menu ปูดำ ทำเงินที่จันทบุรี ขายกิโลกรัมละ 600 บาท ได้กำไรวันละ 1,000
date 13 มี.ค. 61 18:03    date อ่าน: 7,121 | หมวด: เกษตรน่ารู้
facebook twitter google plus


ปูดำ ทำเงินที่จันทบุรี ขายกิโลกรัมละ 600 บาท ได้กำไรวันละ 1,000

ปูดำทำเงินที่จันทบุรีขายกิโลกรัมละ600บาทได้กำไรวันละ1,000


ปูดำเป็นสัตว์เศรษฐกิจอีกประเภทหนึ่งที่เกษตรกรนิยมเลี้ยงอยู่ในขณะนี้ด้วยราคาที่สูงไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ300บาทหากขึ้นภัตตาคารแล้วจะมีราคาที่สูงกว่านี้มากรวมทั้งยังเพาะเลี้ยงได้ง่ายไม่ต้องดูแลมากเป็นพิเศษเหมือนสัตว์น้ำชนิดอื่น(มนัสช่วยบำรุงเรือง/ภาพ)

นอกจากปูดำเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่มีราคาแพงแล้วปูดำยังสามารถจำหน่ายแยกได้ทั้งปูเนื้อปูไข่โดยเฉพาะปูไข่นั้นมีราคาที่สูงกว่าปูเนื้อมากปัจจุบันยังมีไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดปูดำจึงเป็นสัตว์น้ำที่ดึงดูดให้เกษตรกรหลายรายตัดสินใจเพาะเลี้ยงเป็นอาชีพเสริม

คุณนวพลชาวแกลงเกษตรกรเลี้ยงปูดำอยู่บ้านเลขที่29ซอย11ถนนชวณะอุทิศอำเภอเมืองจังหวัดจันทบุรีเป็นหนึ่งในเกษตรกรที่เลี้ยงปูดำและประสบความสำเร็จโดยปัจจุบันมีบ่อเลี้ยงปูดำอยู่ที่บ้านหนองชิ่มอำเภอแหลมสิงห์

คุณนวพลเล่าให้ฟังว่าก่อนเริ่มเลี้ยงปูดำนั้นได้ทำธุรกิจเลี้ยงกุ้งขาวอยู่ก่อนแล้วเป็นเวลานานกว่า10ปี  ภายหลังประสบปัญหากุ้งติดเชื้อจากโรคEmsทำให้ได้หยุดเลี้ยงกุ้งขาวไป



จากการประสบปัญหากุ้งติดโรคควบคุมอัตราการตายของกุ้งยากขึ้นทำให้คุณนวพลรวมถึงเกษตรกรเลี้ยงกุ้งรายอื่นหันไปประกอบอาชีพอื่นเกษตรกรบางรายในท้องถิ่นผันตัวเองมาเลี้ยงปูเช่นเดียวกับคุณนวพล

คุณนวพลกล่าวต่อว่าคนแถวนี้จะเลิกเลี้ยงกุ้งกันหมดแล้วเพราะโรคEmsเป็นโรคที่ไม่มีวิธีแก้สมัยก่อนโรคEmsนี้ยังดีถ้าหยุดอาหารทิ้งไว้มันก็ยังเหลือบ้างแต่เดี๋ยวนี้กุ้งตายเรื่อยๆเลย

โรคEmsหรือโรคกุ้งตายด่วนทำให้คุณนวพลต้องหยุดธุรกิจเลี้ยงกุ้งขาวไว้ก่อนแล้วมองหาอาชีพเสริมชนิดอื่นที่สามารถทำได้ในบ่อที่เคยใช้เลี้ยงกุ้งมาก่อนผนวกกับช่วงนั้นบ่อว่างจึงมองหาสัตว์น้ำที่สามารถเลี้ยงได้ในระหว่างที่มีปัญหากุ้งติดโรคEmsนี้อยู่

