Social :

ผู้เสียหายแห่แจ้งความถูกฉ้อโกงซื้อโปรทองราคาถูกสูญเงินค่าเกือบ 20 ล้าน

07 ต.ค. 63 00:10
ผู้เสียหายแห่แจ้งความถูกฉ้อโกงซื้อโปรทองราคาถูกสูญเงินค่าเกือบ 20 ล้าน

ผู้เสียหายแห่แจ้งความถูกฉ้อโกงซื้อโปรทองราคาถูกสูญเงินค่าเกือบ 20 ล้าน

ผู้เสียหายจำนวนมาก แห่แจ้งความที่ สภ.เมืองราชบุรี หลังถูกฉ้อโกงหลอกให้โอนเงินซื้อโปรทองราคาถูกสูญเงินรวมมูลค่าเกือบ 20 ล้าน


วันที่ 7 ต.ค. 63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้เสียหายกว่า 20 รายได้ทยอยเดินทางมาที่แจ้งความ สภ.เมืองราชบุรี เพื่อให้ดำเนินคดีกับเจ้าของโปรทอง เนื่องจากถูกหลอกให้ซื้อโปรทอง หรือทองคำในราคาที่ถูกกว่าร้านทองประมาณ 40 % แต่เมื่อโอนเงินไปแล้วกลับไม่ได้รับทองคำตามที่ตกลงกันไว้ เมื่อมีการทวงถามก็บ่ายเบี่ยงเรื่อยมา ล่าสุดได้มีการท้าทายให้ผู้เสียหายไปแจ้งความ เนื่องจากไม่มีทองจะให้ รวมทั้งเงินที่ผู้เสียหายโอนให้ไป ก็จะคืนให้เพียง 10 % ของจำนวนเงินที่โอนไปให้เท่านั้น จึงได้รวมตัวมาแจ้งความให้ดำเนินคดีกับเจ้าของโปรทองดังกล่าว โดยมี ร.ต.อ. พิพัฒน์ แป้งหอม พนักงานสอบสวนเป็นผู้รับแจ้งความ อีกทั้งได้มีการร้องไปยังกองปราบปราม







ต่อมา พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รองผู้บังคับการกองปราบปราม ได้เข้าร่วมประชุมกับ พ.ต.อ.วิชัย ไทยผึ้ง ผู้กำกับสอบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดราชบุรี พ.ต.ท.สมบูรณ์ มูลพันธ์ รองผู้กำกับสอบสวน เจ้าหน้าที่กลุ่มงานสอบสวน สภ.เมืองราชบุรี นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ กรณีมีประชาชนหลายรายตกเป็นเหยื่อถูกหลอกให้โอนเงินซื้อโปรทองมีมูลค่าความเสียหายเป็นเงินเกือบ 20 ล้านบาท เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีดังกล่าว

นางสาว ตรีชฎาภร วชิรเดชากร อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 32/1ม. 5 ต.หลุมดิน อ.เมืองราชบุรี เปิดเผยว่า เป็นการซื้อขายเป็นโปรทอง จะมีการโพสต์ผ่านเฟสบุ๊กว่าน้ำหนักทองตั้งแต่ 1 สลึง - 3 บาท ราคาประมาณนี้จัดโปรโมชั่นจนถึงวันที่สำหรับคนที่รอได้ เช่น อีก 3 อาทิตย์ล่วงหน้าเราถึงจะได้ทองตรงนั้น ราคาจะถูกกว่าท้องตลาดครึ่งหนึ่ง เช่น ทอง 1 บาท จะเป็นเงินประมาณ 13,000 - 14,000 บาท แล้วจะตั้งราคาขึ้นมา ถ้าใช้เวลาเร็วก็จะมีราคาแพงขึ้นมาเล็กน้อย มีคนที่อยู่ในกลุ่มจะได้ทองคำนี้มาแล้ว มีการลงทุน 4 - 5 ครั้งก็ได้ทองกลับมา ส่วนตัวเองได้ลงทุนไปประมาณ 1.2 แสนบาท ลงทุนไป 2 รอบ ยังไม่เคยได้ทองมา สอบถามไปยังคนที่รับเงิน เขาบอกว่า เขาก็ส่งให้เจ้าของโปรอีกที แต่ตอนนี้ติดต่อไม่ได้ จึงต้องแจ้งความคนกลางที่รับเอาเงินไป ในกลุ่มนี้มีอยู่ประมาณ 60 - 70 คน แต่ละคนที่โดนมีตั้งแต่หลักพันถึงหลักแสนบาท มากสุดคนที่โดนประมาณ 2.4 แสนบาท ยอดเงินที่สำหรับกลุ่มที่ตัวเองอยู่ประมาณล้านกว่าบาท แต่ยังมีกลุ่มอื่น ๆ อีก ซึ่งมีประมาณ 20 - 30 กลุ่ม เฉพาะตัวแทนที่ส่งเงินให้กับคนที่ชื่ออันดาคนเดียว ตอนนี้ติดต่อไม่ได้แล้ว
มีบางคนได้รับการติดต่อจากเขาว่าขอเวลา 10 - 15 วัน อย่าเพิ่งแจ้งความตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา และขณะนี้ติดต่อไม่ได้เลย อีกทั้งปฏิเสธการรับผิดชอบ บอกแต่เพียงว่า จะรับผิดชอบแค่ 10 เปอร์เซ็นต์จากยอดทั้งหมด โดยมีการบอกว่า ถ้าใครรับ 10 เปอร์เซ็นต์ไปแล้วต้องไม่แจ้งความเขา ซึ่งตนเองได้ปฏิเสธข้อตกลงนั้นไป จึงมาแจ้งความวันนี้





