menu หนุ่มบ้า แบกชายชรากลับบ้าน ชาวบ้านห้ามก็ไม่ฟัง ผ่านไป 10 ปี ทุกคนต่างอิจฉาสิ่งที่เขาได้รับ?
date 03 ต.ค. 60 10:10    หมวด: ข่าวต่างประเทศ
facebook twitter google plus


หนุ่มบ้า แบกชายชรากลับบ้าน ชาวบ้านห้ามก็ไม่ฟัง ผ่านไป 10 ปี ทุกคนต่างอิจฉาสิ่งที่เขาได้รับ?

หนุ่มบ้า แบกชายชรากลับบ้าน ชาวบ้านห้ามก็ไม่ฟัง ผ่านไป 10 ปี ทุกคนต่างอิจฉาสิ่งที่เขาได้รับ?


สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าในหมู่บ้านชนบทเล็กๆ ซึ่งห่างใกล้ความเจริญ เมื่อพระอาทิตย์ใกล้จะตกดิน จู่ๆหนุ่มปัญญาอ่อนก็เดินกลับบ้านพร้อมกับแบกชายชราคนหนึ่งไว้ที่หลัง คนในหมู่บ้านถามว่า "ชายชราคนนี้คือใคร? ไปพบที่ไหน? อย่าเอาเรื่องเดือดร้อนมาใส่ตนเองดีกว่านะพ่อหนุ่ม" หนุ่มปัญญาอ่อนจึงตอบว่า "ผมเห็นชายชราคนนี้นอนสลบอยู่ที่ข้างทาง ไม่มีคนสนใจผมจึงแบกเขากลับมา"

ชาวสวนคนหนึ่งจึงตอบไปว่า "หนุ่มปัญญาอ่อนเอ้ย ชายชราอายุมากขนาดนี้แล้วยังจะแบกกลับมาอีกทำไม หากบังเอิญมาตายที่บ้านจะทำอย่างไง?" หนุ่มปัญญาอ่อนจึงหัวเราะแล้วพูดว่า "เขาดูน่าสงสารมากนะ"


หลังจากที่ชาวบ้านกำลังจะเดินจากไป หนุ่มปัญญาอ่อนจึงพูดขี้นมาว่า "พวกคุณพอจะมีข้าวสารหรืออาหารเหลือบ้างไหม? บ้านผมไม่มีอะไรเหลือแล้ว ขออาหารที่เหลือให้ชายชราคนนี้หน่อยได้ไหม? ผมสัญญาว่าจะไม่กิน" แต่ละคนมองๆแล้วก็เดินจากไป แต่มีเพื่อนบ้านคนหนึ่งแซ่จางเธอพูดขึ้นมาว่า "บ้านฉันมี เดี๋ยวส่งไปให้" หนุ่มปัญญาอ่อนคนนี้มีชื่อว่า หลิวเอ้อ อายุเกือบจะ 30 ปีแล้ว เป็นเด็กกำพร้า พ่อแม่ตายตั้งแต่ยังเล็ก เหลือเพียงบ้านที่สร้างจากโคลน ถึงแม้ว่าหลิวเอ้อจะดูโง่ไปหน่อย แต่เขาก็เป็นคนจิตใจดีมีน้ำใจมาก สามารถทำงานเลี้ยงตนเองจนอยู่รอดได้ เขามีชื่อแต่คนส่วนมากในหมู่บ้านมักเรียกเขา "เจ้าโง่" เพราะคุ้นเคยกับชื่อนี้มากกว่า และเพราะว่าเขาได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจตั้งแต่ยังเล็ก ทำให้กลายเป็นคนปัญญาอ่อน

รุ่งขึ้น เพื่อนบ้านแซ่จางคนนั้นก็เห็นชายชราคนนั้นเดินไปมาในบ้านของหลิวเอ้อ เธอจึงเดินเข้าไปถามว่า "พี่ชาย มีญาติไหม? อยู่ที่ไหน?" ชายชราได้แต่ถอนหายใจแล้วพูดว่า "ฉันไม่มีญาติพี่น้องอีกแล้ว" ในขณะที่พูดจู่ๆน้ำตาก็ไหลริน


