Social :

เอาแล้วไง! เมื่อยาเสพติดอย่าง ‘กัญชา’ รักษา ‘มะเร็ง’ ได้จริง! งานนี้ อย.จะว่ายังไง?

25 เม.ย. 59 16:47
เอาแล้วไง! เมื่อยาเสพติดอย่าง ‘กัญชา’ รักษา ‘มะเร็ง’ ได้จริง! งานนี้ อย.จะว่ายังไง?

เอาแล้วไง! เมื่อยาเสพติดอย่าง ‘กัญชา’ รักษา ‘มะเร็ง’ ได้จริง! งานนี้ อย.จะว่ายังไง?

เอาแล้วไง! เมื่อยาเสพติดให้โทษอย่าง ‘กัญชา’
รักษา ‘มะเร็ง’ ได้จริง! งานนี้ อย.จะว่ายังไง?

  คงไม่มีใครคาดคิดว่ามหันตภัยร้ายอย่าง “มะเร็ง ” ที่คร่าชีวิตผู้คนไปนับไม่ถ้วน จะสามารถรักษาได้ด้วยยาเสพติดให้โทษอย่าง “กัญชา” ที่ทำลายชีวิตคนไม่น้อยไปกว่ามะเร็งเช่นกัน เพราะเท่าที่ทราบกัน ผู้เสพกัญชาส่วนใหญ่มักมีอาการจิตเสื่อม ระบบการสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายถูกทำลาย หากใช้ติดต่อกันเป็นระยะเวลานานจะทำให้เกิดภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ร่างกายอ่อนแอ และติดโรคได้ง่าย แถมกัญชายังถูกบัญญัติให้เป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 พร้อมมีบทลงโทษสำหรับผู้ครอบครองและผู้เสพอีกด้วย

  แต่ล่าสุด กลับกลายเป็นประเด็ดสุดฮือฮาในสังคม หลักจากที่ นพ.สมยศ กิตติมั่นคง ประกาศผ่านหนังสือ กัญชา คือ ยารักษามะเร็ง




             กัญชา คือ ยารักษามะเร็ง
          โรคมะเร็ง อาจหายได้ด้วยกัญชา
          แนวทางใหม่ของการรักษา เพื่อทุกชีวิตไม่สิ้นหวัง
          หนังสือเล่มนี้ไม่สนับสนุนให้ใช้กัญชาในทางผิดกฎหมาย


  นี่คือ ข้อความที่ระบุไว้บนหน้าปกหนังสือของนพ.สมยศ กิตติมั่นคง ที่เห็นแล้วทำให้ผู้อ่านฉงนและอยากค้นหาคำตอบว่าความจริงเป็นอย่างไร ?


  นพ.สมยศ กล่าวไว้ในหนังสือว่า “ผมเสียดายที่ผมรู้ช้าไป ว่ากัญชาคือยารักษามะเร็ง แต่ความรู้เรื่องกัญชา คือ
ยารักษามะเร็งคงไม่ช้าเกินไปสำหรับอีกหลายๆ คน คนที่จำเป็นต้องใช้กัญชาเพื่อรักษาโรคที่ไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้ หลายสิบปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ผมยังเป็นเด็ก ผมรับรู้มาโดยตลอดว่า กัญชาเป็นยาเสพติด
  ผมไม่เคยสูบกัญชา แต่รู้ว่าเพื่อนบางคนสูบ มีโฆษณามากมายที่ระบุพิษภัยของกัญชา แต่ที่น่าแปลกใจ คือ ทำไมยังมีคนสูบมากมาย แต่กลับไม่ค่อยเจ็บป่วย...”


 
“ เมื่อก่อนมีการวิจัยผิดว่ากัญชาทำให้เป็นมะเร็ง ซึ่งงานวิจัยล่าสุด มีการใช้กัญชารักษามะเร็งได้ รวมถึงใช้รักษาหอบหืดได้อีกด้วย”  นพ.สมยศกล่าว

         
  ขณะที่ นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ เปิดเผยเมื่อวันที่ 21 เม.ย.ที่ผ่านมา ว่า การนำกัญชาไปใช้ทางการแพทย์ในต่างประเทศ ปัจจุบันยังอยู่ในขั้นตอนศึกษาวิจัยระดับพลีคลินิก คือในหลอดทดลองและสัตว์ทดลอง รวมถึงระดับคลินิกคือ ทดลองในคน ซึ่งแม้พบว่าสารสกัดจากกัญชาช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งในอวัยวะ เช่น ตับ ปอด เต้านม และสมองในสัตว์ทดลอง แต่ขณะนี้ยังไม่มียาที่สกัดจากกัญชาโดยตรง


แล้ว อย. มีคำตอบอย่างไรกับเรื่องนี้ ?

            ขณะที่ทางองค์การอาหารและยา (อย.) เภสัชกรสมชาย ปรีชาทวีกิจ รักษาราชการแทนรองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เ ปิดเผยว่า จากกระแสข่าวเกี่ยวกับการใช้กัญชารักษาโรคมะเร็งนั้น ทาง อย. ขอชี้แจงว่า กัญชาจัดอยู่ในกลุ่มยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ตามพรบ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ห้ามมีผู้ใดผลิต จำหน่าย นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครอง เว้นแต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จะอนุญาตโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มียาจากกัญชาที่ได้รับการขึ้นทะเบียนตำรับยาแต่อย่างใด เนื่องจากยังไม่มีงานวิจัยทางวิชาการในคนที่สามารถยืนยันว่ารักษามะเร็งได้

             
  อย่างไรก็ตาม ทางอย.ได้เสนอให้มีการแก้ไข พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 เปิดให้สามารถนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์กับการรักษาโรคได้ ตามคำสั่งของผู้ประกอบการวิชาชีพเวชกรรม ผู้ประกอบการวิชาชีพการแพทย์แผนไทยสาขาเวชกรรมไทย หรือผู้ประกอบการวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ โดย อย.ได้ส่งร่าง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษที่มีการแก้ไขดังกล่าวให้ ป.ป.ส. เพื่อประกอบการจัดทำร่างประมวลกฎหมาย ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบกับหลักการของร่างดังกล่าว เมื่อวันที่ 12 เม.ย.59 ที่ผ่านมา ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณา ของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา


บทสรุปของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร ยังคงเป็นประเด็นที่น่าจับตามองและต้องติดตามความเคลื่อนไหวต่อไป

โพสต์โดย : หัวโต