Social :



สั่งยึดทรัพย์ เหยื่อกระสูนปริศนา เหตุสลายชุมนุมปี52 ชดใช้แทนกองทัพ

10 ส.ค. 61 13:08
สั่งยึดทรัพย์ เหยื่อกระสูนปริศนา เหตุสลายชุมนุมปี52 ชดใช้แทนกองทัพ

สั่งยึดทรัพย์ เหยื่อกระสูนปริศนา เหตุสลายชุมนุมปี52 ชดใช้แทนกองทัพ

สั่งยึดทรัพย์ เหยื่อกระสูนปริศนา เหตุสลายชุมนุมปี52 ชดใช้แทนกองทัพ


ศาลแพ่งมีคำสั่ง “ยึดทรัพย์”นายไสว ทองอ้ม ชาวจังหวัดสุรินทร์ ผู้ถูกยิงในเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองของกลุ่ม นปช.ปี 52 ขายทอดตลาด ชดใช้แทนกองทัพ เจ้าตัวเตรียมยืน ขอความเป็นธรรม


10 ส.ค. 2561 เว็บไซต์ประชาไท ได้รายงานว่า เมื่อวันที่ 9 ส.ค.2561 นายคารม พลพรกลาง ทนายความของ นายไสว ทองอ้ม ชาวจังหวัดสุรินทร์ ผู้ถูกยิงในเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองของกลุ่ม นปช. ช่วงเหตุการณ์เมษาเลือด เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2552 ได้เปิดเผยว่า เวลา 10.30 น.ของวันที่ 10 สิงหาคม 2561 ตนและลูกความจะเดินทางไปที่ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาลเพื่อทำเรื่องขอให้ทางรัฐบาลให้ความช่วยเหลือในการงดเว้นการจ่ายค่าฤชาธรรมเรียมและค่าทนายความเป็นเงิน 212,114 บาท ที่ศาลฎีกา (แพ่ง) มีคำสั่งให้โจทก์คือนายไสว ทองอ้ม ซึ่งเป็นลูกความของตนต้องชดใช้แทนกองบัญชาการกองทัพไทย และ กองทัพบก


โดยเหตุเกิดจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมของคนเสื้อแดงในวันที่ 13 เมษายน 2552 นายไสว ทองอ้ม และนายสนอง พานทอง ได้ถูกยิงด้วยกระสุนปืนจนได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังจากนั้น นายไสว และ นายสนอง จึงได้ฟ้องแพ่งเอาผิดเรียกค่าชดเชย จาก สำนักนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผบ.สส. กองบัญชาการกองทัพไทย และ กองทัพบก


โดยนายไสว ถูกยิงที่ต้นแขนซ้าย
Lif
ไม่สามารถใช้แขนซ้ายประกอบภารกิจตามปกติได้อีก จึงถูกเลิกจ้างและขาดรายได้ ขอเรียกค่าเสียหายจากการเสียโอกาส ในการประกอบการงาน ได้โดยสิ้นเชิงเป็นเวลา 20 ปี รวมแล้วเป็นเงิน 2,857,538 บาท ส่วนสนอง ถูกยิงบริเวณขาขวาไม่สามารถใช้ขาขวาประกอบภารกิจตามปกติได้เป็นเหตุให้ถูกเลิกจ้างและขาดรายได้ ขอเรียกค่าเสียหายจากการขาดโอกาสในการประกอบการงานได้โดยสิ้นเชิงเป็นเวลา 25 ปี รวมแล้วเป็นเงิน 2,245,205  รวมทั้งสองรายเป็นเงิน 5,102,743 บาท ศาลแพ่งมีคำพิพากษาออกมาเมื่อวันที่ 21 มิ.ย.2554 ให้โจทก์ชนะคดี และจำเลยที่ 2 กับจำเลยที่ 5 ต้องชำระเงินให้กับโจทก์ โดยชำระให้รายละ 1,200,000 บาท และ 1,000,000 บาทตามลำดับ รวมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี


แต่ต่อมาในชั้นอุทธรณ์ ศาลได้มีคำวินิจฉัย ยกคำร้องของฝ่ายโจทก์ โดยให้ความเห็นว่าอาวุธประจำกายของทหารในพื้นที่เกิดเหตุไม่ได้มีปืนพกสั้นที่ใช้กระสุนความเร็วต่ำขนาด 9 มม.ที่ยิงใส่โจทก์ และเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ และมีคำสั่งให้โจทก์จ่ายค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความจำเลย (ซึ่งก็คืออัยการ) เป็นเงิน 212,114 บาท และมีคำสั่งแต่งตั้งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการยึดอายัดทรัพย์โจทก์และทำการขายทอดตลาด เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2560


ด้าน “ไสว ทองอ้ม” เหยื่อนกระสุนจากเหตุการณ์สลายการชุมนุม กล่าวว่า ตอนนี้ทางธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) ได้ทำการอายัดบัญชีของตนซึ่งมีเงินอยู่ในบัญชีเพียงแค่ 4,479 บาท และเจ้าพนักงานบังคับคดีที่สุรินทร์ยังได้ยึดที่นาของตนจำนวน 8 ไร่ ราคาประเมิน 460,980 บาท เพื่อทำการขายทอดตลาด


ไสวกล่าวว่า ทุกวันนี้ ตนก็เหมือนคนพิการ แขนข้างที่โดนยิงมีอาการขัดและชา และยังมีเศษกระสุนฝังอยู่ข้างใน เคลื่อนไหวไม่สะดวกและไม่สามารถทำงานหนักได้ ที่ดินก็มีเพียงนาที่ทำอยู่พอให้มีข้าวกินและมีรายได้บ้าง หากถูกยึดไปก็ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตต่อไปได้อย่างไร

ขอขอบคุณ เว็บไซต์ประชาไท

โพสต์โดย : Ao