Social :



ตำนานซาตาน Stan (Anger = ความโกรธ)

18 มิ.ย. 59 21:36
ตำนานซาตาน Stan (Anger = ความโกรธ)

ตำนานซาตาน Stan (Anger = ความโกรธ)

กล่าวกันว่า  ซาตาน  คือ  เทพแพน  หรือ  บาโพเมท  ซึ่งเป็นเทพแห่งความอุมสมบูรณ์แห่งลัทธิเพเกิน เป็นมนุษย์ประหลาด มีหัวเป็นแพะ มีเขายาว และมีปีก นั่งอยู่บนแท่ง

โดยแต่เดิม ซาตาน เป็นเทพ ชื่อแพน เป็นเทพหน้าแพะ (The goat-god) ให้พลังอำนาจแห่งความปราถนา อันยากที่จะหยุดยั้งหรือควบคุม โดยเฉพาะความต้องการทางเพศอันรุนแรง ชาวกรีกโบราณก็บูชาเทพองค์นี้กัน เพื่อขอให้ได้บุตร อำนาจแห่งความลุ่มหลงในอารมณ์ใคร่ รสสัมผัสอันเย้ายวนของอิสตรี เป็นพลังมืดที่ซ่อนเร้นในจิตใจมนุษย์ และเทพบุตรแพนชอบที่จะดลจิตใจใฝ่ราคะนี้แก่มนุยษ์มากจนเกิดความวุ่นวายขึ้น จนโดนลงโทษ ถูกขับไล่ลงจากสวรรค์มาสร้างอาณาจักรใต้พื้นภิภพ โดยอาณานิคมแห่งใหม่ ถูกขานนามว่า "นรกนิเวศ์" เป็นที่อยู่อาศัยของวิญญาณอันชั่วร้าย สะสมไว้ด้วยกองกิเลส บุคคลที่เต็มไปด้วย โลภะ โมหะ โทสะ จึงมักจะเดินทางไปสู่ปรโลกเสียส่วนมาก

เล่ากันว่า กาลครั้งหนึ่ง หญิงอายุประมาณ 32 ปี ชื่อว่า "บาร่า" แห่งหมู่บ้านที่มีชื่อว่า "เมืองซู" เธอมีนิสัยเป็นคนใจดำไม่ชอบช่วยเหลือใคร จึงไม่มีคนในหมู่บ้านคบค้าสมาคมชมดาวด้วย แต่แล้วเทพเจ้าแห่ง Loki ก็มาเยือนหมู่บ้านแห่งนั้น จึงมีประชาชนขอร้องให้กำจัดบาร่าออกไปจากหมู่บ้าน ซึ่งจะมีปราสาทหลังใหญ่เอาไว้สำหรับสักการะบูชา เทพเจ้า Loki เห็นว่าบาร่าเป็นคนไม่ดีจึงสาปให้บาร่ากลายเป็นกวางมูส แต่คำสาปเกิดผิดพลาดทำให้บาร่ากลายเป็นปีศาจอันทรงพลัง มีเคียวอันใหญ่เป็นอาวุธ มีนามว่า "บาโฟ" แต่เหตุการณ์ก็ไม่แย่เท่าไหร่เพราะเทพเจ้า Loki สามารถปิดผนึกบาโฟไว้ในปราสาทที่เป็นสิงสถิตย์ของเทพเจ้า Loki บ้านเมืองจึงสงบสุข แต่เหตุการณ์ก็ผวนคืน เมื่อลูกๆ ของบาร่า หรือ บาโฟ นั้นโตขึ้นจึงแก้แค้นให้แม่ โดยการเข่นฆ่าคนในหมู่บ้าน เทพเจ้า Loki จึงต้องออกมาปราบ โดยสาปให้เป็นกวางมูสตัวเล็ก แต่ด้วยอำนาจด้านมืดเลยทำให้กลายเป็นปีศาจรูปร่าง แบบเดียวกับ บาโฟ โดยมีเคียวอันเล็กเป็นอาวุธ แต่ในเมื่อไม่มีชื่อ ชาวบ้านจึงขนานนามมันว่า "บาโฟ จูเนียร์" แล้วเทพเจ้า Loki จึงปิดผนึกพวกมันโดยนำไปไว้ที่เดียวกับบาโฟ บ้านเมืองจึงสงบสุข

เวลาล่วงเลยไป 800 ปี อำนาจของบาโฟก็สามารถทำลายพลังของเทพเจ้า Loki และได้สร้างกองทัพปีศาจ มาต่อกรกับเทพเจ้า Loki แถมสามราถปราบเทพเจ้า Loki ได้สำเร็จและยึดครองเมืองซู เป็นอาณาจักรแห่งปีศาจ จากนั้นก็กลายเป็นเมืองร้าง

เจาะลึกเรื่อง Baphomet

Baphomet  เป็นรูปเคารพของลัทธิที่บูชา Satan ลัทธิหนึ่งที่เป็นที่เคารพของ Templar (อัศวินทางศาสนา) โดยที่ Baphomet เป็นเครื่องหมายแห่งความชั่วร้าย และ มนต์ดำ ตำนานทาง Templar มีหลายตำนานที่มีการพูดถึง Baphomet แม้จะผ่านมากว่า 600 ปี แต่เรื่องราวของ Baphomet ยังคงเป็นสิ่งลึกลับที่น่าสนใจมาตลอด เรื่องของ Baphomet อยู่ในช่วงศตวรรษที่ 19 เชื่อกันว่ากลุ่ม Templar ได้มีการสร้างลักทธิความเชื่อในการบูชาเทพปีศาจนาม Baphomet พวกเขามีพิธีกรรมต่างๆ ที่แสนจะแปลกพิศดาร ที่จะกระทำต่อ Baphomet

