Social :



เปิดใจเจ้าของร้าน "อยู่กับเพื่อนบ้าง" ของ "เอม ตามใจตุ๊ด" ปมถูกชายฉกรรจ์บุกรื้อพังร้าน

14 พ.ค. 65 13:05
เปิดใจเจ้าของร้าน "อยู่กับเพื่อนบ้าง" ของ "เอม ตามใจตุ๊ด" ปมถูกชายฉกรรจ์บุกรื้อพังร้าน

เปิดใจเจ้าของร้าน "อยู่กับเพื่อนบ้าง" ของ "เอม ตามใจตุ๊ด" ปมถูกชายฉกรรจ์บุกรื้อพังร้าน

จากกรณีเพจ อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทิร์น part2 โพสต์เรื่องราวของลูกเพจคนหนึ่ง ที่ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์เกือบ 20 คนบุกเข้ามารื้อร้านอาหาร โดยเจ้าของร้านโพสต์ตั้งคำถามต่อสังคมว่า รื้อได้หรือไม่..คนรื้อคือคนที่เช่าพื้นที่อีกที่หนึ่ง ได้มาเห็นถึงกับเขาทรุดอ่ะ! สมัยนี้ยังมีอีกหรอ? คนที่แม่..ไม่สนกฎหมายบ้านเมืองเลย อยากทำอะไรก็ทำ ยังมีแบบสมัยกรณีบาร์เบียร์ที่ถูกรื้ออีกหรอวะ!! ที่คิดว่ารวยมีเงินจะรังแกใครยังไงก็ได้ใช่มั้ย?!

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร้านในโพสต์ที่ถูกรื้อ คือร้าน อยู่กับเพื่อนบ้าง ของเอม วิทวัส หรือเอม ตามใจตุ๊ด ซึ่งเจ้าตัวก็เพิ่งจะโพสต์ภาพสภาพร้านที่ถูกรื้อจนพังเละ พร้อมเขียนข้อความเดือดว่า "#ฝากแชร์หน่อยนะคะ #อยู่กับเพื่อนบ้าง ได้มาเห็นถึงกับเข่าทรุดอ่ะ! สมัยนี้ยังมีอีกหรอ? คนที่แม่งไม่สนกฎหมายบ้านเมืองเลย อยากทำอะไรก็ทำ ยังมีแบบสมัยกรณีบาร์เบียร์ที่ถูกรื้ออีกหรอวะ!! ที่คิดว่ารวยมีเงินจะรังแกใครยังไงก็ได้ใช่มั้ย?!"

"เอม วิทวัส" เข่าแทบทรุด ร้านถูกรื้อพังเสียหาย ฟาดรวยแล้วจะรังแกใครก็ได้ใช่ไหม!
โดยเจ้าของร้านเล่าผ่านโพสต์ว่า ผมทำร้านอาหารอยู่ที่ปากเกร็ด ทำมาตรงนี้เข้าปีที่ 5 แล้ว ร้านที่ตัวเองสร้างและตั้งใจทำมากับมือ จากแค่ร้านเล็กๆ จนค่อยๆเติบโตมาได้ แต่ต้องมาเห็นร้านตัวเองถูกรื้อ โดยมีบุคคล ได้นำกลุ่มคน ประมานเกือบ 20 คน มารื้อวันแรก ในวันที่ 27 เมษา ตั้งแต่ 8 โมงเช้า น้องผมนอนเฝ้าร้านอยู่คนเดียว น้องผมโดนทั้งด่า ทั้งขู่ ว่าห้ามถ่ายรูป ห้ามถ่ายคลิป ไม่งั้นจะโดนด้วย เค้าพาพวกมารื้อทั้งกำแพง หลังคา ระบบไฟ ข้าวของทรัพย์สินต่างๆ ได้รับความเสียดายเป็นจำนวนมาก

