menu เปิดตัวมันหวานเกาหลีใต้ ราคากิโลกรัมละ 200 บาท
date 16 เม.ย. 61 20:04    date อ่าน: 5,675 | หมวด: เกษตรน่ารู้
facebook twitter google plus


เปิดตัวมันหวานเกาหลีใต้ ราคากิโลกรัมละ 200 บาท


เปิดตัวมันหวานเกาหลีใต้ราคากิโลกรัมละ200บาท



เป็นที่ทราบกันทั่วไปว่าในปัจจุบันนี้สาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นประเทศที่ปลูกมันเทศและมีการส่งออกมากที่สุดในโลกเฉพาะในปี2552เพียงปีเดียวจีนสามารถผลิตมันเทศได้ปริมาณมากถึง80ล้านตันหรือคิดเป็น80เปอร์เซ็นต์ของผลผลิตมันเทศทั่วโลกเมื่อย้อนกลับไปสู่ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของการปลูกมันเทศของจีนทราบว่าได้มีพ่อค้าฝรั่งนำพันธุ์มันเทศมาปลูกในสมัยราชวงศ์ชิงตั้งแต่ศตวรรษที่16-17หรือประมาณ300-400ปีที่ผ่านมา




และในช่วงเวลานั้นมันเทศนับเป็นอาหารหลักของคนจีนที่ยากจนและมีพื้นที่ปลูกมากทางตอนใต้ของประเทศจีนปัจจุบันมันเทศได้รับการพัฒนาสายพันธุ์ก้าวหน้าไปมากและมีการขยายพื้นที่ปลูกในหลายประเทศทั่วโลกและมันเทศไม่ใช่พืชหัวของคนยากจนอีกต่อไปนอกจากสาธารณรัฐประชาชนจีนแล้วประเทศที่มีความก้าวหน้าในการพัฒนาสายพันธุ์มันเทศจนเป็นพืชหัวที่มีราคาแพงกว่าผลไม้หลายชนิดได้แก่ญี่ปุ่น,ไต้หวันและเกาหลีใต้เป็นต้น



แต่สำหรับคนไทยจะรู้จักมันเทศจากประเทศญี่ปุ่นที่มีการนำเข้ามาขายในห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆในกรุงเทพมหานครในราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละไม่ต่ำกว่า100บาทโดยเรียกกันคุ้นปากว่ามันหวานญี่ปุ่นที่มีเนื้อสีเหลือง

การปลูกมันเทศได้มีการจัดแบ่งกลุ่มมันเทศออกเป็น3กลุ่มใหญ่ๆคือกลุ่มเพื่อการบริโภคสดลักษณะเด่นของมันเทศในกลุ่มนี้เนื้อจะมีรสชาติหวานกว่าทุกกลุ่มเนื้อมีความละเอียดเนียนไม่มีเสี้ยนคุณภาพของเนื้อมีความนุ่มฟูและไม่แข็งเกินไปกลุ่มที่มีรสชาติไม่หวานเกินไปมันเทศในกลุ่มนี้มักจะมีการนำไปแปรรูปเป็นอาหารคาวหวานโดยการนำไปเชื่อมหรือนำไปแปรรูปเป็นน้ำมันเทศพร้อมดื่มและมันเทศกลุ่มสุดท้ายคือมันเทศเพื่ออุตสาหกรรม



แปรรูปโดยเฉพาะมันเทศในกลุ่มนี้มักจะมีการนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์แป้งชนิดต่างๆเช่นเส้นก๋วยเตี๋ยว,เส้นหมี่เตี๊ยวฯลฯ(ผู้เขียนได้เคยไปดูงานที่ไต้หวันและได้ซื้อเส้นหมี่เตี๊ยวที่ผลิตจากแป้งมันเทศนำมาผัดมีรสชาติอร่อยมากเส้นมีความเหนียวนุ่มกว่าเส้นหมี่เตี๊ยวของไทยที่ผลิตจากข้าว)


