menu ความเป็นมา! "ตำนานรักยม"
date 14 ก.ย. 61 18:09    date อ่าน: 4,360 | หมวด: เรื่องลี้ลับ
facebook twitter google plus


ความเป็นมา! "ตำนานรักยม"

รักยมเป็นรูปเด็กแกะด้วยไม้คู่หนึ่งมีลักษณะเป็นเด็กผมจุกยืนกำหมัดทั้งสองข้างคล้ายกำลังทำท่าชกมวยตัวที่ชื่อรักนั้นเกจิอาจารย์แกะด้วยไม้รักซ้อนบางตำราก็ใช้ต้นบางตำราก็ใช้รากที่ชี้ไปทางทิศตะวันออกและต้องเป็นรากที่เรียกว่าตายพรายคือตายเองด้วย 




   ส่วนตัวที่ชื่อยมก็แกะจากไม้มะยมใช้ต้นและรากลักษณะเดียวกันกับรากหรือต้นรักซ้อนนั้นแต่มีสีขาวส่วนตัวที่ทำจากรากรักซ้อนมีสีดำเมื่ออาจารย์ได้บรรจงแกะรูปเด็กหัวจุกทั้งสองเสร็จแล้วก็จะกระทำพิธีปลุกเสกโดยเอารูปแกะกุมารทั้งสองวางลงในขันสำริดที่มีน้ำมันหอมหรือน้ำมันจันทร์ใส่เตรียมไว้ก่อนแล้วอาจารย์จะต้องทำให้เกิดนิมิตในขณะปลุกเสกคือปลุกจนกระทั่งรูปแกะกุมารทั้งสองนั้นลุกขึ้นเต้นและเล่นกันดุจมีชีวิตวิญญาณแล้วจึงเป็นอันใช้ได้ 

   ผู้ที่จะให้เจ้ารักเจ้ายมช่วยเหลือในภารกิจของตนก็นำรักยมพร้อมทั้งน้ำมันหอมนั้นประจุลงในขวดแก้วเล็กๆซึ่งมีขนาดพอดีกับตัวของรักยมที่จะลงไปอยู่ด้วยกันได้ทั้งคู่นำติดตัวในเมื่อจะออกจากบ้านไปทำภารกิจนั้นๆครั้นเมื่อกลับเข้าสู่เคหะสถานบ้านเรื่อนตนก็นำรักยมเข้าไว้ในที่อันสมควรจัดแจงข้าวปลาอาหารขนมให้รักยมทั้งสองบริโภคดุจดังเราเลี้ยงเด็กๆไว้ในบ้าน 

   การพูดจากับรักยมนั้นก็ต้องพูดเองและตัวผู้ใช้ตอบเองที่เรียกว่า"พูดเองเออเอง"แล้วแต่ปรารถนาสิ่งใดๆก็ให้กล่าววาจากับเขาขอให้รักยมช่วยในกิจนั้นๆผู้ใช้จะต้องคอยดูน้ำมันหอมที่ใส่ในขวดรักยมอยู่เสมอและระวังอย่าให้แห้งได้เมื่อจวนจะแห้งหรือน้ำมันจันทร์เหลือน้อยจำเป็นต้องเติมมิให้พร่องลงได้ท่านว่ารักยมจะขึ้นและให้ผลแก่ตัวเจ้าของดีนักทั้งน้ำมันจันทร์ในขวดนั้นเล่าก็ใช้ทาคิ้วทาผมเป็นเครื่องสำอางที่จะยังเสน่ห์ให้แก่ผู้ใช้เป็นอเนกประการ 

   ในขณะที่จะไปเอารากรักและรากมะยมมากระทำพิธีแกะนั้นท่านให้เดินทางออกจากบ้านไปแต่เช้าตรู่ห้ามพูดกับผู้ใดในขณะนั้นเมื่อถึงต้นรักและมะยมที่หมายตาเอาไว้ก่อนแล้วก็ลงมือพลี(ขุดและตัดเอารากมา)โดยพูดว่าเจ้ารัก(ยม)เอ๋ยจงไปอยู่กับพ่อจงช่วยพ่อให้สำเร็จสมปรารถนาเถิด 

"นะมะพะทะอาคัจฉายะอาคัจฉามิมานี่มะมามา" 

   เมื่อพลีไม้รักหรือไม้ยมมาได้แล้วท่านให้วิ่งกลับบ้านโดยมิให้เหลียวหลังไปดูต้นไม้นั้นเป็นอันขาดครั้นเมื่อถึงบ้านแล้วจึงเอารากรักซ้อนและรากยมนั้นปิดทองคำแผ่นให้งดงามแล้วเอาคั่นกลางใจบ้านพลีมาด้วนคาถานะมะพะทะหยิบมือหนึ่งห่อด้วยกระดาษว่าวตั้งไว้หน้ารากรักและยมพร้อมด้วยสำรับกับข้าวเล็กๆเป็นการบวงบนแด่วิญญาณของรักยมกระทำดังนั้นแล้วพอได้เวลาสมควร(กะว่าจุดธูปหมดดอก)จึงนำไม้นั้นไปมอบให้อาจารย์สร้างรักยมต่อไป 