ประกอบกับวันต่อมา วันที่ 28 เมษา พายุเข้าอีก ผมต้องมานั่งดูร้านตัวเองไม่มีหลังคา น้ำสาดเข้ามา เปียกฝนไปหมด ทั้งเครื่องเสียงเอย ทั้งโต๊ะเก้าอี้ ข้าวของลมพัดกระจัดกระจายไปหมด น้ำก็ท่วมร้าน ความรู้สึกเราแม่..โครตสุดๆ เหมือนมานั่งดูบ้านตัวเองถูกไฟไหม้

วันที่รื้ออะ ผมก็เข้ามาที่ร้านนะ พยายามห้ามปรามเค้าไม่ให้เค้ารื้อ พยายามแจ้งตำรวจ แต่เค้าก็ไม่สนใจ เค้าพาคนมาเยอะมาก ห้ามยังไงก็ไม่ฟัง จะรื้อท่าเดียว เราได้โทรไปแจ้งตำรวจนะ ให้มาดูที่เกิดเหตุเพื่อมาระงับให้เค้าหยุดรื้อ แต่เค้าก็ไม่สนใจเลย ตำรวจมา เค้าก็ยังไม่หยุดรื้อ

ผมก็ไปแจ้งความที่ สน.ในพื้นที่ ก็คิดว่าเค้าคงไม่กล้าทำอะไรอีก เพราะเราได้แจ้งความไว้แล้ว แต่วันที่ 4 พฤษภา เค้าก็นำกลุ่มคนจำนวน 10 กว่าคน เวลาตอนเที่ยงๆ มาใช้ค้อนทุบแม่กุญแจประตูร้าน!! และเข้ามาขนของๆผมในร้าน ออกมาไว้กลางแจ้ง ทั้งโต๊ะ ตู้เย็น ตู่แช่ เครื่องครัว ขนออกมาโดนฝนพังอีก!!! ผมก็โทรไปแจ้งความให้ตำรวจมาระงับเหตุ แต่พอมาก็เหมือนเดิม แจ้งไปกี่ครั้ง ก็ระงับเหตุไม่ได้ ได้แต่มองเค้ารื้อข้าวของออกมากองไว้ข้างนอก ตำรวจบอกว่า ให้ถ่ายรูปและคลิปไว้ และไปแจ้งความที่สน.(อีกแล้ว) ผมก็ไปแจ้งอีกเป็นครั้งที่สอง

พอวันต่อมา ผมก็เลยจ้างช่างมาซ่อมหลังคา ซ่อมพอที่จะซ่อมได้ เพื่อให้ร้านพอได้เปิดต่อไปก่อนได้ แต่เปิดมาได้แค่ 6 วัน วันที่ 11 พฤษภา ก็มีกลุ่มคนมาอีก คราวนี้มาเยอะเลย เกือบ 20 คน มาตั้งแต่ 6 โมงเช้า มาสร้างกำแพงสูงปิดหน้าร้านผม มากั้นรั้วไม่ให้พนักงานของผมเข้าออก มารื้อป้ายร้าน ทั้งบนหลังคา บนกำแพง บนเสาสูงหน้าโครงการเสียหายหมด พังหมด!! และย้ายของมากองไว้หน้าร้านเหมือนเดิม ผมก็โทรแจ้ง ตำรวจพื้นที่ ตำรวจมาถึง (ก็แบบเดิมเลย) ผมเลยไปแจ้งความที่ สน.เป็นครั้งที่ 3 ตอนนี้ผมไม่ไหวละครับ ขอความเป็นธรรม เค้ามาทำแบบนี้ได้ด้วยหรอ ?!!

