน ในการขออนุญาตทำการเรี่ยไร 

ห้ามใช้ถ้อยคำบังคับขู่เข็ญผู้ที่ถูกเรี่ยไร ทำให้เกิดความหวาดกลัวหรือเกรงกลัว ตามมาตรา 16 พ.ร.บ.ควบคุมการเรี่ยไร หากฝ่าฝืนมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี

การขอรับบริจาค หากมีการหลอกลวง หรือมีเจตนาฉ้อโกง หรือฉ้อโกงประชาชน จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 หรือมาตรา 343 แล้วแต่กรณี รวมไปถึงมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 วรรค 1 โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท

ดร.โสภณ พรโชคชัย ในฐานะอาจารย์ผู้สอนด้านความรับผิดชอบต่อสังคม ในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก ระบุว่า กรณี “ฌอน บูรณะหิรัญ” ใช้เงินบริจาคเพื่อการช่วยดับไฟป่า อาจไม่ถูกต้องตามหลัก “ความรับผิดชอบต่อสังคม” หรือ CSR เนื่องจากเป็นบุคคลที่เป็นโค้ชสร้างกำลังใจ จัดกิจกรรมอบรมและเป็นวิทยากรรับเชิญมากมาย มีภาพพจน์ว่าเป็น “คนดี” ทำดีเพื่อสังคมในกรณีต่างๆ เป็นอันมาก ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมการปลูกป่า การบริจาคต่างๆ ในแง่หนึ่งนับเป็นการกระทำที่น่ายกย่อง จนมีผู้ถือเป็นแบบอย่าง และติดตามเป็นจำนวนมาก และด้วยเหตุนี้จึงได้รับผลดีทำให้ธุรกิจรุ่งเรืองตามไปด้วย ทำให้ “ฌอน” จัดกิจกรรมรับบริจาคเงินเพื่อสู้ไฟป่า เมื่อเดือน เม.ย.
2563

ประเด็นสำคัญถือเป็นเรื่องที่ผิดหลักความรับผิดชอบต่อสังคม มีการนำเงินบริจาคราวสองแสนห้าหมื่นบาทไปใช้เพื่อการส่งเสริมการเข้าชมแฟนเพจหรือกิจกรรมเพื่อหวังให้ได้รับบริจาค ซึ่งโดยปกติแฟนเพจของ “ฌอน” มีผู้เข้าชมเป็นจำนวนมากอยู่แล้ว ในกรณีนี้ถือเป็นการนำเงินบริจาคไปใช้เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว ขัดกับหลักความโปร่งใส ถือเป็นผลประโยชน์ที่ขัดแย้งกัน

“ลำพังจำนวนผู้ติดตามแฟนเพจของฌอนเองก็มีมากมายอยู่แล้ว ยิ่งส่งเสริมการจัดกิจกรรมนี้ ก็ยิ่งเป็นการส่งเสริมการโฆษณาตัวเอง กรณีนี้ฌอนควรนำเงินจำนวนนี้ไปบริจาค เพราะผู้ที่ได้ประโยชน์เป็นหลักก็คือฌอนเอง”
           
อีกประเด็นกรณีใส่ชื่อผู้ซื้อสิ่งของต่างๆ เป็นบริษัท “บจก. ต๊อท ลีดเดอร์ส” ซึ่งเป็นของ “ฌอน” เป็นสิ่งที่ไม่สมควรเช่นกัน เพราะเท่ากับเอาเงินบริจาคมาใช้เพื่อการลดภาษีด้วยการบริจาค โดยสามารถลดค่าใช้จ่าย ถือเป็นการทำเพื่อประโยชน์ของตนเอง เป็นอีกกรณีหนึ่งของผลประโยชน์ที่ขัดแย้งกัน เช่นกันทั้งสองกรณี สะท้อนว่า “ฌอน” อาจขาดความรับผิดชอบต่อสังคม


นอกจากนี้ยังมีข้อวิพากษ์อื่นๆ เช่น การนำเงินบริจาคเข้าบัญชีส่วนตัว ถือเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เพราะทำให้ไม่สามารถตรวจสอบได้ชัดเจนว่าอันไหนเป็นเงินบริจาค อันไหนเป็นรายได้อื่น ส่วนการรับบริจาคเพื่อสู้ไฟป่า แต่กลับไปบริจาคช่วยโรงพยาบาลในพื้นที่อื่นๆ ถือเป็นการกระทำที่ผิดวัตถุประสงค์

พร้อมมองว่าการขอรับบริจาค คงไม่ได้ขออนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และยอดบริจาคต่างๆ ควรมีการแจกแจงเป็นระยะๆ เพื่อความโปร่งใส ซึ่งการมีความรับผิดชอบต่อสังคม จะเป็นการเสริมภาพพจน์ เป็นการสร้างคุณค่าให้กับบุคคลนั้นๆ แต่หากทำออกมาแล้ว ไม่เป็นจริงและมีข้อครหา อาจสร้างผลกระทบ ดูได้จากยอดไลค์ต่างๆ อาจลดลงตามสถานการณ์ บุคคลในสังคมจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษต่อการสร้างแบรนด์ให้กับตนเองในแนวทางที่ถูกต้อง และไม่เป็นผลเสียต่อทั้งตนเองและสังคม

“ฌอน ต้องเรียนรู้การสร้างแบรนด์ที่ถูกต้อง ตามหลักซีเอสอาร์ เน้นการทำการใดๆ ที่ไม่ผิดกฎหมาย มีมาตรฐานจรรยาบรรณ และไม่ข้องเกี่ยวกับการทุจริต”.



ขอขอบคุณข้อมูล- ไทยรัฐออนไลน์ 

โพสต์โดย : Ao