สายพันธุ์มันเทศทั่วโลกจะมีประเภทของเนื้อ4สี ถ้าจะแบ่งกลุ่มของสายพันธุ์มันเทศโดยใช้สีของเนื้อเป็นตัวพิจารณาแล้วจะแบ่งออกได้4กลุ่มใหญ่คือเนื้อสีส้ม,เนื้อสีเหลือง,เนื้อสีม่วงและเนื้อสีขาวเป็นต้นหรือบางสายพันธุ์อาจจะมีลักษณะของ2สีอยู่ในพันธุ์เดียวกันก็มีอย่างกรณีของมันต่อเผือกของไทยจะมีเนื้อสีม่วงปนสีขาวแต่เมื่อได้ลงในรายละเอียดของมันเทศในแต่ละกลุ่มสีแล้วยังสามารถจำแนกได้อีกหลายสายพันธุ์



อย่างกรณีของมันเทศเนื้อสีเหลืองของญี่ปุ่นนั้นจะแบ่งได้อีกไม่ต่ำกว่า10สายพันธุ์และสายพันธุ์ที่คนญี่ปุ่นนิยมบริโภคมากที่สุดในขณะนี้คือพันธุ์KOKEIเบอร์14และพันธุ์BENIAZUMAเป็นต้น

ผู้เขียนได้ไปดูงานที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อช่วงต้นเดือนกันยายน2554ที่ผ่านมาซึ่งเป็นช่วงปลายฤดูร้อนเริ่มเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงและได้รายละเอียดเกี่ยวกับมันเหลืองญี่ปุ่นเพิ่มเติมหลายประการโดยเฉพาะการซื้อขายมันเทศเพื่อการบริโภคของคนญี่ปุ่นนอกจากจะหาซื้อได้ในซุปเปอร์มาเก็ตแล้วถ้ามีการระบุสายพันธุ์หรือเป็นสายพันธุ์ที่หายากจะต้องมีการสั่งซื้อทางอินเตอร์เน็ตและจะต้องสั่งซื้ออย่างน้อย5กิโลกรัม

โดยทางบริษัทจัดจำหน่ายจะส่งมันเทศไปให้ผู้บริโภคถึงบ้านภายในเวลา2-3วันโดยบรรจุกล่องที่มีน้ำหนัก5กิโลกรัมและข้างกล่องจะบ่งบอกขนาดของหัวมันเทศเป็น7ขนาดคือS2S,2S,S,M,L,2Lและ3Lในแต่ละกล่องจะบรรจุเพียงขนาดเดียวเท่านั้นเหตุผลที่มีความ

จำเป็นจะต้องแบ่งหัวมันเทศขายเป็นขนาดต่างๆกันเนื่องจากในการปลูกมันเทศเมื่อได้ผลผลิตนั้นจะมีขนาดของหัวเทศใหญ่,กลางและเล็กแตกต่างกันไปทั้งๆที่เป็นสายพันธุ์เดียวกัน

ในการไปดูงานญี่ปุ่นในครั้งนี้วัตถุประสงค์หลักอย่างหนึ่งของชมรมเผยแพร่ความรู้ทางการเกษตรมีความต้องการต่อยอดในเรื่องของการพัฒนาสายพันธุ์มันเทศเพื่อการบริโภคสดซึ่งปัจจุบันทางแผนกฟาร์มชมรมเผยแพร่ความรู้ทางการเกษตรได้ทำการรวบรวมสายพันธุ์มันเทศเพื่อการบริโภคสดจากต่างประเทศหลายสายพันธุ์อาทิประเทศออสเตรเลีย,สาธารณรัฐประชาชนจีน,สหรัฐอเมริกา,ไต้หวัน,ญี่ปุ่นและล่าสุดคือ“เกาหลีใต้”โดยเฉพาะมันเทศจากเกาหลีใต้ที่มีเนื้อสีเหลืองและสีเหลืองส้มมีรสชาติอร่อยมากทางชมรมเผยแพร่ความรู้ทางการเกษตรจะเปิดตัวและนำผลผลิตจำหน่ายสู่ผู้บริโภคในเร็ววันนี้


