menu ๙ เหรียญกษาปณ์บนแผ่นดินรัชกาลที่ ๙
date 21 ต.ค. 59 22:10    หมวด: พระเครื่อง
facebook twitter google plus


๙ เหรียญกษาปณ์บนแผ่นดินรัชกาลที่ ๙

 เหรียญกษาปณ์เป็นเงินตราหมุนเวียนที่ประชาชนใช้ในการจับจ่ายแลกเปลี่ยนซื้อสินค้าที่มีราคาไม่สูงนักซึ่งเป็นของทั่วๆ ไปเช่นเครื่องดื่มอาหารหรือค่าโดยสารในการเดินทางหากเป็นจำนวนเงินมากกว่านั้นจะใช้จ่ายโดยธนบัตร

  เหรียญกษาปณ์หมุนเวียนของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชรัชกาลที่๙ตลอดรัชกาลนั้นนายศราวุฒิวรพัทธ์ทวีโชติหรือ"คุณเจมส์”เจ้าของกิจการร้านSiamCoin&Antiques“ร้านกษาปณ์เมืองสยาม”หรือ“ร้านSiamcoin”และเลขานุการสมาคมเหรียญที่ระลึกไทยให้ข้อมูล“คม ชัด ลึก”ว่าตลอดรัชสมัยได้ผลิตเหรียญกษาปณ์ออกมาทั้งสิ้น๙รุ่นรุ่นแรกออกเมื่อพ.ศ.๒๔๙๓และรุ่นสุดท้ายคือรุ่นที่๙ผลิตใช้ระหว่างพ.ศ.๒๕๕๑ถึงพ.ศ.๒๕๕๙ซึ่งรุ่นสุดท้ายนี้เป็นเรื่องแปลกและบังเอิญที่รุ่นสุดท้ายนี้มีเหรียญกษาปณ์ทั้งสิ้น๙ชนิดราคาคือ

     ๑.สิบบาท๒.ห้าบาท๓.สองบาท๔.หนึ่งบาท๕.ห้าสิบสตางค์๖.ยี่สิบห้าสตางค์๗.สิบสตางค์๘.ห้าสตางค์๙.หนึ่งสตางค์ซึ่งในชุดแรกที่ออกในปี๒๔๙๓หรือเมื่อ๖๖ปีก่อนมีออกมา๕ชนิดราคาแต่ผลิตใช้จริงคือ๑.ห้าสิบสตางค์๒.ยี่สิบห้าสตางค์๓.สิบสตางค์และ๔.ห้าสตางค์สำหรับชนิดราคาหนึ่งบาทผลิตออกมาเป็นเพียงตัวอย่างเท่านั้นเนื่องจากในยุคนั้นจะใช้ธนบัตรชนิดราคา๑บาทอยู่

    “หากจะมีใครสักคนเก็บสะสมเหรียญกษาปณ์รัชกาลที่ ๙ตั้งแต่อายุ๑๐ปีกว่าจะเก็บครบจนถึงเหรียญสุดท้ายที่ออกในปี๒๕๕๙ซึ่งใช้เวลายาวนาน๖๖ปีจะเก็บจนครบชุดเมื่อตอนอายุราว๗๖ปีซึ่งนานมากอาจจะเกือบถึงหนึ่งชั่วชีวิตของคนเลยทีเดียว”คุณเจมส์กล่าว

  จากข้อมูลของกรมธนารักษ์ในเดือนกันยายนพ.ศ.๒๕๕๙มีเหรียญกษาปณ์ที่หมุนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจอยู่ทั้งสิ้นดังนี้ คือ๑.เหรียญสิบบาทประมาณ๑,๘๘๖ล้านเหรียญ๒.เหรียญห้าบาทประมาณ๓,๒๗๒ล้านบาท๓.เหรียญ๒บาทประมาณ๑,๖๙๕ล้านบาท๔.เหรียญ๑ บาท ประมาณ๑๕,๔๐๐ล้านบาท

๕.เหรียญ๕๐สตางค์ราว๒,๔๙๐ ล้านเหรียญ๖.เหรียญ ๒๕ สตางค์ประมาณ๓,๔๘๖ล้านเหรียญส่วนเหรียญ๑๐ สตางค์,๕ สตางค์และ๑สตางค์มีอยู่ในระบบอย่างละ๖ล้านเหรียญรวมเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนทุกชนิดในระบบเศรษฐกิจมีมูลค่า๕๖,๒๑๕ล้านบาทและเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกอีกราว๖,๔๗๐ล้านบาทที่หมุนเวียนในระบบ

สำหรับเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนที่๙รุ่นบนแผ่นดินรัชกาลที่๙ประกอบด้วย

๑.เหรียญรุ่นแรกผลิตออกใช้ระหว่างพ.ศ.๒๔๙๓-๒๔๙๗ผลิตด้วยโลหะ๓ชนิดคือเนื้อนิเกิ้ล,ทองเหลือง(อะลูมิเนียมบรอนซ์) และเนื้อดีบุกทั้งหมด๕ ชนิดราคา คือหนึ่งบาท(เหรียญตัวอย่าง), ๕๐สตางค์, ๒๕สตางค์, ๑๐สตางค์, ๕สตางค์มีจำนวนการผลิตทั้งสิ้นทุกแบบรวมกันราว๘๔ล้านเหรียญ

๒.เหรียญกษาปณ์รุ่นที่๒ผลิตออกใช้พ.ศ.๒๕๐๐ผลิตด้วยโลหะ๔ชนิดคือเนื้อนิเกิ้ลผสมเงิน,ทองเหลือง(อะลูมิเนียมบรอนซ์), เนื้อทองแดงและดีบุกทั้งหมด๕ชนิดราคา คือหนึ่งบาท, ๕๐สตางค์, ๒๕สตางค์, ๑๐สตางค์,๕สตางค์มีจำนวนการผลิตทั้งสิ้นทุกแบบรวมกันราว๑,๑๔๐ล้านเหรียญ

๓.เหรียญกษาปณ์รุ่นที่๓ผลิตออกใช้พ.ศ.๒๕๐๕ผลิตเพียงชนิดราคาเดียวคือหนึ่งบาทเนื้อนิเกิ้ลมีพบสามแม่ตราจำนวนการผลิตราว๘๘๓ล้านเหรียญ

๔.เหรียญกษาปณ์รุ่นที่๔ผลิตออกใช้ระหว่างพ.ศ.๒๕๑๕-๒๕๑๗เหรียญรุ่นนี้ผลิตเพียง๒ชนิดราคา คือ เหรียญห้าบาทซึ่งเป็นครั้งแรกของประเทศที่ผลิตเหรียญชนิดราคาห้าบาทในปี ๒๕๑๕, เหรียญบาทผลิตในปี๒๕๑๗ ทำด้วยเนื้อนิเกิ้ลจำนวนการผลิตทั้งสองแบบราว๒๗๙ล้านเหรียญ

๕.เหรียญกษาปณ์รุ่นที่๕ผลิตออกใช้ระหว่างพ.ศ.๒๕๒๐-๒๕๒๒เหรียญรุ่นนี้ผลิต ๔ชนิดราคาคือห้าบาท(ครุฑเฉียง)จำนวนการผลิตราว๙๙.๙๙ล้านเหรียญ, หนึ่งบาท(เรือหงส์)จำนวนการผลิต๕๐๖ล้านเหรียญ, ๕๐สตางค์(รวงข้าว)จำนวน๑๒๒ล้าน, ๒๕สตางค์(รวงข้าว)จำนวน๑๘๓ล้านรวมทั้งสี่แบบผลิตมาราวๆ๙๐๐ล้านเหรียญ

๖.เหรียญกษาปณ์รุ่นที่๖ผลิตออกใช้ระหว่างพ.ศ.๒๕๒๕-๒๕๒๙เหรียญรุ่นนี้มีสองพิมพ์คือพระเศียรธรรมดากับพระเศียรเล็กผลิต๒ชนิดราคาคือห้าบาท(ครุฑตรง)จำนวนการผลิตราว

๒๖ ล้านเหรียญ,หนึ่งบาท(วัดพระแก้ว)จำนวนการผลิต๒๕๗ ล้านเหรียญ๗.เหรียญกษาปณ์รุ่นที่เจ็ดปี๒๕๒๙-๒๕๕๑ผลิตด้วยโลหะ๔ชนิดคือนิเกิ้ลสอดไส้ทองแดง,นิเกิ้ล,อะลูมิเนียมและอะลูมิเนียมบรอนซ์ (สีทอง)ทั้งหมด๘ชนิดราคาคือ๑๐บาท(๒๕๓๑-๒๕๕๑), ๕บาทเรือหงส์(๒๕๓๐-๒๕๓๑)และ๕ บาทวัดเบญจฯ(๒๕๓๑-๒๕๕๑), ๑บาท,๕๐สตางค์,๒๕สตางค์,๑๐สตางค์,๕สตางค์, ๑สตางค์

