Social :



@วัดพระบาทภูพานคำ ขอนแก่น

21 พ.ย. 60 20:11
@วัดพระบาทภูพานคำ ขอนแก่น

@วัดพระบาทภูพานคำ ขอนแก่น

วัดพระพุทธบาทภูพานคำ

     สถานที่ตั้ง  ตั้งบริเวณไหล่เขาภูพานคำ อำเภออุบลรัตน์ เป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลองในมณฑป และ พระพุทธรูปสีขาวขนาดใหญ่ หรือหลวงพ่อใหญ่ สูง 14 เมตร อยู่บนยอดเขา มีบันไดทางขึ้นจากลานวัดไปยังยอดเขาจำนวน 1,049 ขั้น หรือจะขับรถยนต์ขึ้นไปถึงยอดเขาก็ได้ บนยอดเขามองเห็นทัศนียภาพทะเลสาบเขื่อนอุบลรัตน์ได้สวยงาม

 เส้นทางการเดินทาง ใช้เส้นทางเดียวกับทางไปเขื่อนอุบลรัตน์ ก่อนถึงประตูทางเข้าบริเวณเขื่อนจะมีป้ายวัดอยู่ด้านซ้ายมือ หรือจะใช้ทางเข้าวัดซึ่งอยู่ตรงข้ามกับโรงพยาลอุบลรัตน์ก็ได้


ประวัติวัดพระบาทภูพานคำโดยสังเขป
 เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2492 พระอาจารย์บุญ ปัญญาวุฑโฒ พร้อมด้วยพระภิกษุ 4 รูป ได้เดินธุดงค์แสวงหาที่วิเวกบำเพ็ญสมณธรรมเพียรภาวนา ผ่านมาถึงสถานที่แห่งนี้ (เทือกเขาภูพานคำ) เห็นว่าเป็นสถานที่สัปปายะสงบวิเวกเหมาะแก่การบำเพ็ญเพียรเป็นอย่างยิ่ง จึงได้หยุดพักบำเพ็ญเพียรภาวนา และได้พากันออกเดินเสาะแสวงหาน้ำฉัน ได้พบบ่อน้ำแห่งหนึ่งมีน้ำไหลซึมออกมามิได้ขาด มีรอยเท้าสัตว์น้อยใหญ่นานาชนิดมาดื่มกิน จึงได้ให้สามเณรที่มาด้วยขุดดินที่ทับถมอยู่ออก ส่วนพระภิกษุก็ช่วยกันขนดินและใบไม้ออกไปให้พ้นจากปากบ่อ เมื่อขนเอาดินโคลนและใบไม้ที่ทับถมออกไปหมดแล้ว พิจารณาดูบ่อน้ำมีลักษณะคล้ายรอยเท้ามนุษย์แต่มีขนาดใหญ่กว่า จึงมีความเชื่อว่าน่าจะเป็นรอยพระบาทของพระพุทธเจ้า เมื่อประชาชนทราบข่าวก็พากันมากราบไหว้อย่างต่อเนื่องจากนั้นจึงได้จัดงานสมโภชฉลองรอยพระบาท และได้อาศัยน้ำในบ่อดื่มกินกัน อยู่ต่อมาไม่นานด้วยอานุภาพแห่งนิมิต หรือพุทธนิมิตยากที่จะคาดเดา ได้เกิดปาฏิหาริย์แสงสว่างไสวบริเวณรอยพระบาทตามต้นไม้ใบหญ้า ในเวลากลางคืนตลอด 7 คืน จึงได้หายไป กำนันนิลซึ่งเป็นเจ้าของที่แห่งนี้ พร้อมด้วยพุทธศาสนิกชนทั้งหลายเห็นเป็นนิมิตมงคลอันดี เป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ จึงได้ถวายที่ดินแห่งนี้สร้างวัดถวายให้ถาวรในพระศาสนาต่อไป