เพื่อนบ้านแซ่จางจึงสงสัยว่าจะต้องมีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นกับชายชราคนนี้แน่นอน จึงไม่ได้ถามอะไรต่อ แต่เมื่อมองเข้าไปในบ้านก็ไม่พบหลิวเอ้อ จึงถามว่า "หลิวเอ้อไม่อยู่หรอ ปกติเขาตื่นเช้ามากนะ? นี่ยังไม่ตื่นหรอ?" ชายแก่จึงตอบว่า "เขาออกไปหาของกินตั้งแต่เช้าแล้ว ก่อนออกไปยังบอกให้ฉันอย่าหนีจากไปไหน" เมื่อเธอได้ยินแบบนี้แล้วก็คอตกคิดในใจว่า "เลี้ยงตนเองก็จะไม่รอดแล้ว ยังอยากจะเลี้ยงคนอื่นอีก ช่างเหอะของที่บ้านยังเหลืออาหารบ้าง ถ้าอย่างงั้นก็แบ่งให้พวกเขานิดหน่อยก็แล้วกัน"

เมื่อเพื่อนบ้านเอาอาหารมาแบ่งให้ ชายชราจึงบอกว่า "ขอบใจมากนะที่อุตสาห์มีน้ำใจ" ผ่านไปสักระยะหนึ่ง หลิวเอ้อถึงกลับถึงบ้าน สองมือว่างเปล่า เดินก้มหน้าเข้าบ้าน เห็นบนโต๊ะมีข้าวต้มถ้วยหนึ่ง จึงถามชายชราว่า "ไปเอามาจากไหน?" ชายชราจึงชี้ไปที่เพื่อนบ้านพูดว่า "เธอเอามาให้" หลิวเอ้อเข้าใจแล้วว่าที่แท้แล้ว เพื่อนบ้านแซ่จางคนนี้ดีกับเขามากที่สุด

เมื่อถึงตอนเย็น ชายชราจึงบอกหลิวเอ้อว่า "ขอบคุณมากนะที่ช่วยฉัน" หลิวเอ้อถาม "นี่จะไปไหนหรอ?" ชายชราจึงตอบว่า "เดินได้เท่าไหร่ก็ต้องเดินก้าวไปในชีวิต เพราะเราก็ตัวคนเดียว" หลิวเอ้อมองบ้านของตนเองจากนั้นพูดว่า "อยู่กับผมต่อไปเถอะนะ อย่างน้อยเราก็เป็นเพื่อนซึ่งกันและกันได้ เพราะผมก็ไม่มีใคร" ชายชรากล่าว "ฉันอายุจะเข้าโรงแล้ว มาอยู่กับเธอรั้งจะทำให้เธอลำบากเปล่าๆ" หลิวเอ้อตอบแบบไม่รังเลว่า "ไม่เลย ขอเพียงชายชราไม่หนีผมไปไหนก็พอแล้ว" ตอนนั้นเองชายชราน้ำตาร่วงลงถึงพื้น "พวกเรามาตกลงกัน หากวันไหนหลิวเอ้อเบื่อฉันแล้ว ฉันก็จะไปจากทันที" หลิวเอ้อก็ตกลง


เวลาผ่านไปเร็วมากจาก 1 ปี เป็น 10 ปี สุขภาพของชายชรายิ่งแก่แย่ลงมาก จนต้องนอนอยู่กับเตียง หลิวเอ้อก็ไม่หนีไปไหน ยังอยู่เคียงข้างคอยดูแลชายชรา
ป้อนน้ำ ป้อนข้าว ไม่ว่าจะฉี่หรือขี้หลิวเอ้อก็จะเช็ดให้

คืนวันหนึ่งชายชราจึงเรียกกลิวเอ้อมาพูดคุยดีๆว่า "หลิวเอ้อ เธอยอมเป็นลูกบุญธรรมของฉันไหม?" หลิวเอ้อ "ยอมซิ ทำไมจะไม่ยอมล่ะ ลูกชายก้มหัวคำนับพ่อบุญธรรม" จากนั้นเขาก็คุกเข่าลงโค้งคำนับ ชายชราหัวเราะดีใจมาก ฉันยังมีอีกเรื่องที่จะบอกเธอ "ทางทิศตะวันออกของหมู่บ้านไกลออกไป 100 กิโลเมตร มีหมู่บ้านหลิวแห่งหนึ่งที่นั้น และเดินต่อไปทางทิศใต้ของหมู่บ้านนั้นจะพบพื้นที่ว่างเปล่า ที่นั้นจะหลุมฝังศพที่แกะสลักชื่อของฉันไว้ ให้ฝังฉันไว้ที่นั้น หากฉันเสียชีวิตไป ต้องฝังไว้ที่นั้นเท่านั้นนะ จำไว้" หลิวเอ้อพยักหัว

