Social :

รอดูศบค.เคาะพรก.ฉุกเฉิน “อนุทิน”ไทยเริ่มฉีดเข็ม3-วางเป้า1ล้านโดสต่อวัน

25 ก.ย. 64 08:09
รอดูศบค.เคาะพรก.ฉุกเฉิน “อนุทิน”ไทยเริ่มฉีดเข็ม3-วางเป้า1ล้านโดสต่อวัน

รอดูศบค.เคาะพรก.ฉุกเฉิน “อนุทิน”ไทยเริ่มฉีดเข็ม3-วางเป้า1ล้านโดสต่อวัน

“อนุทิน”ไทยเริ่มฉีดเข็ม3 แล้ว วางเป้าฉีดวัคซีน 1 ล้านโดสต่อวัน รอดูศบค.เคาะพรก.ฉุกเฉิน



นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยคณะผู้บริหารได้เดินทางไปเปิดการรณรงค์ฉีดวัคซีนโควิด 19 จำนวน 1 ล้านคน ที่ห้างสรรพสินค้า Central West Gate จังหวัด นนทบุรี เพื่ออุทิศถวายแด่สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนกเนื่องในวันมหิดล ขณะร่วมกิจกรรม โดยนายอนุทิน เปิดเผยว่าในเดือนกันยายนนี้ ได้รับรายงานว่า จะมีวัคซีนเข้ามาประมาณ 15 ล้านโดส และในเดือนตุลาคม น่าจะเข้ามาได้ถึง 20 ล้านโดส เมื่อมีวัคซีนที่มากพอ ก็ยังต้องพยายามฉีดให้ได้ถึงวันละ 1 ล้านโดส เพื่อให้สอดคล้องกับแผนการให้บริการของประเทศไทยวันนี้ ได้เริ่มฉีดวัคซีนเข็ม 3 ในวงกว้างแก่ผู้ที่ได้รับวัคซีน SINOVAC 2 เข็มแล้ว หลังจากการฉีดวัคซีนเข็ม 3 ก็ต้องมีการศึกษา ติดตามผล ซึ่งเป็นขั้นตอนตามปกติ จะได้รู้ว่า ภูมิขึ้นเท่าไร และอยู่ไปจนถึงเมื่อไร เพื่อวางแผนให้บริการต่อไป

ส่วนนโยบายการจัดหาชุดตรวจเอทีเค นายอนุทิน กล่าวว่า ทางองค์การเภสัชกรรม ได้เร่งจัดหาชัดตรวจมาให้บริการแก่ประชาชนเช่นกัน นโยบายของตนคือ ต้องไม่เอากำไรกับประชาชน และจะต้องให้พี่น้องประชาชนเข้าถึงได้ง่ายที่สุด ในราคาที่สมเหตุ สมผล และ ล่าสุด เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงชุดตรวจได้ง่ายขึ้นทาง อย. ประชุมแล้ว มีมติให้จำหน่ายชุดตรวจเอทีเคได้ตามร้ายขายยา แต่ขอข้อสรุปให้ชัด จากนั้น จะเป็นทางรัฐมนตรีลงนาม และประกาศในราชกิจจาฯ ถึงจะดำเนินการได้

สำหรับการต่อ พรก.ฉุกเฉิน อีกนานหรือไม่ ขอให้ไปดูผลการประชุม ศบค. วันจันทร์หน้า(27 กันยายน 2564) เพราะโควิด 19 ยังเป็นโรคติดต่อร้ายแรง ทั้งนี้ มีการเห็นชอบในหลักการของร่าง พ.ร.ก. ฉบับแก้ไขเพิ่ม พระราชกำหนดโรคติดต่อ ซึ่งยังมีขั้นตอนในการนำขึ้นทูลเกล้าฯ และยังมีขั้นตอนในการประกาศราชกิจจาณุเบกษา ระหว่างรอขั้นต่ำเหล่านี้ ก็ต้องมี พ.ร.ก. ฉุกเฉินเอาไว้ เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ


