Social :

ปมกล่าวหาดูหมิ่นสตรี “อรรถวิชช์” เตรียมร้อง กกต.สอบ “มาดามหลี”

14 ม.ค. 65 07:01
ปมกล่าวหาดูหมิ่นสตรี “อรรถวิชช์” เตรียมร้อง กกต.สอบ “มาดามหลี”

ปมกล่าวหาดูหมิ่นสตรี “อรรถวิชช์” เตรียมร้อง กกต.สอบ “มาดามหลี”

“อรรถวิชช์” เตรียมส่งทีมกฎหมายร้อง กกต.สอบ “มาดามหลี” ปมกล่าวหาดูหมิ่นสตรี ทวงคำขอโทษกรณีเป็นต้นเหตุเลือกตั้งซ่อม ขอจบดราม่าการเมือง ระบุหากทุกพรรคส่งผู้สมัครที่มีคุณภาพเรื่องดราม่าจะน้อยลง
 



นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้าและผู้สมัคร ส.ส. หลักสี่-จตุจักรลงพื้นที่หาเสียงบริเวณชุมชนจัดสรรรถไฟ ย่านหลักสี่ โดยมีพ่อค้าแม่ค้าชาวบ้านในพื้นที่ให้ความสนใจร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนนโยบายตลอดเส้นทาง

 

โดยนายอรรถวิชช์ กล่าวถึงกรณีนางสรัลรัศมิ์ เจนจาคะ ผู้สมัคร ส.ส. เขตหลักสี่-จตุจักรพรรคพลังประชารัฐ ร้องเรียนต่อกกต. ให้ตรวจสอบการให้สัมภาษณ์ของนายอรรถวิชช์ว่าเข้าข่ายการหาเสียงด้วยลักษณะโจมตี ใส่ร้าย ป้ายสีที่ถือกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งกรณีหาเสียงเลือกตั้งหรือไม่ว่าเรื่องนี้เป็นดราม่าการเมืองที่ไม่เลิกสักทีตนไม่ได้หนักใจเพราะไม่ได้ทำตามที่มีการกล่าวหาและในวันพรุ่งนี้(13 ม.ค.65)ตนจะส่งทีมกฎหมายไปร้องเรียนต่อ กกต.เช่นเดียวกันเพราะข้อความที่นางสรัลรัศมิ์ดูหมิ่นตนนั้น ตนมองว่าเป็นเรื่องใหญ่ เป็นการดูหมิ่นชัดเจนผ่านการให้ข่าวในแหล่งต่างๆ ซึ่งฝ่ายกฎหมายได้รวบรวมหลักฐานไว้แล้ว

 

โดยนายอรรถวิชช์ ย้ำว่า ตนไม่เคยพูดว่านางสรัลรัศมิ์เป็นคนไร้คุณภาพ ในทางกลับกัน นางสรัลรัศมิ์กล่าวหาว่าตนดูหมิ่นเพศแม่ เรื่องนี้รุนแรงนอกจากนี้ยังกล่าวหาว่าตนดูถูกคนจตุจักรและหลักสี่ซึ่งไม่เป็นความจริง

 

ทั้งนี้ตนเป็นคนพูดชัดเจนว่าไม่สนับสนุนการทำการเมืองแบบครอบครัว ตนสู้กับแนวนี้มาตลอดเพราะตนคิดว่าทุกคนไม่ว่าจะเป็นลูกใคร สามีภรรยาใครก็สามารถเป็นผู้แทนราษฎรได้ทั้งสิ้น ตนส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งซ่อมสู้กับระบบเครือญาติ ทั้งชุมพรและสงขลาดังนั้นตนยืนหลักแบบนี้ไม่ต้องตีความเป็นอย่างอื่น
อย่าดราม่า การเมืองหลักสี่-จตุจักร ควรหยุดดราม่า เปลี่ยนเป็นการเมืองสร้างสรรค์ ตนใช้เวลาทั้งหมดในการหาเสียงเล่าเรื่องการทำมาหากิน การหาทางเข้าสู่การค้าแบบดิจิทัล การทำภาษีสำหรับคนที่เข้าโครงการคนละครึ่ง ระหว่างหาเสียงก็ให้ความรู้ทางเศรษฐกิจไปด้วย

 

โดยนายอรรถวิชช์ ฝากถึงนางสรัลรัศมิ์ว่าตนยังไม่ได้ยินคำขอโทษที่ทุกคนต้องมาเลือกตั้งซ่อมรวมทั้งภาษีของประชาชนที่ต้องเสียไปจากการที่นายสิระ เจนจาคะ อดีตส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐแจ้งคุณสมบัติเป็นเท็จแต่ในทางกลับกันกลับมากล่าวหาตนว่าดูถูกคนพื้นที่ซึ่งเรื่องนี้ไม่เคยอยู่ในหัวและในคำพูดของตน และการให้สัมภาษณ์ของตนเมื่อวานชัดเจนแล้วว่าอยากให้เรื่องจบ แต่เมื่อนางสรัลรัศมิ์ใช้สิทธิ์ทางกฎหมายร้องกกต. ตนก็ต้องปกป้องสิทธิ์ของตัวเอง เพราะตนไม่เคยมีประวัติดูหมิ่นสตรีและคนในพื้นที่ การเป็นผู้แทนมา 2 สมัย ทำการเมืองมา 17 ปี พฤติกรรมแบบนั้นไม่ใช่ตน ขอความกรุณาอย่าใส่ร้ายกัน


 

นายอรรถวิชช์ยังกล่าวถึงกรณีที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่าเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐปราศรัยเทียบคุณสมบัติผู้สมัครรวย-จนประชาชนควรเลือกใครในการเลือกตั้งซ่อมที่ จังหวัดสงขลา ว่า วิธีคิดของพรรคกล้าคือการเมืองแบบใหม่ ไม่ยึดติดครอบครัวหรือบ้านใหญ่ทุกคนจึงสามารถเป็นผู้แทนราษฎรได้ จึงไม่ใช่แค่คนรวยที่จะชนะการเลือกตั้งได้เสมอ คนชั้นกลางหรือคนฐานะแบบไหนก็มีโอกาสชนะเลือกตั้ง ขอให้มีโอกาสเป็นตัวจริงในแต่ละอาชีพ และหากมองในแบบการเมืองคุณภาพก็สามารถผลักดันคนกลุ่มนี้เข้าสู่การเมืองได้ ไม่ได้แยกด้วยความรวยความจน

 

ส่วนการปราศรัยตอบโต้ของพรรคร่วมรัฐบาลจะมีผลต่อเสถียรภาพรัฐบาลหรือไม่พรรคกล้าพยายามทำการเมืองรูปแบบใหม่ ตนมองว่าการเมืองไม่ใช่การสาดโคลนกันไปมา หากทุกพรรคส่งผู้สมัครที่มีคุณภาพเรื่องดราม่าก็จะน้อยลง



ขอบขอบคุณข้อมูลจาก:innnews

โพสต์โดย : monnyboy