menu กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรผู้ปลูกกุหลาบระวัง โรคราแป้ง และหนอนเจาะสมอฝ้าย
date 13 ก.พ. 61 14:02    หมวด: เกษตรน่ารู้
facebook twitter google plus


กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรผู้ปลูกกุหลาบระวัง โรคราแป้ง และหนอนเจาะสมอฝ้าย

กรมวิชาการเกษตรเตือนเกษตรกรผู้ปลูกกุหลาบระวังโรคราแป้งและหนอนเจาะสมอฝ้าย


ระยะนี้อุณหภูมิลดต่ำลงและมีน้ำค้างในตอนเช้าอาจส่งผลกระทบต่อการปลูกกุหลาบกรมวิชาการเกษตรเตือนเกษตรกรผู้ปลูกกุหลาบเฝ้าระวังการเกิดโรคและแมลงศัตรูพืชคือโรคราแป้งและหนอนเจาะสมอฝ้ายสามารถพบได้ในระยะที่กุหลาบออกดอกสำหรับโรคราแป้งจะพบแสดงอาการเริ่มแรกบนผิวใบเกิดแผลจุดสีแดงต่อมาจะพบเชื้อรามีลักษณะคล้ายผงแป้งเกิดขึ้นเป็นหย่อมๆทั้งด้านบนใบและใต้ใบหากรุนแรงจะพบผงสีขาวบนก้านใบกิ่งดอกก้านดอกใบอ่อนกลีบเลี้ยงกลีบดอกและลำต้นทำให้บิดเบี้ยวเสียรูปร่างใบจะเหลืองแล้วเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแห้งกรอบและร่วงในที่สุด
 
   เกษตรกรควรหมั่นตรวจแปลงปลูกกำจัดวัชพืชตัดแต่งและเก็บส่วนที่เป็นโรคนำไปเผาทำลายนอกแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอเพื่อลดความชื้นลดแหล่งสะสมเชื้อราสาเหตุโรคทำให้สภาพแวดล้อมไม่เหมาะสมต่อการระบาดของโรคหากเริ่มพบต้นที่เป็นโรคให้เกษตรกรพ่นด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืชไพราโซฟอส29.4%อีซีอัตรา10มิลลิลิตรต่อน้ำ20ลิตรหรือสารเบโนมิล50%ดับเบิ้ลยูพีอัตรา6-10กรัมต่อน้ำ20ลิตรทุก5-7วันหลีกเลี่ยงการพ่นสารกลุ่มซัลเฟอร์เพราะอาจทำให้กุหลาบเกิดอาการไหม้ได้

 
   ส่วนหนอนเจาะสมอฝ้ายในกุหลาบมักพบหนอนเข้าทำลายกุหลาบด้วยการเจาะเข้าไปกัดกินภายในดอกเกษตรกรควรใช้เชื้อแบคทีเรียบาซิลลัสทูริงเยนซิสอัตรา60-80กรัมต่อน้ำ20ลิตรและใช้สารฆ่าแมลงที่มีประสิทธิภาพป้องกันกำจัดเช่นสารสไปนีโทแรม12%เอสซีอัตรา15มิลลิลิตรต่อน้ำ20ลิตรหรือสารคลอแรนทรานิลิโพรล/ไทอะมีทอกแซม20%/20%ดับเบิ้ลยูจีอัตรา5กรัมต่อน้ำ20ลิตรหรือสารคลอแรนทรานิลิโพรล5.17%เอสซีอัตรา20มิลลิลิตรต่อน้ำ20ลิตรหรือสารลูเฟนนูรอน5%อีซีอัตรา20มิลลิลิตรต่อน้ำ20ลิตรหรือสารไบเฟนทริน2.5%อีซีอัตรา30มิลลิลิตรต่อน้ำ20ลิตร

//kasetthainews







โพสต์โดยสมาชิก : JINNY LATTE