๘.เหรียญกษาปณ์รุ่นที่๘ผลิตออกใช้ระหว่างพ.ศ.๒๕๔๘-๒๕๕๐มีเหรียญกษาปณ์ชนิดราคา๒บาทสีเงินอย่างเดียวโดยผลิตจากเหล็กเคลือบชุบด้วยนิเกิ้ลซึ่งสร้างความสับสนกับเหรียญบาทเพราะมีสีเงินเหมือนกันโดยเปลี่ยนแบบพระบรมรูปรัชกาลที่ ๙เล็กน้อยและเปลี่ยนชนิดของโลหะเป็นอะลูมิเนียมบรอนซ์ (สีทอง)

๙.เหรียญกษาปณ์รุ่นที่๙ผลิตออกใช้ระหว่างพ.ศ.๒๕๕๑-๒๕๕๙ผลิตด้วยโลหะ๔ชนิดคือนิเกิ้ลสอดไส้ทองแดง,นิเกิ้ล,อะลูมิเนียมและอะลูมิเนียมบรอนซ์ทั้งหมด๙ชนิดราคาคือ๑๐บาท,๕บาท,๒บาท,๑บาท,๕๐สตางค์,๒๕สตางค์,๑๐สตางค์,๕สตางค์และ๑สตางค์

คุณเจมส์ยังบอกด้วยว่าจำนวนการผลิตเหรียญรัชกาลที่ ๙นั้นในรุ่นที่๗ถึงรุ่นที่ ๙ทุกแบบจำนวนรวมกันหลายพันล้านเหรียญก็จริงแต่เหรียญที่สวยและไม่มีรอยเลยนั้นไม่ใช่สิ่งที่หาได้ง่ายๆ เช่นเดียวกันในเดือนกันยายนปี๒๕๕๙มีเหรียญ๑๐บาทที่หมุนเวียนในระบบ๑,๘๘๖ล้านเหรียญซึ่งแน่นอนว่าร้อยละกว่า๙๙%เป็นเหรียญที่ผ่านการใช้งานมาบ้างไม่มากก็น้อยเพียง ๑% เท่านั้นที่จะเป็นเหรียญสูงค่าในอนาคต

ส่วนสุดยอดเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนของรัชสมัยรัชกาลที่๙ที่หายากและมีราคาสูงที่สุดนั้นคุณเจมส์ได้จัดไว้๕ลำดับซึ่งจัดตามเฉพาะเหรียญที่มีการแลกเปลี่ยนซื้อขายกันจริงในวงการสะสมในปัจจุบันเท่านั้นโดยมีลำดับดังนี้

๑.เหรียญ๑๐บาทพ.ศ.๒๕๓๓เหรียญ ๑๐ บาทสองสีเริ่มผลิตมาตั้งแต่พ.ศ.๒๕๓๑สำหรับเหรียญรุ่นนี้ผลิตมาเพื่อจัดเข้าแผงเหรียญของพ.ศ.๒๕๓๓สำหรับแจกเป็นของที่ระลึกให้ผู้แทนประเทศต่างๆในการประชุมเอ็นบีซีที่ประเทศอังกฤษซึ่งผลิตออกมาเพียง๑๐๐ เหรียญเท่านั้นและในวงการรับรู้กันว่ามีอยู่กันแค่เพียง๖ถึง๗เหรียญในมือของนักสะสมล่าสุดมีการเปลี่ยนมือกันที่ราคา๕๐๐,๐๐๐บาท

๒.เหรียญบาทตัวอย่างผลิตพ.ศ.๒๔๙๓เหรียญบาทตัวนี้นับเป็นเหรียญบาทรุ่นแรกที่ผลิตในสมัยรัชกาลที่๙เมื่อพ.ศ.๒๔๙๓แต่ไม่ได้นำมาใช้เป็นการผลิตมาเป็นเพียงแค่ตัวอย่างเท่านั้นมีการประมูลเหรียญนี้ในเดือนสิงหาคมจบที่ราคาสี่แสนสามหมื่นบาทและนอกงานประมูลอีก๒เหรียญมีหนึ่งเหรียญที่สวยมากที่สุดในวงการจบที่ราคา๕๐๐,๐๐๐บาทเหรียญรุ่นนี้ปัจจุบันพบในวงการแค่เพียง๓ถึง๔เหรียญเท่านั้น