จากความรู้ที่มีเมื่อครั้งยังเลี้ยงกุ้งขาวอยู่รวมถึงบ่อเลี้ยงที่ยังคงว่างทำให้คุณนวพลเลือกเลี้ยงปูดำเนื่องจากลูกพันธุ์ปูดำมีอยู่มากในท้องถิ่นบ้านหนองชิ่ม


“เริ่มทดลองนำปูดำมาปล่อยลงในบ่อกุ้งโดยมีพื้นที่ประมาณ30ไร่เลี้ยงปูดำจำนวน3บ่อบ่อละประมาณ3ไร่โดยทั้ง3บ่อนี้เป็นบ่อเลี้ยงกุ้งเก่าทั้งหมดที่เลี้ยงอยู่ตอนนี้เป็นปูดำทั้งหมดเลี้ยงปล่อยแบบธรรมชาติไม่ได้ใช้อาหารพิเศษอะไร    
 
ปูดำเพิ่งมาลงได้ประมาณ2เดือนสำหรับลูกพันธุ์ปูที่ใช้ได้มาจากคนในท้องถิ่นดักมาขายเหมือนสั่ง1ครั้งก็แล้วแต่เขาเอามาขายให้จำนวนที่รับซื้อลูกปูดำมาเพาะต่อนั้นไม่แน่นอนเหมือนตอนลง

ทุนทำเสียค่าลูกปูตัวละ4บาทจะมากจะน้อยแล้วแต่จำนวนที่เขาให้บางวันอาจมีมาขายให้เป็น100ตัวแต่บางวันก็ไม่ได้ซื้อลูกพันธุ์ปูดำเลยก็มีเขาไปดักมาจากในคลองดักธรรมชาติแล้วจึงนำมาขายต่อให้เรา

ปูดำที่เลี้ยงเป็นแบบธรรมชาติเลี้ยงปนกับปลาหมอเทศไม่ต้องให้เหยื่อมากโดย1อาทิตย์จะให้อาหารปูดำเพียง
2วันเท่านั้นอาหารที่ให้นั้นเป็นพวกปลาเป็ดปลาเหยื่อสาดให้ทั่วบ่อไม่ได้ใช้อาหารเม็ดหรืออาหารชนิดอื่นให้”คุณนวพลกล่าว

การเลี้ยงแบบธรรมชาติปล่อยให้ปูอยู่ในบ่อคอยให้แต่เพียงอาหารเท่านั้นจึงทำให้คุณนวพลสามารถประหยัดต้นทุนไปได้มาก


คุณนวพลกล่าวต่อว่า“ปูดำในบางครั้งเดินขึ้นมาจากบ่อเลี้ยงเราจึงต้องปล่อยให้หญ้าขอบบ่อสูงไว้เพื่อกันไม่ให้ปูดำเดินขึ้นหากไม่มีหญ้าบริเวณขอบบ่อจะทำให้ปูเดินขึ้นได้ง่ายปูดำที่เราปล่อยมีตัวขนาดเล็กประมาณ2-3นิ้วใช้ระยะเวลาประมาณ2-3เดือนก็สามารถวางหับจับไปจำหน่ายได้แล้ว”




การเลี้ยงปูดำในรูปแบบธรรมชาตินี้ทำให้คุณนวพลสามารถสร้างรายได้เสริมหลังจากหยุดเลี้ยงกุ้งแม้มีกำไรไม่สูงมากเหมือนกุ้งแต่สามารถทดแทนรายได้ที่หายไปได้ส่วนหนึ่ง

สำหรับการจับปูไปจำหน่ายนั้นคุณนวพลใช้“หับ”(อุปกรณ์จับปู)ในการจับปูดำโดยใส่เหยื่อไว้แล้วนำไปหย่อนลงในบ่อเลี้ยงปูซึ่งปูจะเข้ามากินเหยื่อภายในหับแล้วติดอยู่ในหับนั้นจึงสามารถนำปูขึ้นจากบ่อได้