“อนุทิน”รอผลวิจัยวัคซีนเด็ก 3 ขวบ หากปลอดภัย มีประสิทธิภาพ พร้อมจัดหาเข้าไทย ย้ำนโยบาย ต้องฉีดให้ครอบคลุม
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมคณะผู้บริหารฯ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมการให้บริการวัคซีนโควิด 19 ที่ศูนย์ฉีดวัคซีนสถานีรถไฟกลางบางซื่อ กรุงเทพมหานคร โดยกล่าวถึงแผนการบริหารวัคซีนว่า ต้องเร่งฉีดวัคซีนให้เป็นไปตามเป้าที่วางไว้ ปัจจุบันสามารถฉีดได้วันละ 6-8 แสนโดส แต่ในอนาคต คาดว่าจะฉีดวัคซีนได้มากขึ้น การให้บริการวัคซีน มีทั้งเข็ม1 เข็ม 2 และเข็มบูสเตอร์ ภาครัฐได้จัดหาวัคซีนมาเพื่อตอบสนอง ความต้องการ และวัคซีนก็เข้ามาเรื่อยๆ ตามที่ตกลงกันไว้ การที่ต้องรับมือกับเชื้อสายพันธุ์เดลต้า ทางไทยได้ปรับสูตรวัคซีน
ไปจนถึงการฉีดเข็ม 3 แต่ต้องยอมรับว่า ไม่สามารถกดยอดผู้ติดเชื้อให้เหลือศูนย์ได้ แต่การฉีดวัคซีนอย่างทั่วถึง จะทำให้ช่วยลดการป่วยหนัก และเสียชีวิตอย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ นโยบายที่สำคัญอีกเรื่องคือการให้บริการวัคซีนอย่างครอบคลุม โดยจะให้บริการแก่เด็กอายุ 12 ด้วยวัคซีนที่ผ่านการรับรองจาก อย. ซึ่งทางผู้ผลิตมาขึ้นทะเบียนว่า ฉีดในเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไปได้ และล่าสุด มีรายงานว่าผู้ผลิตหลายรายกำลัง ศึกษาการให้วัคซีนแก่เด็กอายุ 3 ขวบขึ้นไป ทางการไทยติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และถ้ามีผลการศึกษายืนยันเรื่องประสิทธิภาพ และความปลอดภัย ทางการไทย ก็ต้องนำมาให้บริการ เพราะอย่าลืมว่าโควิด 19สามารถติดได้ในทุกช่วงอายุ

ส่วนการคลายล็อกเปิดเมือง นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้ สนใจเรื่องเร่งฉีดวัคซีนเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าฉีดได้ครอบคลุมตามเป้าหมาย การคลายล็อกต่างๆก็ต้องตามมา ทั้งนี้ ต้องคิดเรื่องการอยู่กับโรคแล้ว เมื่อฉีดวัคซีนได้ทั่วถึง ผู้ป่วยหนักจะน้อยลงมาก การเสียชีวิตจะน้อยลงมาก ด้วยเงื่อนไขตรงนี้ก็ต้องมาดูว่า จะเดินหน้ากันอย่างไรต่อ เราต้องเข้าใจโรค และอยู่กับมันได้อย่างปลอดภัย ขณะที่เศรษฐกิจไทย ก็ต้องไปต่อ




“อนุทิน”ตอบปมสหรัฐฯ สนับสนุนวัคซีน ย้ำ เชื่อมั่น สธ. รับรองไม่มีดึงเรื่องช้า
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ยังกล่าวถึงข้อสงสัยเรื่องการบริจาควัคซีนโควิดฯ จากสหรัฐฯ ระบุว่าเรื่องนี้ ไม่มีใครดึงเรื่องให้ช้าอย่างที่เป็นข่าวแน่นอน ตอนนี้ ต้องการให้คนทำงาน คนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้จริงๆ ได้ปฏิบัติหน้าที่ ที่ผ่านมา ก็ทำได้ดีมาตลอดก็ควรให้ได้ทำงานอย่างสบายใจ ขอย้ำว่า การประสานเรื่องบริจาควัคซีน มีขั้นตอน ต้องปฏิบัติ ไทยต้องรอให้ผู้บริจาคติดต่อแจ้งความจำนงมาที่กระทรวงการต่างประเทศ ทางกระทรวงการต่างประเทศจะแจ้งให้กระทรวงสาธารณสุขได้รับทราบ และทางกระทรวงสาธารณสุข จะเป็นคนพิจารณารับเงื่อนไขไปจนถึงขั้นการรับบริจาค ทุกอย่าง หากมาตามขั้นตอน ใช้เวลาไม่เกิน 1 เดือน ทางผู้บริจาค มีเจตนาดี ประเทศไทยก็มีเจตนาดี ทุกอย่างดำเนินไปได้ด้วยดีไม่อยากให้ไปขยายความ ตอนนี้ ข่าวสารมีมากมาย หากไม่รู้จะเชื่อใคร ให้เชื่อกระทรวงสาธารณสุข เราเป็นหน่วยงานหลักที่ดูแลเรื่องการจัดหาวัคซีนการรับบริจาคครั้งที่แล้ว เมื่อทางนั้นส่ง Diplomatic Note มา ก็ใช้เวลาเพียง 3 สัปดาห์ วัคซีน ก็มาถึงเลย เรื่องแบบนี้ใช้เวลาไม่นาน

ขออย่าลืมว่าเราเป็นผู้รับ ก็ต้องรอให้มีการเสนอเข้ามาก่อน ที่บอกว่าช้า ไม่ยอมคอนเฟิร์มนั้น ไม่ถูกต้อง ที่ผ่านมา มีประสบการณ์มากพอ และรู้ว่าขั้นตอนเป็นอย่างไร ไทยเคยรับบริจาคจากสหรัฐฯมาแล้ว 1 ครั้ง เคยรับการช่วยเหลือจากอังกฤษ ญี่ปุ่น และจีน กระบวนการไม่ต่างกัน ถ้ามีเอกสารแสดงความจำนงในการบริจาคมา ไทยก็พิจารณาและเร่งดำเนินการทันที อันที่จริง ไม่ควรพูดเรื่องนี้มาก เพราะเกรงว่าจะไปกระทบกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

 


ขอบคุณเจ้าของข้อมูล:innnews

โพสต์โดย : monnyboy