Social :

ตร.แจงปมคำสั่งเฟกนิวส์ ย้ำห้ามชุมนุมเด็ดขาด ถ้าฝ่าฝืนจำเป็นต้องทำตามหน้าที่

18 ต.ค. 63 13:10
ตร.แจงปมคำสั่งเฟกนิวส์ ย้ำห้ามชุมนุมเด็ดขาด ถ้าฝ่าฝืนจำเป็นต้องทำตามหน้าที่

ตร.แจงปมคำสั่งเฟกนิวส์ ย้ำห้ามชุมนุมเด็ดขาด ถ้าฝ่าฝืนจำเป็นต้องทำตามหน้าที่

ตร.แจงปมคำสั่งเฟกนิวส์ ย้ำห้ามชุมนุมเด็ดขาด ถ้าฝ่าฝืนจำเป็นต้องทำตามหน้าที่ ตามยุทธวิธีที่ทั่วโลกยอมรับ โดยมุ่งสร้างสมดุลระหว่างการรักษาความสงบเรียบร้อย 


เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 18 ต.ค.63 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) กองอำนวยการร่วมแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง (กอร.ฉ.) โดยพล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกตร. พร้อมด้วยพ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกตร. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกตร. แถลงความคืบหน้าประจำวันการปฏิบัติงานของศูนย์กอร.ฉ.

พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าวว่า กอร.ฉ.ขอย้ำว่าการบังคับใช้กฎหมายในช่วงเวลานี้กับกลุ่มผู้ชุมนุมเป็นไปตามกฎหมาย ไม่อนุญาตให้ชุมนุมที่มีวัตถุประสงค์ที่จะก่อให้เกิดความร้ายแรงใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งหากฝ่าฝืน กอร.ฉ.จำเป็นต้องทำหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย ซึ่งการปฏิบัติการของตำรวจดำเนินการโดยยึดหลักกฎหมายเป็นไปตามหลักสากล ตามยุทธวิธีที่ทั่วโลกยอมรับ โดยมุ่งสร้างสมดุลระหว่างการรักษาความสงบเรียบร้อย และความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก

พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าวอีกว่า เราอยู่ในช่วงบังคับใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ซึ่งเป็นกฎหมายพิเศษ ต่างจากการใช้กฎหมายทั่วไป การดำเนินการใดๆ ก็ตาม เรายึดหลักกฎหมายเป็นหลัก สามารถตรวจสอบได้ตามหลักสากล ไม่มีการกระทำที่รุนแรงหรือเกินเลยกว่าที่กฎหมายกำหนด อีกทั้งยุทธวิธีที่ใช้ก็เป็นไปตามหลักสากลนิยม ส่วนที่มีผู้เรียกร้องให้ตำรวจหยุดดำเนินกับผู้กระทำผิดที่เป็นเด็กและเยาวชนนั้น เรื่องทางคดี บช.น.จะเป็นผู้ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อไป

ด้านพ.ต.อ.ศิริวัฒน์ แถลงเกี่ยวกับผู้จงใจปล่อยเฟกนิวส์ 2 กรณีว่า ตามที่มีปรากฏเนื้อหาคำสั่งประกาศของหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่มีความร้ายแรงฉบับที่ 6/2563 เรื่องกำหนดสถานที่ควบคุมเพิ่มเติม ฉบับลงราชกิจจนุเบกษาเล่มที่ 137 ตอนพิเศษ
244 ง ลงวันที่ 17 ต.ค.2563 และมีหนังสือสีแดงเขียนว่าโมฆะ ข้อเท็จจริงดังกล่าวมีการบิดเบือนเรื่องของปี พ.ศ. ที่ประกาศ ซึ่งเป็นปี พ.ศ.2562 โดยประกาศฉบับจริงได้ประกาศลงเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา มีวันเดือนปีที่ถูกต้อง ผู้กระทำมีเจตนาบิดเบือนให้ผู้อ่านหรือผู้รับข้อมูลเข้าใจว่า ประกาศดังกล่าวเป็นโมฆะ ซึ่งเป็นข้อมูลเท็จ และเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท รวมทั้งยังมีความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 อนุ3 โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท ทั้งนี้ขอความร่วมมืออย่าส่งหรือเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นเท็จ เพราะผู้ที่เผยแพร่ข้อมูลต่อ อาจต้องรับโทษด้วย

ส่วนกรณีมีผู้ส่งต่อภาพตำรวจก้มหน้าทำท่าฉีดสเปรย์สี คำว่า “ภาษีกู” และโพสต์ข้อความว่าตำรวจจอดรถ และนำกระป๋องสีพ่นกลางถนน ห้าแยกลาดพร้าว อย่าเล่นสกปรกมากนะ ผู้ที่เผยแพร่ภาพดังงกล่าวมีเจตนาให้ผู้รับข้อมูลเห็นว่าตำรวจเข้าไปพ่นสีเพื่อสร้างสถานการณ์ ทั้งที่ข้อเท็จจริงหลังจากเลิกการชุมนุมที่บริเวณห้าแยกลาดพร้าว ตำรวจได้เข้าไปตรวจสอบและเคลียร์พื้นที่ จนพบข้อความที่ไม่เหมาะสมบนพื้นถนนจึงก้มถ่ายรูปเพื่อรายงานผู้บังคับบัญชา การกระทำในลักษณะนี้ก็มีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 อนุ 3 และยังฝ่าฝืน พ.ร.ก.ร้ายแรงอีกด้วย




ขอบคุณข้อมูล -Khaosod

โพสต์โดย : Ao