Social :

ทำเต็มที่เพื่อคนไทย“สุดารัตน์” แถลงเปิดศูนย์ช่วยเหลือผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง

12 ม.ค. 65 10:01
ทำเต็มที่เพื่อคนไทย“สุดารัตน์” แถลงเปิดศูนย์ช่วยเหลือผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง

ทำเต็มที่เพื่อคนไทย“สุดารัตน์” แถลงเปิดศูนย์ช่วยเหลือผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง

“สุดารัตน์” แถลงเปิดศูนย์ประสานงานช่วยเหลือผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงโรคประจำตัว ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ป่วยติดเตียง
 

 

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย พร้อมด้วย น.ส.สุวดี พันธุ์พานิช รองโฆษกพรรคไทย และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพ เขต 1 แถลงเปิดศูนย์ประสานงานช่วยเหลือผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงโรคประจำตัว ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ป่วยติดเตียงให้ได้รับการดูแลรักษาโดยเร็วที่สุดเพื่อลดการสูญเสียจากโรคโควิด-19 ในช่วงระบาดหนักของสายพันธุ์โอมิครอน

 


 

โดยน.ส.สุวดี กล่าวว่า สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด สายพันธุ์โอมิครอน ยังขยายตัวอย่างต่อเนื่องทั่วโลก การที่ประชาชนไทยยังได้รับวัคซีนเข็ม 3 เพียง 8 ล้านคน อีกทั้งวัคซีน 2 เข็มแรกยังมีภูมิคุ้มกันในระดับที่ไม่สูงพอ และมีระยะห่างจนอาจเกิดความสูญเสียจำนวนมากได้ ดังนั้นรัฐบาลต้องเร่ง สั่งนำเข้าวัคซีน mRNAเพิ่มเติม เพราะปัจจุบัน วัคซีนดังกล่าว เหลือประมาณ 13 ล้านโดนเท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน และสถานการณ์การแพร่ระบาดที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

ขณะเดียวกัน รัฐต้องเตรียมสั่งซื้อ ชุดตรวจATK ไม่ให้ขาดตลาด และควรเข้าถึงบริการโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และที่สำคัญต้องลดขั้นตอนเพื่อไม่ให้เกิดความยุ่งยาก ในการเข้าถึงบริการ โดยเฉพาะ ในกรุงเทพมหานคร จะต้องมีจุดตรวจ ATKอย่างน้อยเขตละ5จุด ส่วนในพื้นที่ต่างจังหวัดต้องมีจุดตรวจอย่างน้อย ตำบลละ1จุด

 


นอกจากนี้ รัฐต้องเตรียมการ เพิ่มเตียงสำหรับรองรับผู้ป่วยอาการรุนแรง หรือ กลุ่มที่มีภาวะเสี่ยงที่จะมีอาการรุนแรงไว้ด้วยจากวิกฤตดังกล่าว พรรคไทยสร้างไทยจึงจัดตั้งศูนย์ประสานงาน เพื่อให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนให้ผู้มีความเสี่ยงด้านสุขภาพได้รับการรักษาอยู่ในการดูแลของแพทย์เร็วที่สุด โดยสามารถประสานงานผ่าน facebook พรรคไทยสร้างไทย Line OA พรรคไทยสร้างไทย และ Twitter พรรคไทยสร้างไทย และหวังให้ประชาชนได้รับวัคซีน mRNA เป็นวัคซีนเข็มกระตุ้นให้เร็วที่สุด

 

โดยขอให้รัฐบาลกระจายวัคซีนไปยังโรงพยาบาลใกล้บ้าน ให้ประชาชนเข้าถึงวัคซีนได้ง่ายไม่ต้องรอคิว เพื่อสร้างความรู้สึกปลอดภัยให้กับทุกคนในครอบครัว โดยเฉพาะบ้านที่มีผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และกลุ่มเสี่ยงโรคประจำตัว ซึ่งถือเป็นกลุ่มเปราะบางต่อการระบาดของโควิดในครั้งนี้

 



ขอบขอบคุณข้อมูลจาก:innnews

โพสต์โดย : monnyboy