คนที่มาสั่งรื้อ คือคนที่ผมเช่าที่อยู่ และคนที่ผมเช่าอยู่ ก็ไม่ใช่เจ้าของที่จริงๆ เค้าได้เช่าจากเจ้าของที่จริงๆมาอีกที และมาบอกผมกับตำรวจว่า ผมไม่ยอมจ่ายค่าเช่า เค้าเลยมีสิทธิมารื้อ มายกทรัพย์สิน ทั้งที่ผมแม่..ก็ยังมีสัญญาเช่าอยู่เลย !! ผมอะเช่าร้านมาจะ
5 ปีละ ปีที่ผ่านๆมา ผมจ่ายเงินค่าเช่าทุกเดือนปกติไม่เคยขาด แต่มาช่วงปีหลังๆ ที่เจอโควิดหนักๆ ผมก็ต้องปิดร้าน เลยไม่ได้จ่าย เพราะทางรัฐสั่งห้ามไม่ให้เปิด ผมก็หันมาขายข้าวผัดปูเลี้ยงลูกน้อง และก็ได้มีการคุยค่าเช่าว่าจะผ่อนจ่าย และประจวบกับผมก็มาได้รู้ความจริงทีหลังกับเจ้าของที่จริงๆว่า คนที่เช่ากับเค้า ไม่ได้เอาเงินไปจ่ายเค้าเลย จ่ายอยู่ไม่กี่เดือน แล้วเป็นปีแล้วด้วย ทั้งยังโดนเจ้าของที่จริงๆ บอกยกเลิกสัญญาไปแล้ว ตั้งแต่ปลายปี 63 และโดนฟ้องขับไล่อีกด้วย รวมทั้งสัญญาก็ระบุห้ามนำไปให้ใครเช่าช่วงอีก เเละยังมียอดบิลค้างชำระ ทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ จากการไฟฟ้า มาติดทุกเดือน ติดหม้อละ 2-3 แสนบาท เราก็เลยได้คุยกับเจ้าของที่จริงๆ เจ้าของที่ก็ได้เล่าถึงปัญหาต่างๆ ผมจึงเลือกที่จะระงับการจ่ายค่าเช่าไว้ จริงๆรายละเอียดตรงนี้มันค่อนข้างเยอะ และก็เป็นเรื่องของศาล ก็ว่ากันไปตามเรื่องของศาล

แต่ถึงยังไง เค้าก็ไม่มีสิทธิมากระทำกับผมแบบนี้รึเปล่าวะ!! มาทั้งรื้อ ทั้งขู่พนักงานของผมหลายคนเลยที่โดน นี่ผมก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรอีก ต้องมานั่งระเเวง ต้องหาคนมาเฝ้าร้านทุกวัน เพราะกลัว ไม่รู้ว่า เค้าจะเอาพวกมาอีกเมื่อไหร่ น้องๆร้านผมนี่ เจอเหตุการณ์แบบนี้ มา 3 อาทิตย์แล้ว ก็ประสาทเสีย ขวัญเสียกันไปหมด งานก็ต้องหยุด ขาดรายได้ให้ครอบครัวอีก พอมันเป็นแบบนี้ ตอนนี้ผมเลยจำเป็นต้องปิดร้านไว้ก่อน และผมก็ต้องสู้ออกสื่อแล้วครับ เพราะมันเกินไปแล้วจริงๆ!! #อยู่กับเพื่อนบ้าง #NonStop   

ล่าสุด วันที่ 13 พ.ค 65 ผู้สื่อข่าวเข้าพบ นายภูภณ ไม้มงคล อายุ 34 ปี เจ้าของร้านอาหารอยู่กับเพื่อนบ้าง ถนนเลี่ยงเมืองปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี สอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยผู้เสียหายเล่าว่า ตนเปิดร้านอาหารมาปีนี้เป็นปีที่ 5 โดยเช่ากับ นางนวล (นามสมมุติ) อายุ 70 ปี มีสัญญาเช่าระยะเวลาถึงปี 2567 ปกติตนจะจ่ายค่าเช่าตลอด มาช่วงหลังเกิดสถานการณ์โควิดตนขาดส่งค่าเช่าเพราะร้านปิด แต่ก็ได้แจ้งกับนางนวลถึงเหตุผลดังกล่าว ซึ่งในช่วงโควิดตนก็เปิดขายข้าวผัดปูแบบซื้อกลับบ้าน นางนวลยังเดินทางมาอุดหนุนตนอยู่

