Social :



ข่าวดี รมว.เกษตรฯ บอก น้ำลุ่มเจ้าพระยากลับสู่ภาวะปกติแล้ว-เตรียมรับมือฝนภาคใต้

10 พ.ย. 59 07:11
ข่าวดี รมว.เกษตรฯ บอก น้ำลุ่มเจ้าพระยากลับสู่ภาวะปกติแล้ว-เตรียมรับมือฝนภาคใต้

ข่าวดี รมว.เกษตรฯ บอก น้ำลุ่มเจ้าพระยากลับสู่ภาวะปกติแล้ว-เตรียมรับมือฝนภาคใต้

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาขณะนี้ (9 พ.ย.) ได้ลดลงและกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว แต่ยังมีเขื่อนบางแห่งที่มีน้ำน้อย คือ เขื่อนบางลาง ขณะที่ปริมาณน้ำในเขื่อนลำตะคอง และเขื่อนลำพระเพลิง ที่เดิมมีปริมาณน้ำน้อยนั้น ปัจจุบันเขื่อนลำตะคองมีปริมาณน้ำน้อยกว่าปี 2558 จำนวน 19 ล้าน ลบ.ม. ส่วนเขื่อนลำพระเพลิง มีปริมาณน้ำน้อยกว่าปี 2558  จำนวน 16 ล้าน ลบ.ม.

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์น้ำของทั้งสองเขื่อนดีขึ้นกว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตรดำเนินการปฏิบัติการฝนหลวงเติมน้ำในเขื่อนที่มีน้ำน้อยต่อไป จากเดิมที่ให้ปฏิบัติการถึงวันที่ 15 พ.ย.59 แต่เนื่องจากสภาวะอากาศยังเอื้ออำนวย อีกทั้งปริมาณน้ำในเขื่อนลำตะคอง และเขื่อนลำพระเพลิง ยังน้อยกว่าปี 2558 จึงได้ให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตรเร่งรัดดำเนินการต่อไป

ด้านนายสัญชัย เกตุวรชัย อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวถึงสถานการณ์น้ำว่า ปัจจุบันปริมาณน้ำทั้ง 34 เขื่อน อยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก ขณะที่ในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาซึ่งเดิมมีน้ำล้นตลิ่งนั้น

ขณะนี้น้ำได้ลดลงต่ำกว่าตลิ่งแล้วทั้ง 11 จุด ตั้งแต่วันที่ 7 พ.ย. 59 ส่วนสถานการณ์น้ำใน จ.เพชรบุรี ขณะนี้ได้กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ภายหลังจากเขื่อนเพชรได้ลดการระบายน้ำลง ตั้งแต่วันที่ 3 พ.ย.59 เป็นต้นมา ปัจจุบันระดับน้ำในแม่น้ำเพชรบุรีต่ำกว่าตลิ่งแล้ว และสภาพน้ำท่วมในบริเวณตัวเมืองเพชรบุรี น้ำแห้งเกือบหมดแล้ว เหลือเพียงในพื้นที่ อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี ที่มีน้ำท่วมขังเล็กน้อย ซึ่งคาดว่าน้ำจะลดลงภายใน 1-2 วันนี้ และไม่ได้ส่งผลกระทบต่อประชาชนในที่พื้นที่ดังกล่าว

สำหรับในพื้นที่ภาคใต้ ปัจจุบันได้เข้าสู่ฤดูฝนแล้ว กรมชลประทานได้สั่งการให้โครงการชลประทานในพื้นที่เตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำ โดยได้ตรวจสอบความพร้อมใช้งานของระบบชลประทาน ทั้งในส่วนของอาคารชลประทาน ระบบส่งน้ำ ระบบระบายน้ำ คันกั้นน้ำ ให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งให้เตรียมความพร้อมของเครื่องจักร เครื่องมือ เครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ เครื่องผลักดันน้ำ ให้สามารถเข้าไปช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมได้อย่างทันท่วงที และได้ประสานงานไปยังในส่วนของจังหวัด เทศบาล และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หากพบว่ามีปัญหาหรือมีแนวโน้มว่าจะไม่สามารถรองรับสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ให้รีบแจ้งหน่วยงานที่รับผิดชอบเร่งดำเนินการแก้ไขซ่อมแซมปรับปรุงให้สามารถใช้งานป้องกันอุทกภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด



โพสต์โดย : อาจารย์ตาใส