menu สมเด็จวัดระฆัง ทรายเงินทรายทอง
date 19 ต.ค. 59 20:10    หมวด: พระเครื่อง
facebook twitter google plus


สมเด็จวัดระฆัง ทรายเงินทรายทอง

ใน“หนังสือพระสมเด็จฯ”ของอ.ตรียัมปวาย

“หนังสือพระสมเด็จฯ”เป็นหนังสือที่เรียบเรียงโดย พ.อ.ผจญกิตติประวัติหรืออ.ตรียัมปวายผู้บัญญัติศัพท์เบญจภาคีอันโด่งดังเป็นหนังสือเชิงวิชาการรวบรวมชีวประวัติของสมเด็จพระพุฒาจารย์โตพรหมรังสีและตำนานการสร้างพระสมเด็จฯโดยกล่าวไว้ทั้งสามวัดอย่างละเอียดพร้อมด้วยรูปภาพประกอบ(ขาว-ดำ)ทั้งนี้พ.ต.ท.สรารักษ์กิตติประวัติบุตรชายอ.ตรียัมปวายมีการรวมเนื้อทั้งหมดไว้ในหนังสือ“พระสมเด็จฯตำราพิจารณาพระสมเด็จฯเล่มแรกของประเทศไทย”โดยสำนักพิมพ์ไทภูมิ จำกัดพิมพ์ครั้งที่๗เมื่อพ.ศ.๒๕๔๖

“พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ที่มีส่วนผสมของทรายเงินทรายทอง”เป็นข้อถกเถียงของผู้สะสมพระชุดเบญจภาคีทั้งนี้เมื่อหลายสิบปีก่อนมีปูชนียบุคลในวงการพระเครื่องท่านหนึ่งเคยครอบครองพระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ที่มีส่วนผสมของแร่ทองคำเนื้อเก้า(ทองคำเนื้อสุก)และแร่ทองบางสะพานซึ่งเป็นการสร้างให้เจ้านายผู้สูงศักดิ์รวมทุกพิมพ์น่าจะไม่เกิน๔๐องค์สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจคือมีการเขียนมูลค่าของพระสมเด็จองค์นี้ในพินัยกรรมว่าห้ามขายในราคาต่ำกว่า๖๐ล้านบาท

 ในตำราพิจารณาพระสมเด็จฯเล่มแรกของประเทศไทยที่เขียนโดยอ.ตรียัมปวายเขียนถึงหลักในการพิจารณาเนื้อพระสมเด็จมูลลักษณะรองคือมูลฐานลักษณะที่ไม่ปรากฏเด่นชัดและบางประการอังไม่ปรากฏก็ได้ดังนี้๑.ความแกร่งเป็นลักษณะของความแกร่งที่แฝงอยู่ภายในโครงสร้างของเนื้อส่วนผิวเนื้อภายนอกจะปรากฏแต่ความนุ่มโดยตลอด๒.น้ำหนักปกติจะมีความอิ่มตัวพอประมาณซึ่งหมายถึงน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ปานกลางหรือค่อนข้างมากนอกจากจะเป็นองค์ที่สันฐานบอบบาง๓.ทรายเงินทรายทองมีปรากฏเป็นส่วนน้อยและปริมาณน้อยมากและ๔.รักเก่าทองเก่า

มีปรากฏบ้าง

“มูลกรณีทรายเงินทรายทอง”ตรียมปวายเขียนอธิบายไว้ในหน้าที่๔๐๔ว่าเป็นอิทธิวัสดุซึ่งได้กล่าวไว้แล้วในมูลกรณีของเนื้อทั้งนี้คตินิยมของการสร้างพระศักรพุทธปฏิมาสืบเนื่องมาจากโบราณไม่ว่าจะเป็นพระเนื้อโลหะหรืออโลหะก็ตามมักจะเจือด้วยธาตุทองคำและเงินบริสุทธิ์เสมอโดยถือว่าเป็นสินแร่ตระกูลสูงกว่าสามัญโลหะทั้งหลายมีความศักดิ์สิทธิ์อิทธิพลโดยธรรมชาติที่เรียกว่า“ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้”นำมารีดเป็นแผ่นแล้วประสิทธิ์ด้วยพระยันต์๑๐๘และนะปถมัง๑๘เป็นต้นแล้วจึงตะไบออกเป็นเกล็ดเป็นผงเจือผสมลงในมวลสารของเนื้อเป็นอิทธิวัสดุ

นอกจากนี้หน้าที่๔๐๓เขียนถึง“ทรายเงินทรายทอง”ไว้ว่าทรายเงินทรายทองคือผงตะใบจากแผ่นเงินแผ่นทองลงคุณพระมีลักษณะเป็นผงที่ละเอียดมากและเป็นมวลสารที่ปรากฏตัวน้อยที่สุดสังเกตเห็นได้เพียงบางองค์เท่านั้นสำหรับองค์ที่ปรากฏก็มีเพียงเกล็ดสองเกล็ดเท่านั้นเป็นอย่างมากเพราะอาจจะจมอยู่ในเนื้อลึกหรือมิเช่นนั้นก็เป็นส่วนที่ใช้เจือผสมเนื้อเพียงเล็กน้อยมาแต่เดิมและที่ปรากฏมีของวัดระฆังเป็นส่วนมากสำหรับบางขุนพรหมปรากฏน้อยมาก

สมเด็จวัดระฆังซึ่งมีแร่ทองบางสะพานฝังอยู่ทั้งด้านหน้าและด้านหลังนั้นจัดเป็นพระสมเด็จที่ว่ากันว่าหายากมากเข้าใจว่ามีการจัดสร้างจำนวนน้อยมากๆนับจากเวลาการสร้างพระสมเด็จเกือบสองทศวรรษแล้วถ้าจะเหลือคงเหลืออยู่ในความครอบครองของผู้สืบสกุลจากบรรดาเจ้านายชั้นสูงในสมัยก่อนเท่านั้น

พระสมเด็จวัดระฆังจักรพรรดิแห่งพระเครื่องในชุดที่กล่าวถึงนี้เป็นที่ใฝ่ฝันของมหาชนผู้ที่จะครอบครองได้จะต้องมี๓ถึงคือ๑.บุญบารมีต้องถึง๒.เงินต้องถึงและ๓.ใจต้องถึงขาดสิ่งใดก็ไม่มีสิทธิ์เมืองไทยคนมีเงินมีมากแต่ขาดบุญบารมีจึงไม่มีสิทธิ์ครอบครอง

ที่มาwww.komchadluek.net







โพสต์โดยสมาชิก : nampuengeiei9760