หลังจากนั้นตนได้ทราบเรื่องจาก น.ส.ตูน (นามสมมุติ) อายุ 40 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของที่ตัวจริงมีโฉนดที่ดินที่ตนตั้งร้านอยู่ว่านางนวลถูกยกเลิกสัญญาเช่าไป 2 ปีแล้วเพราะไม่จ่ายค่าเช่า และค้างค่าน้ำค่าไฟอีกหลายแสนบาท ทางเจ้าของที่ตัวจริงจึงขอยกเลิกสัญญาเช่าไปแล้ว    

นายภูภณ กล่าวต่อว่า จนเรื่องที่ตนโพสต์มาเกิดขึ้นครั้งแรกวันที่ 27 เม.ย.65 ได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวนเกือบ 20 คนบุกเข้ามาที่ร้านและได้ทำลายทรัพย์สินภายในร้านเสียหาย ตนได้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาระงับเหตุ แต่ก็ไม่สามารถทำได้ สุดท้ายให้ตนไปแจ้งความที่ สภ.ปากเกร็ด ตนก็คิดว่ารื่องจะจบ

กระทั่งวันที่ 4พ.ค.และ 11 พ.ค.65 ชายฉกรรจ์กลุ่มดังกล่าวก็บุกเข้ามารื้อหลังคา ทำข้าวของเสียหายตามภาพจากกล้องวงจรปิดและคลิปที่ถ่ายไว้เป็นหลักฐาน ตนก็โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก 2 ครั้ง ก็เหมือนเดิมคือให้ตนไปแจ้งความที่ สภ.ปากเกร็ด ทำอะไรไม่ได้ ทุกวันนี้ร้านต้องปิด ลูกน้องกว่า 20 ชีวิตอาศันอยู่ที่ร้านไม่ได้ ไม่กล้าไปเปิดร้าน สุดท้ายกลุ่มชายฉกรรจ์ได้ตีสังกะสีปิดโดยรอบร้านและขึ้นป้ายว่าพื้นที่ส่วนบุคคล ห้ามบุกรุก ตนและลูกน้องเกิดความกลัวไม่กล้าไปเปิดร้านทำมาหากิน จากวันแรกจนถึงวันนี้ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับร้านหลายล้านบาท    

นายภูภณ กล่าวอีกว่า วันนี้ตนทนไม่ไหวจึงเดินทางไปแจ้งความที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อให้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวให้ เพราะไม่มั่นใจตำรวจพื้นที่ ที่ตนแจ้งความไป 3 ครั้งก็ไม่สามารถดำเนินการอะไรได้เลย ตนเดือดร้อนทำมาหากินไม่ได้ นอกจากนี้ยังมีลูกน้องอีกกว่า 20 ชีวิตที่ต้องแบกรับภาระไว้เพราะถ้าไม่ดูแลลูกน้องก็ลำบาก อยากฝากถึงผู้ใหญ่ในบ้านเมืองว่า ที่นี่ จ.นนทบุรี ทำไมถึงมีกลุ่มผู้มีอิทธิพลมาทำแบบนี้กับคนที่ทำมาหากินได้ด้วยหรือ    

หลังจากนี้ทางผู้เสียหายจะเดินทางเข้าร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ให้เข้ามาตรวจสอบเรื่องดังกล่าวว่ามีกลุ่มผู้มีอิทธิพลในพื้นที่จริงหรือไม่ ทำไมตำรวจจึงไม่สามารถดำเนินการตามกฏหมายได้เลย


ขอบคุณที่มา SANOOK

โพสต์โดย : ปลายน้ำ