ที่ผ่านมามีพ่อค้าส่งออกได้มีการติดต่อและมีความต้องการผลผลิตมันเทศญี่ปุ่นเนื้อสีเหลืองโดยระบุสายพันธุ์มาและได้มีการทดลองส่งตัวอย่างมาให้ทางผู้เขียนได้ทดลองรับประทานเป็นมันเทศเนื้อสีเหลืองที่มีรสชาติอร่อยมากคือมีความหวานมากเนื้อนุ่มฟูละเอียดไม่มีเสี้ยน

ในที่สุดผู้เขียนก็ได้คำตอบว่าในการปลูกมันเทศให้ประสบความสำเร็จนั้นนอกจากจะมีการบำรุงรักษาและให้น้ำที่เหมาะสมแล้วสายพันธุ์ที่นำมาปลูกมีความสำคัญมากกล่าวคือก่อนที่จะนำหัวมันเทศในแต่ละสายพันธุ์มาเพาะขยายพันธุ์ควรตรวจสอบด้วยการนำหัวมันเทศนั้นมานึ่ง,เผาหรือต้มเพื่อทดลองรับประทานก่อนตัดสินใจปลูก

ในการไปดูงานญี่ปุ่นของผู้เขียนในครั้งหลังสุดนี้ได้สายพันธุ์มันเทศเนื้อสีเหลืองที่จัดได้ว่าเป็นสายพันธุ์ที่ดีที่สุดสายพันธุ์หนึ่งและนิยมบริโภคกันมากในประเทศญี่ปุ่นโดยมีลักษณะของผิวเปลือกสีแดง,เนื้อมีสีเหลืองและมีรสชาติหวานมีกลิ่นหอมเหมือนกับเนื้อเกาลัดขณะนี้ยังอยู่ในการทดลองปลูกและจะนำมาเผยแพร่ให้เกษตรกรและผู้สนในในโอกาสต่อไป
     
การเดินทางได้ไปดูงานที่ประเทศเกาหลีใต้ระหว่างวันที่22-25เมษายน2554ที่ผ่านมา วัตถุประสงค์หลักที่ได้ไปดูก็คือการปลูกสตรอเบอรี่ที่มีผลใหญ่มากที่สำคัญคือไปดูรูปแบบของการปลูกแบบสวนท่องเที่ยวคือเปิดสวนให้นักท่องเที่ยวเดินเข้าชมแปลง,ถ่ายรูปและสามารถเก็บเกี่ยวผลสตรอเบอรี่ได้คนละ5ผลโดยเสียค่าเข้าชมคนละ100บาทก่อนหน้านั้นไม่ทราบว่าคนเกาหลีใต้นิยมบริโภคมันเทศเหมือนกับที่ญี่ปุ่นและไต้หวันแต่เมื่อได้เข้าไปยังซุปเปอร์มาเก็ตของห้างสรรพสินค้าชื่อดังเกาหลีใต้แห่งหนึ่งกลับพบว่ามีหัวมันเทศมาวางขายเป็นจำนวนมากอาจจะกล่าวได้ว่ามีปริมาณมากกว่าทุกประเทศที่ผู้เขียนได้เคยไปดูงานมากเนื่องจากเป็นการขายหัวมันเทศสดที่มีการบรรจุหีบห่ออย่างประณีตโดยบรรจุถุงหรือกล่องละ1กิโลกรัม

มันเทศเกาหลีใต้ที่วางขายในซุปเปอร์มาเก็ตแห่งนั้นจะแบ่งออกเป็น2สายพันธุ์คือเนื้อสีเหลืองและเนื้อสีเหลืองส้มโดยบรรจุขายเป็นกล่องหรือถุงละ1กิโลกรัมขายถึงผู้บริโภคในราคากิโลกรัมละ8,600วอนซึ่งเมื่อคิดเป็นเงินไทยแล้วเป็นเงิน230บาทโดยประมาณถุงที่บรรจุหัวมันเทศมีรูปของเกษตรกรผู้ผลิตติดอยู่บนถุงเป็นการรับประกันคุณภาพ

