Social :

รวบด.ช.4คน ปาหินใส่กระจกรถ สารภาพทำไปเพราะคึกคะนอง

31 ก.ค. 63 19:07
รวบด.ช.4คน ปาหินใส่กระจกรถ สารภาพทำไปเพราะคึกคะนอง

รวบด.ช.4คน ปาหินใส่กระจกรถ สารภาพทำไปเพราะคึกคะนอง

วันที่ 31 ก.ค. ที่ สภ.ไชโย ต.จระเข้ร้อง อ.ไชโย จ.อ่างทอง พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค1 เดินทางมาทำการสอบสวน 4 เยาวชน และทำแผนประกอบคำรับสารภาพด้วยตนเอง


หลังจากเกิดเหตุการณ์มีกลุ่มวัยรุ่นขว้างปาหินใส่รถกระบะ มิตซูบิชิ ไทตัน สีขาว ทะเบียน บล7002ลพบุรี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 25 ก.ค. เวลาประมาณ 00.30 น. และวันที่ 26 ก.ค. เวลาประมาณ 21.55 น. รถยนต์บรรทุกพ่วง ของบริษัทแห่งหนึ่ง หัวลากทะเบียน 71-0576 นครราชสีมา และลูกพ่วงทะเบียน 71-0577 นครราชสีมา ได้รับความเสียหาย บริเวณถนนสายเอเชีย เขตพื้นที่ สภ.ไชโย

หลังเกิดเหตุทาง พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1. สั่งการให้ กองบังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค1 นำโดย พล.ต.ต.สุภธีร์ บุญครอง ผู้บังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค1 และ เจ้าหน้าที่กองบังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 1


ร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง นำโดย พล.ต.ต.ตรีสังวาลย์ ฤกษ์ศรีลักษณ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง พ.ต.อ.เพิ่มเกียรติ สุริยวงศ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง พ.ต.ท.ธนทัศน์ ทองจันทร์ รักษาราชการแทนผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรไชโย และ เจ้าหน้าที่กองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง

ทำการสืบสวนติดตาม กระทั่งทราบผู้ต้องสงสัย จึงเชิญตัวมาทำการสอบสวน คือ 1.
ด.ช.บอล (นามสมมติ) อายุ 14 ปี 2. ด.ช.มุก (นามสมมติ) อายุ 14 ปี 3. ด.ช.แน็ค (นามสมมติ) อายุ 14 ปี และ 4.ด.ช.โบ๊ท (นามสมมติ) อายุ 14 ปี

พร้อมของกลาง รถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า ฟีโน่ สีแดง-ขาว ทะเบียน ขทร49 ลพบุรี หมวกแก๊ป และหนังสติ๊กพร้อมก้อนหินบรรจุอยู่ในถุงพลาสติก ที่ใช้ในการก่อเหตุ จากการสอบถามให้การรับสารภาพว่ามีมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุจาก ความฮึกเหิม คึกคะนอง


หลังจาก พล.ต.ต.ธนายุตม์ ทำการแถลงข่าวด้านหน้า สภ.ไชโย เสร็จสิ้น ได้เดินทางพร้อมคณะไปยัง บริเวณจุดเกิดเหตุกิโลเมตรที่ 62+300 หมู่3 ต.หลักฟ้า เพื่อไปดูการจำลองเหตุการณ์ที่เยาวชนทั้ง 4 คน ก่อเหตุใช้หนังสติ๊กยิงก้อนหินใส่กระจกรถยนต์จนได้รับความเสียหาย โดยการจำลองเหตุการณ์ทั้งหมดใช้นักเรียน นายสิบฝึกงานเป็นผู้แสดงแทน เนื่องจากผู้ต้องหาทั้งหมดยังเป็นเยาวชน

โดยฝากถึงพ่อแม่ ผู้ปกครอง ให้ช่วยกันดูแลเด็กในความปกครองไม่ให้ไปก่อเหตุด้วยความคึกคะนอง เพราะนอกจากทรัพย์สินจะเสียหายแล้ว ยังอาจจะทำให้ถึงขั้นเสียชีวิตก็เป็นได้

ในส่วนของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค1 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนลงพื้นที่หาข่าวว่าแต่ละพื้นที่มีการก่อเหตุในลักษณะนี้อีกหรือไม่ ถ้ามีในพื้นที่ก็จะดำเนินการจับกุมมาดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผู้ใช้เส้นทางต่อไป



ขอขอบคุณข้อมูล -Khaosod

โพสต์โดย : Ao