ผ่านไป 2 วัน ชายชราก็จากไป หลิวเอ้อร้องไห้เสียใจอย่างมาก แต่เขาก็ไม่ลืมสิ่งที่ชายชราสั่งเสียไว้ หลิวเอ้อรีบไปยืมเงินจากเพื่อนบ้านเพื่อซื้อโลงศพให้ชายชรา และขอร้องให้คนในหมู่บ้านช่วยกันแบกโรงศพข้างในมีศพชายชราไปตามที่เขาบอก เมื่อไปถึงก็พบป้ายหลุมฝังศพที่มีชื่อชายชราด้วย จากนั้นพวกเขาก็เริ่มขุดสักพักก็ขุดเจอโรงศพขนาดใหญ่ที่นั้น ชาวบ้านไม่กล้าเปิดโรงศพดู หลิวเอ้อจึงเดินเข้าไปเปิดโรงศพ เมื่อเปิดออกมาทุกคนกลับตะลึงกันมาก


"ฉันมีเงินนับไม่ถ้วน,แต่ก็มีชีวิตที่ไม่ได้มีความสุข,จนทำให้ภรรยาและลูกชายต้องกระจัดกระจายกันไป,ไม่มีชีวิตที่งดงามสดใส,จึงจำต้องซ่อนโชคลาภของครอบครัวไว้ที่นี่ เพื่อรอคนที่มีน้ำใจ จิตใจงดงาม! "

ทุกคนตะโกนใส่หลิวเอ้อว่า "เจ้าโง่ นายเนี้ยโชคดีจริงๆ! สมบัติมากมายเหล่านี้เป็นของนายแล้ว" หลิวเอ้อ ร้องไห้ทั้งน้ำตาและพูดว่า "ทุกคนแบ่งกันไปเถอะนะ ถ้าไม่ใช่เพราะทุกคนช่วยกันออกเงินและแบกเขามา ปานนี้ผมและพ่อก็คงตายไปนานแล้ว"

หลังจากที่หลิวเอ้อเอาเงินแบ่งให้ชาวบ้านทุกคน สุดท้ายหลิวเอ้อก็กลับมามีชีวิตยากจนเหมือนเดิม เพราะสิ่งที่หลิวเอ้อต้องการไม่ใช่เงิน แต่เป็นคนที่จะคอยอยู่เคียงข้าง เนื่องจากเขาโดดเดี่ยวคนเดียวมาตั้งแต่เล็ก หลิวเอ้อต้องอยู่คนเดียวตามลำพังเหมือนเดิม ทุกครั้งที่เขามองดูรอบบ้านที่ว้าเหว่น้ำตาก็ไหลออกมา

คนต่างหากที่สำคัญมากที่สุดในชีวิต ไม่ใช่เงินทอง!

(เป็นเพียงภาพประกอบเนื้อหาเท่านั้น)
(เป็นเพียงภาพประกอบเนื้อหาเท่านั้น)


(เป็นเพียงภาพประกอบเนื้อหาเท่านั้น)
(เป็นเพียงภาพประกอบเนื้อหาเท่านั้น)


(เป็นเพียงภาพประกอบเนื้อหาเท่านั้น)
(เป็นเพียงภาพประกอบเนื้อหาเท่านั้น)


(เป็นเพียงภาพประกอบเนื้อหาเท่านั้น)
(เป็นเพียงภาพประกอบเนื้อหาเท่านั้น)


(เป็นเพียงภาพประกอบเนื้อหาเท่านั้น)
(เป็นเพียงภาพประกอบเนื้อหาเท่านั้น)


ที่มา : youclip


โพสต์โดยสมาชิก : Ao




menu FIND US ON FACEBOOK arrow


menu ข่าวล่าสุด arrow