นอกจากนั้นยังมีมันเทศที่ผลิตในรูปของเกษตรอินทรีย์และขายในราคาเดียวกันผู้เขียนได้ซื้อมันเทศเกาหลีใต้มาทุกสายพันธุ์รวมถึงมันเทศที่ปลูกแบบอินทรีย์ด้วยและได้นำตัวอย่างการบรรจุหีบห่อมาปรับปรุงและพัฒนารูปแบบการบรรจุหัวมันเทศที่ผลิตโดยแผนกฟาร์มชมรมเผยแพร่ความรู้ทางการเกษตรเพื่อจำหน่ายในโอกาสต่อไปเมื่อกลับมาถึงเมืองไทยผู้เขียนได้ทำการนำหัวมันเทศเกาหลีใต้มาทดลองนึ่งรับประทานผลปรากฏว่าเป็นสายพันธุ์มันเทศที่มีรสชาติอร่อยมากและแบ่งออกได้เป็น2สายพันธุ์คือ

“พันธุ์เกาหลีใต้เบอร์1”มีลักษณะเด่นตรงที่มีอายุการเก็บเกี่ยวสั้นคือเก็บเกี่ยวมาบริโภคได้หลังจากที่ปลูกลงดินไปเพียง90วันหรือ3เดือนเท่านั้นผิวเปลือกมีสีชมพูอมแดงเนื้อมีสีเหลืองส้มเนื้อละเอียดเนียนไม่มีเสี้ยนรสชาติหวานอร่อย

ขณะที่อีกสายพันธุ์หนึ่งคือ“พันธุ์เกาหลีใต้เบอร์2”มีลักษณะคล้ายกับมันหวานญี่ปุ่นคือผิวเปลือกมีสีแดงเข้มเนื้อมีสีเหลืองแต่เป็นพันธุ์ที่มีอายุการเก็บเกี่ยวนานกว่าคือต้องปลูกอย่างน้อย4เดือนเนื้อมีความนุ่มไม่แข็งและมีรสชาติหวานมากเมื่อบริโภคแล้วเนื้อมีส่วนคล้ายกับเกาลัด

เป็นที่สังเกตว่ามันเทศเกาหลีใต้ที่ปลูกด้วยระบบเกษตรอินทรีย์นอกจากจะมีรสชาติไม่หวานเท่าที่ควรแล้วข้อควรระวังเป็นพิเศษคือปัญหาของการทำลายของ“ด้วงงวงมันเทศ”หรือ“เสี้ยนดิน”ซึ่งจะทำให้รสชาติของมันเทศมีรสขมและมีกลิ่นเหม็นลักษณะของหัวมันเทศที่บรรจุในถุงและในกล่องที่เกาหลีใต้นอกจากจะมีขนาดหัวใกล้เคียงกันแล้วหัวมันเทศจะมีดินเกาะติดอยู่โดยไม่ได้ล้างทำความสะอาดซึ่งจะเป็นข้อดีที่จะช่วยยืดอายุของหัวมันเทศให้ยาวนานขึ้น

ปัจจุบันทางแผนกฟาร์มชมรมเผยแพร่ความรู้ทางการเกษตรได้ขยายพื้นที่ปลูกมันเทศพันธุ์เกาหลีใต้ทั้ง2สายพันธุ์และเริ่มให้ผลผลิตพร้อมที่จะเปิดตัวเผยแพร่ให้เกษตรกรและผู้สนใจได้บริโภคมันเทศที่มีรสชาติอร่อยมากและขยายพื้นที่ปลูกกันมากขึ้นรสชาติและคุณภาพของมันเทศเกาหลีใต้ที่ปลูกโดยชมรมเผยแพร่ความรู้ทางการเกษตรมีรสชาติหวานอร่อยไม่แพ้ที่ปลูกในประเทศเกาหลีใต้

รูปแบบของการปลูกมันเทศเกาหลีใต้แบบประณีตทางชมรมเผยแพร่ความรู้ทางการเกษตรได้มีการประยุกต์รูปแบบการปลูกมันเทศให้ปลูกได้ตลอดทั้งปีโดยเฉพาะฤดูฝนต้นมันเทศเจริญเติบโตทางด้านลำต้นและใบงามเกินไปหรือที่เรียกกันว่าอาการบ้าใบการเตรียมแปลงปลูกที่มีการยกร่องสูง50-70เซนติเมตรในฤดูฝนจะช่วยในเรื่องการจัดการและมีการลงหัวได้มากโดยมีรูปแบบปลูกดังนี้