๓.เหรียญห้าบาทตัวอย่างผลิตพ.ศ.๒๕๑๕เหรียญห้าบาทรุ่นนี้ในวงการเรียกเหรียญห้าบาทเก้าเหลี่ยมซึ่งในครั้งนั้นผลิตออกมาทั้งสิ้น๔แบบมี ๒แบบที่ไม่ได้ผลิตออกมาใช้หมุนเวียนซึ่งสังเกตได้ว่าด้านหลังจะเป็นสัญลักษณ์ตรา“พระที่นั่งอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์”(ข้อมูลจากหนังสือกษาปณ์เมืองสยามเขียนโดยนพ.ไชยยศพงศ์จารุสถิต)

ส่วนเหรียญหมุนเวียนปกติจะเป็นตรา“พระครุฑพ่าห์”หรือที่เรียกกันว่า“ตราครุฑ”เหรียญรุ่นนี้มีด้านหน้าเหรียญสามแบบสำหรับเหรียญตัวอย่างมีสองแบบพบจำนวนไม่เกินอย่างละ๔เหรียญในปัจจุบันราคาประมูลค่าสุด๓๑๐,๐๐๐บาท

๔.เหรียญบาทตัวอย่างพ.ศ.๒๕๐๕เหรียญบาทที่ผลิตในปี๒๕๐๕ผลิตออกมาจำนวนมากถึงราวๆ๘๘๓ล้านเหรียญมีทั้งหมด๓พิมพ์เป็นพิมพ์ตัวอย่างหนึ่งพิมพ์เหรียญกษาปณ์รุ่นนี้แบบธรรมดาราคาอยู่ที่๓บาทจนถึง๑๐๐บาทสำหรับเหรียญที่สวยๆแต่หากเป็นเหรียญตัวอย่างที่ปัจจุบันพบราว๑๕เหรียญมีราคาตั้งแต่๑๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไปล่าสุดซื้อขายกันที่ราคา๒๙๐,๐๐๐บาทจุดสังเกตคือเหรียญตัวอย่างด้านหน้าพระบรมรูปในหลวงจะต่างจากเหรียญปกติด้านหลังมงกุฎตรงตราแผ่นดินจะชี้ตรงตัวย ยักษ์พอดี

๕.เหรียญ๒๕สตางค์พ.ศ.๒๕๐๐พิมพ์เล็กสำหรับเหรียญ ๒๕สตางค์พ.ศ.๒๕๐๐ผลิตมาจำนวนทั้งสิ้นราว๖๒๐ล้านเหรียญจึงไม่ใช่เหรียญหายากแต่อย่างใดราคาในท้องตลาดตั้งแต่๒บาทถึง๒๐บาทยกเว้นแต่แบบพิมพ์เล็กที่หาพบเจอน้อยมากๆคาดว่ามีหมุนเวียนในตลาดและวงการของผู้ที่สะสมเหรียญไม่เกิน๓๐เหรียญโดยเฉพาะเหรียญที่ตีออกมาได้คมชัดมากๆมีพบแค่ไม่เกิน๓เหรียญเท่านั้นล่าสุดมีการเสนอซื้อขายจบราคาที่๑๔๐,๐๐๐บาท

นอกจากเหรียญดังกล่าวแล้วเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนที่หายากยังมีอีกหลายรุ่นเช่นเหรียญ๕บาทพ.ศ.๒๕๒๙,๒๕๒๔และปี๒๕๒๕แบบพระเศียรเล็กแต่ไม่ได้มานับรวมใน๕ลำดับข้างต้นเนื่องจากไม่เคยมีการซื้อขายกันจริงๆหรืออาจมีแต่นานเกินกว่า๒๐ปีล่วงมาแล้วบางรุ่นทราบกันว่ามีแต่หายากมากจนแม้แต่ภาพสักเหรียญเดียวก็ไม่มีให้เห็นเช่นเหรียญ๕บาทแบบเรือหงส์ที่ผลิตในพ.ศ.๒๕๒๙ซึ่งปัจจุบันนี้จัดอยู่ในอันดับ ๑ของเหรียญกษาปณ์รัชกาลที่ ๙ที่หายากมากที่สุด

ขอขอบพระคุณข้อมูลจากคุณสถาพรบุญยเกตนายกสมาคมเหรียญที่ระลึกไทย,หนังสือกษาปณ์เมืองสยามและคลังข้อมูลจากSiamcoin.com







โพสต์โดยสมาชิก : nampuengeiei9760