“เวลามีพ่อค้ามาสั่งซื้อเราจะดักไปขายที่เขารับซื้ออีกทีหนึ่งเราไม่ได้ดูดน้ำแห้งเหมือนกุ้งแต่ใช้หับโยนเอาเหมือนไปขายครั้งหนึ่งกำไรที่ได้ก็แล้วแต่เรากำไรไม่แน่นอนถ้าขยันดักหน่อยก็ได้กำไรมากกำไรที่ได้ประมาณวันละ1,000บาทแล้วแต่จำนวนถ้าลงปูเยอะก็ได้มากถ้าประมาณช่วงเดือนมีนาคม-เมษายนปูจะมีราคาแพงมาก”

เจ้าของบ่อเลี้ยงปูดำบอกว่าปูก้ามจะขายได้ประมาณกิโลกรัมละ600บาทส่วนปูไข่จะมีราคาที่สูงมากกว่าปูก้ามจึงขายแยกกันใช้วิธีการสังเกตที่จับปิ้งของปูซึ่งปูตัวผู้จะมีจับปิ้งที่เรียวเป็นสามเหลี่ยมแหลมส่วนปูตัวเมียจะมีจับปิ้งที่มีลักษณะใหญ่เป็นครึ่งวงกลมซึ่งภายในจะมีไข่อยู่ตลาดค้าปูช่วงหน้าฝนจะไม่ค่อยดีแต่ถ้าเป็นช่วงหน้าร้อนราคาจะดีมาก”คุณนวพลกล่าว

“เลี้ยงปูนั้นมีความเสี่ยงบ้างปูที่เลี้ยงไว้ในบางครั้งติดเห็บเหาของพวกสัตว์น้ำโดยจะตายเพียงตัวเดียวไม่ได้ตายทั้งบ่อปูที่เลี้ยงไว้นั้นเลี้ยงรวมอยู่กับปลาหมอเทศเลี้ยงไว้ตามธรรมชาติพร้อมกับปูจึงมีการแย่งกินอาหารกันบ้างในบางครั้งเรื่องค่าน้ำในบ่อเลี้ยงนั้นไม่ต้องเป็นห่วงมากเพราะปูดำมีความอดทนสูงแม้จะนำมาเลี้ยงในบ่อกุ้งก็ตามไม่ต้องตีน้ำปล่อยอย่างเดียวรอวันเก็บค่าน้ำอาจจะมีผลถ้าเราปล่อยหนาแน่น”


"ปูดำมีปัญหาการกินกันเองบ้างเวลาที่ปูลอกคราบตัวเมียจะกินตัวผู้เราป้องกันโดยการแยกบ่อตัวผู้กับตัวเมียไว้ตั้งแต่ช่วงแรกเพื่อป้องกันปัญหาการกินกันเอง"คุณนวพลกล่าว

บ่อปูดำของคุณนวพลนี้จะมีการถ่ายน้ำเข้า-ออกบ้างประมาณ15วันต่อครั้งซึ่งจะใช้ช่วงที่เป็นหัวน้ำ(น้ำสูง)ถ่ายน้ำในบ่อทั้งหมดเพื่อรักษาความสะอาดภายในบ่อ

การเลี้ยงปูดำในบ่อกุ้งนี้จึงเป็นตัวอย่างเล็กๆให้แก่เกษตรกรเลี้ยงกุ้งที่กำลังประสบปัญหากุ้งติดโรคEmsแล้วหยุดเลี้ยงไปปล่อยบ่อไว้ไม่ได้ใช้ประโยชน์ได้หันมาเลี้ยงปูดำแทนที่ด้วยความเสี่ยงที่น้อยกว่ารวมถึงปูดำสามารถจับขายได้ทุกวันเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรปูดำจึงเป็นสัตว์น้ำชนิดหนึ่งที่น่าสนใจเลี้ยงภายใต้วิกฤติโรคEmsนี้

สำหรับผู้สนใจสอบถามเทคนิควิธีการเลี้ยงปูดำในบ่อกุ้งติดต่อได้ที่คุณนวพลชาวแกลงโทร.(081)292-3156



ข้อมูล:นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน www.technologychaoban.com







โพสต์โดยสมาชิก : Ao