เพื่อให้ได้มาซึ่งพลังอำนาจและวัตถุประสงค์ต่างๆ

พิธีกรรม ของ Baphomet มีหลายรูปแบบ ตั้งแต่ขั้นต้นที่อัญเชิญ Baphomet มา การให้ Baphomet เข้าสิงร่างและควบคุมร่างอย่างสมบูรณ์ (โดยผู้ถูกสิงจะไม่มีสติเลย) รวมไปถึงการติดต่อกับ Baphomet เพื่อให้ได้มาซึ่งพลังอำนาจตอบสนองความปรารถนาต่างๆ รูปแบบของพิธีกรรมมีหลากหลายขั้นตอน แต่สิ่งประกอบสำคัญทั่วไป คือ เลือดและการบูชายัญด้วยชีวิต

(มีนักประวัติศาสตร์หลายคนเชื่อว่า Templar ก็ดี ลัทธิความเชื่อพิธีกรรมอย่าง Baphomet ก็ดี เป็นส่วนหนึ่งของการคอรัปชั่นของทางรัฐบาล กับทางโบสถ์ และเป็นเครื่องหมายที่แสดงถึงความสับสนวุ่นวายไร้ระเบียบของคนในยุคนั้นด้วย)

รูปแบบของ Baphomet นั้นมีอยู่มากมาย จากตำนานต่างๆ แต่ที่มีความสอดคล้องกันคือ Baphomet จะมีรูปร่างเป็นมนุษย์เพศชายรูปร่างกำยำ ในขณะที่ศรีษะจะเป็นศรีษะระของสัตว์ รูปแบบที่พบกันบ่อยคือ หัวของแพะ บางตำนานจะมีการเน้นถึงเรื่องความสัมพันธ์ทางเพศ พลังงานของ Baphomet จากอวัยวะเพศชายที่ตั้งตรงและมีงูวนอยู่รอบๆ ด้วย นอกจากนี้ ยังมีสิ่งประกอบอื่นๆ เกี่ยวกับ Baphomet  อีก เช่น สัญลักษณ์ ดาว 5 แฉก โดยเรามักจะเห็นเครื่องหมายนี้อยู่คู่กับ Baphomet เสมอ "Eliphas Levi" ผู้ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องลัทธิความเชื่อนี้ในศตวรรษที่ 19 ได้บรรยายถึงลักษณะของ Baphomet รวมไปถึงรูปแบบดาว 5 แฉก ว่าเป็นสัญลักษณ์ของความชั่วร้ายและปีศาจ ซึ่งในยุคกลางนี้ ดาว 5 แฉกในส่วนขวาบนจะหมายถึงหน้าร้อน ในขณะที่ด้านกลับ หรือ ส่วนล่างจะหมายถึงหน้าหนาว ซึ่งเชื่อกันว่า Levi ได้วาดรูปแบบของดาว 5 แฉก ไว้ 2 ลักษณะด้วยกัน โดยแบบแรก เป็นการสร้างรูปแบบของมนุษย์จากจุดทั้ง 5 ของดาว สื่อถึงธาตุทั้ง 4 คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ ตามจุดแขนขาทั้ง 4 ของมนุษย์ โดยที่จุดที่ 5 คือ ศีรษะเป็นส่วนแห่งจิตวิญญาณ ซึ่งรูปแบบนี้เรียกว่า Microcosmic Man (จุลภพมนุษย์) แบบที่ 2 เป็นรูปแบบที่เกี่ยวกับ Baphomet อย่างชัดเจน โดยเป็นรูปแบบดาว 5 แฉกที่กลับด้าน ในรูปแบบของศีรษะของแพะซึ่งก็คือสื่อถึง Baphomet นั่นเอง เป็นการเปรียบเทียบระหว่างรูปแบบของมนุษย์ และ ปีศาจนั่นเอง สัญลักษณ์ดาว 5 แฉกของ Baphomet นี้ ถูกใช้อย่างเป็นทางการในแง่เครื่องหมายของ Satan โดยเริ่มโดย Anton Szandor La Vey ในปี 1996 แล้วจึงถูกใช้อย่างแพร่หลาย โดยลัทธิบูชา satan ต่างๆ ทั่วโลก รูปที่เกี่ยวกับ Baphomet ส่วนมากจะถูกวาดและบรรยายโดย Levi ซึ่งผลงานของ Levi เกี่ยวกับเรื่อง Baphomet นี้ ถูกใช้ครั้งแรกกับผลงาน "A Pictorial History of Magic and the Supernatural" ของ Maurice Bessy ตีพิมพิ์ในฝรั่งเศสในปี 1961 และแปลเป็นภาษาอังกฤษในปี 1964 หลายปีหลังการเสียชีวิตของ Levi

โพสต์โดย : nampuengeiei9760