ด้านนางสาวโบว์ นามสมมุติ อายุ 29 ปี เปิดเผยว่า ตนเองเป็นตัวกลาง รับเงินจากลูกข่าย และส่งเงินจากลูกข่ายส่งต่อให้เจ้าของโปรอีกต่อหนึ่ง เรามีหลักฐานในการส่งต่อ หลายคนทักมาถามว่าวันนี้มีโปรอะไรบ้าง ก็ลงไปแล้วว่าไม่มีการรับผิดชอบในการซื้อโปรทอง เพราะในการซื้อโปรทองก็ต้องเสียเงินอยู่แล้ว ตนได้ส่งไปให้อีกคน แต่เขาได้หนีไปแล้วติดต่ออะไรก็ไม่ได้เลย ที่ผ่านมาได้ส่งเงินให้เขาไปเยอะ มียอดที่เสียเงินไปประมาณ 2 ล้านกว่าบาท คงต้องว่ากันไปตามคดี ตนเองมีหลักฐานเป็นสลิปการโอนเงินทุกครั้งที่โอนมาปุ๊บก็จะโอนให้เขาทันที ที่ผ่านมาเคยมีคนได้ทองแล้วด้วย ในวงกลุ่มมีไม่ถึง 30 ราย ได้ทองไปบางส่วน ได้เริ่มทำแบบนี้มาประมาณ 2-3 เดือนที่ผ่านมา ใช้วิธีการลงเฟ้ซบุ๊ก เมื่อมีคนสนใจก็จะทักคุยกันและซื้อโปรทอง

พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รองผู้บังคับการตำรวจกองปราบปราม เปิดเผยว่า ทางพนักงานสอบสวนจะรับเรื่องร้องทุกข์ไว้ หลังจากนั้นทางกองบังคับการจะมีการตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนเพื่อทำคดีนี้ ซึ่งคณะนี้จะมีทั้งฝ่ายสืบสวนและฝ่ายสอบสวนดำเนินการ ส่วนของกองปราบจะมาร่วมกับหน่วยภารกิจการทำคดีนี้ให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว ดูแล้วเป็นเรื่องฉ้อโกงปกติเกิดขึ้นอยู่บ่อย ๆ อยู่แล้ว เป็นข้อมูลผิวเผินที่ได้ข้อมูลมาจากประชาชน ส่วนจากการสืบสวนสอบแล้วนั้นจะพบข้อมูลเชิงลึกอย่างไร มีคนอยู่เบื้องหลังคงต้องรอข้อมูลสืบสวนอีกครั้ง ขณะนี้มีผู้เสียหายอยู่กว่า 10 ราย แต่มีกลุ่มของผู้เสียหายอยู่ประมาณกว่า 30 คน ความเสียหายเบื้องต้นเกือบ 20 ล้านบาท เรื่องนี้มีผู้เสียหายหลายคน และข้อมูลทางการเงินก็มีมาก คิดว่าจากการให้ความร่วมมือของส่วนที่เกี่ยวข้องที่นี่ใน 1 เดือนน่าจะเป็นรูปร่างที่ชัดเจน แต่ถ้าพยานหลักฐานที่รวบรวมมาได้นั้นมาเร็วจะจบโดยเร็ว

ส่วนหากมีผู้เสียหายอยากจะมาแจ้งความเพิ่มเติมก็สามารถทำได้ โดยจะเดินทางมาแจ้งความที่ สภ.เมืองราชบุรีก็ได้ หรือ ถ้าผู้เสียหายอยู่ต่างจังหวัด ทางสถานที่เกิดเหตุในทางอาญาก็จะถือว่าเป็นสถานที่ของสองท้องที่เกี่ยวพันกัน ผู้เสียหายสามารถร้องทุกข์ที่ภูมิลำเนาของตัวเองได้ หรือมาร้องทุกข์ที่ราชบุรีได้เช่นกัน แต่ถ้ามาแจ้งที่นี่จะเป็นรวมที่นี่ที่เดียว

เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาฉ้อโกงประชาชน อาจจะมีเรื่องของ พรบ.กู้ยืมเงินในการฉ้อโกงประชาชนด้วยหรือไม่นั้น ต้องดูในชั้นสอบสวนอีกครั้งหนึ่ง หลังจากนั้นถ้าข้อมูลเพิ่มเติมจะดูเรื่องการฟอกเงินด้วยหรือไม่ก็จะดูหลักฐานเพิ่มเติมอีกครั้ง

พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รองผู้บังคับการตำรวจกองปราบปราม กล่าวอีกว่า อยากฝากเตือนประชาชนว่าจากการที่มีผู้เสียหายไปแจ้งความกับนายตำรวจท้องที่ทั่วประเทศหรือกองบังคับการปราบปราม จะพบว่าการหลอกเรื่องการลงทุนนั้น ไม่มีธุรกิจอะไรที่ให้ผลตอบแทนรวดเร็วเกินจริง ฝากให้ระมัดระวังเรื่องนี้อะไรที่มาล่อตาล่อใจหลอกลวงในระยะเวลาที่รวดเร็ว บอกเลยว่าเป็นไปได้ยาก สุดท้ายจะมีปัญหา ให้มองพฤติการณ์ของผู้ต้องหา เบื้องต้นใช้วิธีการหลอกลวงและการคืนค่าตอบแทนให้เห็นก่อน เพื่อให้เหยื่อเชื่อใจ และจะหลอกลึกเข้าไปอีก จนเหยื่อหลงคิดว่าลงทุนแล้วได้ผลกลับมาจริง เหยื่อก็จะเชื่อใจ อยากบอกว่าอะไรที่ลงทุนแล้วได้ผลตอบแทนสูงอย่างรวดเร็วไม่มีจริง จึงควรระวังไว้




ขอบคุณข้อมูล -สยามรัฐ

โพสต์โดย : Ao