menu ขีดเส้น! ต้องยกเลิกใช้ "สำเนาบัตรประชาชน-ทะเบียนบ้าน" ภายใน ส.ค.นี้
date 02 พ.ค. 61 06:00    หมวด: ข่าวราชการ
facebook twitter google plus


ขีดเส้น! ต้องยกเลิกใช้ "สำเนาบัตรประชาชน-ทะเบียนบ้าน" ภายใน ส.ค.นี้
indiglow

ขีดเส้น! ต้องยกเลิกใช้ "สำเนาบัตรประชาชน-
ทะเบียนบ้าน" ภายใน ส.ค.นี้


หน่วยงานภาครัฐจะต้องยกเลิกการใช้สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน จากผู้ที่มาติดต่อ ภายในเดือน ส.ค. นี้ เพื่อร่วมกันพัฒนาและขับเคลื่อนประเทศไปสู่เป้าหมายที่กำหนด Thailand 4.0 (ไทยแลนด์ 4.0)

วันนี้ (30 เม.ย.) เวลา 09.30 น. ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปเพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนตามนโยบาย Thailand 4.0 ครั้งที่ 1/2561 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

หนึ่งในนั้นคือ การเป็นรัฐบาลดิจิทัล (Digital Government)  สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ในเดือน พ.ค. 2561 จะระบุตำแหน่งจุดให้บริการสำหรับประชาชนประมาณ 40,000 จุดบริการ ตามคู่มือสำหรับประชาชนใน info.go.th

และภายในเดือน ส.ค. 2561 จะยกเลิกการใช้สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้านจากหน่วยงานผู้ให้บริการ พร้อมเปิดใช้แอปพลิเคชันบอกข้อมูลบริการ ส่วนในเดือน ต.ค. 2561 เริ่มยกเลิกสำเนาหนังสือรับรองนิติบุคคล และในเดือน ม.ค. 2562 เปิดใช้ระบบ Citizen Feedback ให้ประชาชนประเมินความพึงพอใจในการใช้บริการ แสดงความคิดเห็นและข้อร้องเรียน

นอกจากนี้ยังมี ประเด็นการปฏิรูประบบราชการ ได้แก่ การปรับปรุงประสิทธิภาพการบริการภาครัฐ (Service Reform) มีความก้าวหน้าใน 4 เรื่อง ได้แก่

1.การขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์สุขภาพของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ที่ลดคำขอค้างทั้งด้านยาและอาหาร ที่ยื่นก่อน 7 ส.ค. 2560 กว่า 8,000 คำขอ ได้หมดภายใน 6 เดือน และลดขั้นตอนการพิจารณาอนุญาตทำให้เกิดความรวดเร็วยิ่งขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 20

2.การจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาของกรมทรัพย์สินทางปัญญา ลดคำขอค้างสะสมสิทธิบัตรการประดิษฐ์อย่างต่อเนื่อง โดยผลสำเร็จทำได้สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ถึงร้อยละ 14

3.การจดทะเบียนที่ดินของกรมที่ดิน สำนักงานที่ดินลดระยะเวลาดำเนินการรังวัดได้ตามเป้าหมาย เฉลี่ยระยะเวลารอคิว 45 วัน และพัฒนาการให้บริการข้อมูลที่ดินผ่านเว็บไซต์ของกรมที่ดิน และ Mobile Application LandsMaps ค้นหาได้จากสถานที่สำคัญผ่านระบบของ Google

และ 4. การนำเข้าและส่งออกของกรมศุลกากร ได้เชื่อมโยงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์รูปแบบ Single Form (B2G) สำหรับสินค้าวัตถุอันตราย ใช้งานแล้ว 6 หน่วยงาน อีก 2 หน่วยงานจะเริ่มใช้ภายในเดือน ก.ย. 2561

ส่วนเรื่อง การพัฒนาและการรังสรรค์นวัตกรรมในรูปแบบใหม่ (Sandbox) มีความก้าวหน้าในการพัฒนา 3 เรื่อง ได้แก่

1.การแก้ไขพื้นที่ป่าและการใช้ประโยชน์พื้นที่จังหวัดน่านและกลไกการบริหารจัดการ โดยจะขอคืนพื้นที่ร้อยละ 18 จากพื้นที่ป่าทั้งหมด และอีกร้อยละ10 ที่เหลือให้ประชาชนสามารถปลูกพืชเศรษฐกิจได้เต็มที่ โดยพื้นที่ยังเป็นป่าของรัฐ คาดการณ์ว่าภายในระยะเวลา 3 ปี เพื่อลดการบุกรุกพื้นที่ป่าอนุรักษ์และส่งเสริมการเศรษฐกิจฐานชีวภาพ

2.Public School หรือโรงเรียนร่วมพัฒนา ที่เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาการศึกษาให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งมีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการ 40 โรงเรียน โดยมีผู้สนับสนุนจากภาคเอกชน จะเริ่มดำเนินการในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2561

และ 3.หน่วยงานราชการ 4.0 ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน กรมบังคับคดี และสำนักงาน ก.พ.ร. ได้รับการผ่อนคลายหลักเกณฑ์ และกฎ ระเบียบการบริหารทรัพยากรบุคคลในหน่วยงานนำร่อง 4 หน่วยงาน เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการพัฒนาองค์การรองรับการปรับเปลี่ยนตามนโยบาย THAILAND 4.0 และดำเนินการให้บรรลุตามเป้าหมายที่ตกลงไว้





ขอขอบคุณที่มา:www.sanook.com


โพสต์โดยสมาชิก : Wizz


indiglow

menu FIND US ON FACEBOOK arrow


menu ข่าวล่าสุด arrow