Social :



อาการบ้าจี้ โบราณว่า ใครเป็นจะมีความต้องการทางเพศสูง !!

20 มิ.ย. 65 05:06
อาการบ้าจี้ โบราณว่า ใครเป็นจะมีความต้องการทางเพศสูง !!

อาการบ้าจี้ โบราณว่า ใครเป็นจะมีความต้องการทางเพศสูง !!






อาการบ้าจี้ โบราณว่า ใครเป็นจะมีความต้องการทางเพศสูง !!


คติความเชื่อที่มีมานาน สืบขานกันจากรุ่นสู่รุ่นแล้วว่าใครที่มีคนแอบทีเผลอ นำนิ้วมาจี้ที่เอวแล้วตกใจ กรณีผู้ชายคือบุคลิกผู้ชายที่กลัวเมีย แต่ผู้หญิงคือผู้หญิงที่มีความต้องการทางเพศสูง จะจริงหรือไม่ บทความนี้ Horoscope thaiza จะแนะนำ

     คนโบราณสมัยก่อนรุ่นคุณตาคุณยายยังเด็ก ชอบล้อเลียนผู้ชายที่บ้าจี้
กลัวเมีย สร้างความอับอายแก่หนุ่มน้อย หนุ่มใหญ่ทั้งหลาย ความจริงการที่ผู้ชายกลัวเมีย คือผู้ชายที่รักและเกรงใจเมียมากกว่า และจะไม่ยกผู้หญิงอื่นเหนือเมียตัวเอง ที่สำคัญคติความเชื่อคนโบราณว่า ผู้ชายที่กลัวเมียคือชายที่รักและไม่เจ้าชู้

     มีการพูดสืบต่อกันมาว่าผู้ชายบ้าจี้จะรักเมียตัวเองมาก เมียสั่งอะไรจะรีบทำตาม แต่คนสมัยก่อนว่าผู้หญิงที่บ้าจี้คือผู้หญิงที่มีความอ่อนไหวทางเพศมาก มีความต้องการทางเพศสูง ความจริงยังไม่มีการพิสูจน์ แต่ทางจิตวิทยาเชื่อว่าคือความผิดปกติสารเคมีในสมอง จะแสดงกิริยาอาการที่เก็บเงียบในจิตใจออกมาโดยควบคุมตนเองไม่ได้ ชายหญิงใดที่หัวเราะชอบใจ เวลามีคนนำนิ้วมาจี้ที่เอว แสดงว่าคือชายหญิงที่อารมณ์ดี ไม่เคร่งเครียด เชื่อว่าคือชายที่ไม่ข่มเหงรังแกเมียตนเอง หญิงจะให้เกียรติยกย่องสามีตนเอง สรุปคนโบราณมองคนบ้าจี้ไปในทางที่ดีไม่พิษภัย

     อาการบ้าจี้มีสองลักษณะคือการแสดงออกเมื่อมีการสัมผัสในบริเวณที่ไวต่อความรู้สึก อย่างการจี้ที่เอวแล้วจะหัวเราะไม่หยุด และลักษณะที่สองโดนกระตุ้นด้วยเสียงดังส่งผลให้ผู้ที่มีอาการบ้าจี้หลุดอาการควบคุมเผลอพูดคำหยาบคายออกมา บางรายหลงแสดงอาการตามคำสั่งที่ได้ยิน อาการบ้าจี้ที่ไม่รุนแรงจะไม่ส่งผลให้ผู้ที่มีอาการกระทบต่อชีวิตประจำวัน แต่เมื่อใดที่มีความรู้สึกว่าตนเองมีอาการมากไม่ควรอยู่ในระเบียงที่สูง ไม่ควรขับขี่ยวดยานพาหนะ ควรไปนั่งวิปัสสนากรรมฐาน นั่งสมาธิ และการไปพบจิตแพทย์



ขอบขอบคุณข้อมูลจาก:thaiza.com

โพสต์โดย : monnyboy