menu กระทรวงเกษตรฯรับถ่ายโอนภารกิจตรวจสอบอาหารนำเข้าจาก อย. 7 พิกัด 338 รายการ เร่งแก้กม.ให้สอดคล้องปฏิบัติ
date 02 ต.ค. 59 20:10    date อ่าน: 646 | หมวด: ข่าวราชการ
facebook twitter google plus


กระทรวงเกษตรฯรับถ่ายโอนภารกิจตรวจสอบอาหารนำเข้าจาก อย. 7 พิกัด 338 รายการ เร่งแก้กม.ให้สอดคล้องปฏิบัติ

นางสาวดุจเดือน ศศะนาวินเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ(มกอช.)เปิดเผยว่าขณะนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รับการถ่ายโอนภารกิจตรวจสอบสินค้าเกษตรและอาหารนำเข้าจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.)กระทรวงสาธารณสุขตามพิกัดศุลกากร7พิกัดครอบคลุมสินค้ารวม338รายการประกอบด้วยพิกัด02ได้แก่เนื้อสัตว์และส่วนอื่นของสัตว์ที่บริโภคได้พิกัด03ได้แก่ปลาสัตว์น้ำจำพวกครัสตาเซียโมลลุสก์และสัตว์น้ำไม่มีกระดูกสันหลังอื่นๆ

พิกัด04ได้แก่ไข่สัตว์ปีกผลิตภัณฑ์จากสัตว์ที่บริโภคได้ซึ่งไม่ได้ระบุหรือรวมไว้ในที่อื่นพิกัด05ได้แก่ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ที่ไม่ได้ระบุหรือรวมไว้ในที่อื่นพิกัด09ได้แก่กาแฟและเครื่องเทศพิกัด10ได้แก่ธัญพืชและพิกัด12ได้แก่เมล็ดพืชและผลไม้ที่มีน้ำมันเมล็ดธัญพืชและผลไม้เบ็ดเตล็ดพืชที่ใช้ในอุตสาหกรรมเป็นต้น ส่วนสินค้าเกษตรและอาหารที่ส่งออกแล้วถูกส่งกลับคืนมาหากจะนำมาปรับปรุงเพื่อส่งออกใหม่กระทรวงเกษตรฯจะเป็นผู้ดูแลแต่หากประสงค์จะนำกลับเข้ามาจำหน่ายในประเทศอย.ยังคงทำหน้าที่ตรวจสอบเหมือนเดิม

ในระยะแรกนี้เจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตรฯจะตรวจสอบสินค้าเกษตรและอาหารนำเข้าที่ได้รับการถ่ายโอนภารกิจในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพ.ร.บ.อาหารพ.ศ.2522ก่อนอย่างไรก็ตามปัจจุบันกระทรวงเกษตรฯและกระทรวงสาธารณสุขอยู่ระหว่างเร่งผลักดันให้มีการปรับแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้แก่พ.ร.บ.มาตรฐานสินค้าเกษตรพ.ศ.2551และพ.ร.บ.อาหารพ.ศ.2522ให้มีความชัดเจนและให้สอดคล้องกับการปฏิบัติการตรวจสอบคุณภาพและควบคุมความปลอดภัยอาหารณด่านนำเข้าและเพื่อให้เป็นเอกภาพในการบริหารจัดการสินค้าเกษตรและอาหารนำเข้าทั้งระบบและในระยะต่อไปคาดว่าจะมีการถ่ายโอนภารกิจตรวจสอบสินค้าเกษตรและอาหารนำเข้าในกลุ่มพิกัดสินค้าอื่นๆต่อไป

ที่ผ่านมากระทรวงเกษตรฯได้เร่งปะสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาทิกรมปศุสัตว์กรมวิชาการเกษตรและกรมประมงซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบการตรวจสอบสินค้าเกษตรนำเข้าตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้านการกักกันเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้เป็นทิศทางเดียวกันในการตรวจสอบสินค้าเกษตรและอาหารนำเข้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแลความปลอดภัยอาหารและอำนวยความสะดวกทางการค้าให้รวดเร็วขึ้นที่สำคัญยังช่วยปกป้องผู้บริโภคภายในประเทศจากสินค้าที่มีความเสี่ยงและสินค้าที่ไม่ปลอดภัยด้วย

“ประเทศไทยจำเป็นต้องเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสินค้าเกษตรและอาหารนำเข้าจากต่างประเทศเนื่องจากมีความเสี่ยงที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคอาทิปัญหาสารพิษตกค้างปนเปื้อนรวมถึงเรื่องเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคและสารอะฟลาท็อกซินปนเปื้อนในสินค้าเกษตรและอาหารเป็นต้นเพื่อให้ผู้บริโภคในประเทศได้บริโภคสินค้าที่มีคุณภาพและมีความปลอดภัย"เลขาธิการมกอช.กล่าว







โพสต์โดยสมาชิก : อาจารย์ตาใส



menu ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ

menu FIND US ON FACEBOOK arrow

menu ข่าวล่าสุด arrow