 อาณาเขตและเนื้อที่ของวัดโดยรวมมีประมาณ 200 ไร่ ทิศเหนือกับทิศใต้จรดเขตการไฟฟ้าฯ ทิศตะวันออกจรดเขตโรงเรียนอุบลรัตน์พิทยาคม ทิศตะวันตกจรดภูเขาและเขื่อนอุบลรัตน์ วัดพระบาทภูพานคำ ได้รับอนุญาตตามกฎหมายให้ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2492 โดยมีมูลเหตุความเป็นมาของชื่อวัด 2 ประการ คือ ประการแรก ได้ถือเอาตามความเชื่อของชาวบ้านที่สันนิษฐานเอารอยเท้าขนาดใหญ่คล้ายมนุษย์ว่าเป็นรอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้า ประการที่สอง ถือเอาตามถิ่นที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นเทือกเขาภูพานคำอันเกิดปรากฎการณ์แสงสว่างไสวคล้ายหิ่งห้อยในเวลากลางคืนตลอด 7 คืน เมื่อครั้งค้นพบรอยพระบาทใหม่ๆ ด้วยเหตุนี้จึงได้นำเอาปรากฏการณ์ดังกล่าวมาเป็นนามของวัดตั้งแต่นั้นสืบมา

ศาสนสถานที่สำคัญ
มณฑปพระพุทธบาท สร้างเพื่อครอบรอยพระบาทอันเป็นสถาปัตยกรรมรูปทรงจตุรมุข ที่ทางการไฟฟ้าแห่งประเทศไทยสร้างถวาย เมื่อ พ.ศ. 2506-2510
หลวงพ่อขาว หรือหลวงพ่อภูพานคำ ตามที่ชาวบ้านเรียกขานกันเป็นพระพุทธรูปปางประทานพร สีขาว สร้างเมื่อ พ.ศ. 2514-2518 มีขนาดหน้าตักกว้าง 18 เมตร สูง 40 เมตร ประดิษฐานอยู่บนไหล่เขาภูพานคำ ภายใต้ฐาน (เดิมเป็นอุโบสถ) เป็นที่สำหรับสักการะบูชาและถังกักเก็บน้ำฝน ทางขึ้นภูเขาไปกราบนมัสการศาสนสถานนั้นสามารถนำรถยนต์ขึ้นไปได้ และยังมีทางเดินเท้า ซึ่งเป็นบันไดนาค มีจำนวน 1,040 ขั้น นอกจากนี้ภายในบริเวณวัดยังมีศิลปกรรมอื่นๆ อีก อาทิ พระพุทธรูปปางต่างๆ พระสังกัจจายนะ รูปปั้นยักษ์ ถ้ำปัญจวัคคีย์และร่องรอยประทับตามลานหินต่างๆ อีกมากมาย

     ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : ททท. ขอนแก่น โทร 0 4322 7714-5
http://www.tourismthailand.org/khonkaen


หน้าวัดพระพุทธบาทภูพานคำ

     หน้าวัดพระพุทธบาทภูพานคำ เป็นวัดที่มีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ประดิษฐานบนยอดเขา ซึ่งฐานของพระพุทธรูปยังมีการสร้างเป็นศาลา พุทธศาสนิกชนสามารถเข้าไปในฐานขององค์พระเพื่อกราบไหว้พระพุทธรูปองค์เล็กที่ประดิษฐานอยู่ภายใน จากถนนหลักจากมิตรภาพเข้ามาทางเขื่อนอุบลรัตน์จะมีแยกเข้าชุมชนเมืองอุบลรัตน์ซึ่งจะมีซุ้มประตูทางเข้าวัดอยู่ขวามือ (ซอยสุขาภิบาล 8) ขับเข้ามาตามทางจะเริ่มมีต้นไม้ขึ้นปกคลุมบรรยากาศดูสงบมาก

ภายในวัดพระพุทธบาทภูพานคำ

Lif
     ภายในวัดพระพุทธบาทภูพานคำ เมื่อผ่านซุ้มประตูเข้ามาจะเห็นศาลาและวงเวียนรูปปั้นช้าง ทางขวามือมีทางตัดเข้าไปได้อีกซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นในการเดินขึ้นเขาด้วยบันไดสวรรค์ 1049 ขั้น หรือจะเลือกขับรถขึ้นไปตามทางเล็กๆ ถึงยอดเขาก็ตามสะดวก เมื่อนานมาแล้วเราก็เคยใช้วิธีการเดินขึ้นไป นานเหมือนกันครับ สำหรับคราวนี้จะใช้วิธีการขับรถขึ้นไปแทน