การปลูกมันเทศในแปลงคลุมพลาสติคไถดินด้วยผาน3จำนวน1รอบ,ตากดินให้แห้ง1อาทิตย์,ไถพรวน1รอบ,ใส่ปุ๋ยอินทรีย์จำนวน1ตันต่อไร่และปูนขาวใช้โลตาลี่ปั่นให้ดิน

ละเอียดทำการยกร่องแปลงเป็นสามเหลี่ยมด้วยผานคู่กว้าง1เมตรสูง50-70เซนติเมตรหลังจากนั้นวางระบบน้ำแบบน้ำหยดและคลุมแปลงด้วยพลาสติกคลุมแปลง,เจาะรูพลาสติกห่างกัน30เซนติเมตร,ปลูกมันเทศหลุมละ2ยอดต่อหลุมข้อดีของการปลูกมันเทศในแปลงคลุมพลาสติกทำให้มันเทศลงหัวได้ดีในช่วงฤดูฝนทำให้ปลูกมันเทศได้ตลอดปี,ควบคุมความชื้นในแปลงได้,ลดปัญหาเกี่ยวกับพืช,ง่ายต่อการให้น้ำให้ปุ๋ยและลดปัญหาการกระแทกของน้ำฝนหรือน้ำที่ให้แบบสปริงเกอร์ที่ทำให้แปลงต่ำลงซึ่งมีผลอย่างมาในเรื่องของการลงหัวและคุณภาพของผลผลิต

การปลูกมันเทศแบบคลุมด้วยฟางข้าววิธีการใกล้เคียงกับการปลูกแบบคลุมพลาสติกแต่ต่างจากการคลุมพลาสติกมาเป็นคลุมด้วยฟางระบบน้ำเป็นแบบน้ำหยดหรือสปริงเกอร์ ข้อดีของการคลุมด้วยฟางป้องกันการกระแทกของน้ำฝนหรือการให้น้ำแบบสปริงเกอร์ที่ทำให้แปลงต่ำลงซึ่งส่งผลให้มันเทศลงหัวได้ดีขึ้นรักษาความชื้นในแปลงได้ดี(เหมาะแก่การปลูกในฤดูหนาว-ฤดูร้อน)ขณะนี้ทางชมรมเผยแพร่ความรู้ทางการเกษตรได้มีผลผลิตหัวมันเทศเกาหลีใต้เบอร์1และเบอร์2พร้อมจำหน่ายและมีบริการส่งถึงบ้านทางไปรษณีย์แต่จะต้องสั่งซื้ออย่างน้อย5กิโลกรัมสนใจติดต่อได้ที่ชมรมเผยแพร่ความรู้ทางการเกษตรโทร.081-8867398

พบกับ“มันเทศเกาหลีใต้”สายพันธุ์ใหม่ทั้งสองสายพันธุ์ได้ที่บู้ทของชมรมเผยแพร่ความรู้ทางการเกษตรในงาน“เกษตรมหัศจรรย์วันเส้นทางเศรษฐี-เทคโนโลยีชาวบ้าน2012”วันที่22–26กุมภาพันธ์2555ที่ชั้น4เอ็มซีซีฮอลล์เดอะมอลล์บางแค

ล้อมกรอบ

หนังสือ“การปลูกมันหวานญี่ปุ่นในประเทศไทย”พิมพ์4สีแจกฟรีพร้อมกับหนังสือ“อาชีพเกษตรกรรมทำง่ายรายได้งามเล่มที่1-เล่มที่7”รวมทั้งหมด8เล่มจำนวน672หน้าเกษตรกรและผู้สนใจเขียนจดหมายสอดแสตมป์มูลค่ารวม250บาท(พร้อมระบุชื่อหนังสือ)ส่งมาขอได้ที่ชมรมเผยแพร่ความรู้ทางการเกษตรเลขที่2/395ถ.ศรีมาลาต.ในเมืองอ.เมืองจ.พิจิตร66000โทร.056-613021,056-650145และ08-1886-7398






โพสต์โดยสมาชิก : Ao



menu ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