บันไดสวรรค์

     บันไดสวรรค์ เป็นขั้นบันไดสูงขึ้นไปถึงยอดเขา 1049 ขั้น มีพญานาคเลื้อยทั้ง 2 ช้าง ยาวตลอดแนวของบันได จากตรงนี้มองเห็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่อยู่บนยอดเขา พระพุทธรูปองค์นี้มีพระนามว่า หลวงพ่อใหญ่ (ตามการเรียกขานของชาวบ้าน) สูง 14 เมตร เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่มีผู้คนศรัทธากันอย่างกว้างขวางในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จากตรงนี้ขับตรงไปตามทางจะมีป้ายบอกทางขึ้นเขา เป็นทางลาดชันและคดเคี้ยว ที่สำคัญทางค่อนข้างแคบควรขับด้วยความระมัดระวังเพราะปกติจะมีรถขึ้นลงตลอด

หลวงพ่อใหญ่

     หลวงพ่อใหญ่ พระพุทธรูปสีขาวขนาดใหญ่ที่เห็นประดิษฐานอยู่อย่างนี้ตั้งแต่ผมไปเที่ยวเขื่อนอุบลรัตน์ครั้งแรกจำได้ว่าเกือบ 20 ปีแล้ว ส่วนพระพุทธรูปปางนาคปรกเป็นพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นมาใหม่ในปี 2550 เนื่องในวโรกาสมหามงคลพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดช พระนามว่าพระพุทธชัยบวรรัตนมหามงคล บริเวณนี้เป็นลานจอดรถบนยอดเขาซึ่งสามารถจอดได้ไม่มากนัก และประชาชนทั่วไปที่มาที่วัดแห่งนี้ก็นิยมการเดินขึ้นบันไดมากกว่า

ภายในศาลาฐานหลวงพ่อใหญ่

ภายในศาลาฐานหลวงพ่อใหญ่

เสี่ยงทายยกพระสังกัจจายน

     เสี่ยงทายยกพระสังกัจจายน ก็เป็นการเสี่ยงทายในเรื่องโชคลาภ คำถามและวิธีการยกจะเขียนอยู่ที่ฐานพระ

หลวงพ่อใหญ่

     หลวงพ่อใหญ่ ด้วยขนาดความสูงถึง 14 เมตร เมื่อเดินขึ้นบันไดมาจะมองเห็นองค์พระพุทธรูปในมุมประมาณนี้เลยครับ ด้านหน้าขององค์หลวงพ่อใหญ่จะเป็นที่ที่นักท่องเที่ยวนิยมถ่ายรูปเป็นที่ระลึกในการเดินขึ้นบันไดได้สำเร็จ

บันไดสวรรค์

      บันไดสวรรค์ หากใครที่ได้เดินขึ้นบันไดนี้มาคงมีความประทับใจไม่น้อยที่ได้ผ่านความยากลำบากขึ้นมาได้ มองย้อนลงไปตามบันไดจะเห็นทิวทัศน์ได้สวยงาม

ด้านหน้าหลวงพ่อใหญ่

ด้านหน้าหลวงพ่อใหญ่

ตีระฆังบนยอดเขา

ตีระฆังบนยอดเขา

ทางเข้าออกศาลาฐานหลวงพ่อใหญ่

ทางเข้าออกศาลาฐานหลวงพ่อใหญ่

ลานจอดรถวัดพระพุทธบาทภูพานคำ

     ลานจอดรถวัดพระพุทธบาทภูพานคำ จอดได้ไม่เยอะครับ ที่เห็นเป็นทางลาดลงไปก็คือทางขึ้นลงเขาซึ่งจะเห็นได้ว่าไม่กว้างนัก

ทางขึ้นลงเขา

     ทางขึ้นลงเขา นอกจากจะทางแคบแล้ว มีบางช่วงที่ถนนตัดผ่านกลางระหว่างหินก้อนใหญ่ๆ 2 ก้อน ซึ่งต้องระวังในการขับรถหน่อยนะครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก

touronthai.com

โพสต์โดย : ต้นน้ำ