มีเรื่องกล่าวถึงความเป็นมาของเจ้ารักยมนี้ตั้งแต่ครั้งบรมกาลดังนี้ 

   กาลครั้งหนึ่งในราวป่าหิมพานต์อันเป็นที่บำเพ็ญพรตของเหล่าพระฤาษีทั้งหลายผู้มีอายุนับด้วยกัปป์อยู่มาวันหนึ่งพหลปีติฤาษีออกจากอาศรมไปเที่ยวเก็บผลไม้เพื่อขบฉันผ่านสระน้ำแห่งหนึ่งอันมีปทุมชาติชูช่ออยู่ดารดาษพหลปีติฤาษีตั้งใจจะตักน้ำใส่เต้าที่ทำด้วยผลน้ำเต้าแห่งป่าหิมพานต์เอาไปไว้บริโภคที่อาศรมก็เหลือบไปเห็นกุมารน้อยคู่หนึ่งอยู่ในรัตตะอุบล(บัวสายมีสีอันแดง)จึงได้เก็บกุมารน้อยนั้นนำมาเลี้ยงไว้ยังอาศรมของตนครั้นกาลต่อมาเมื่อกุมารน้อยนั้นเติบใหญ่พหลปีติฤาษีจึงให้ชื่อกุมารน้อยนั้นว่ารัตตะกุมารคนหนึ่งและยมกะกุมารหนึ่ง 




   พร้อมกันนั้นพหลปีติฤาษีก็ได้ถ่ายทอดวิทยาคมทั้งปวงให้แก่กุมารทั้งสองนั้นเป็นอันดีสมชาติชายชาตรีทุกประการสำหรับรัตตะกุมารนั้นกล่าวว่าเป็นมานพน้อยมีรูปโฉมงดงามส่วนยมกะกุมารนั้นเล่าแม้จะด้อยในทางรูปสมบัติแต่ก็มีความเชี่ยวชาญชำนาญในทางกระบวนยุทธและเวทย์อาคมทั้งปวงเป็นที่ชดเชยกันกับรูปสมบัติแห่งตนนั้นไม่ยิ่งหย่อนอยู่มาเวลาหนึ่งกุมารทั้งสองซึ่งบัดนี้เป็นหนุ่มใหญ่ฉกรรจ์เข้าไปบังคับพระพหลปีติฤาษีผู้มีอุปการะดุจบิดาบังเกิดเกล้าขอลาเข้าไปยังในบ้านในเมืองเพื่อหาโอกาสทำราชการหาความดีความชอบใส่ตนต่อไปพหลปีติฤาษีมีความอาลัยยิ่งนัก 

   แต่ด้วยความเป็นผู้นำบำเพ็ญพรตสละโลกียวิสัยจึงตัดความอาลัยรักเสียนั้นได้แล้วสั่งกำชับแก่กุมารทั้งสองผู้บุตรบุญธรรมนั้นว่ามาตร์แม้นได้เข้ารับราชการงานเมืองเป็นทหารแห่งพระราชาณแคว้นใดแล้วอย่าไปถือว่าตนเป็นผู้มีวิชาเก่งกล้าทำลายชีวิตมุนษย์และสัตว์โดยไม่จำเป็นเป็นอันขาดจงตั้งใจอยู่ในความไม่ประมาทอย่าทำอันตรายแก่ผู้ด้อยกว่าตนรัตตะกุมารและยมกะกุมารนพน้อยก็รับคำพหลปีติฤาษีแล้วออกจากอาศรมของพระผู้มีคุณนั้นไปด้วยใจรันทดยิ่งนัก 

   เมื่อมานพน้อยทั้งสองออกจากพหลปีติฤาษีอาศรมไปไม่นานเท่าใดนักเขาก็ได้เข้าไปเป็นทหารอาสาอยู่กับพระราชาผู้ครองแคว้นแห่งหนึ่งด้วยความซื่อสัตย์สุจริตประกอบกับความเป็นผู้มีฝีมือแห่งฤาษีบุตรทั้งสองรัตตะกุมารได้ตำแหน่งทหารเอกแห่งแคว้น

   ส่วนยมกะกุมารได้ตำแหน่งที่ปรึกษาราชการงานแผ่นดินแห่งแคว้นในเวลาต่อมาด้วยรัตตะกุมารนพเป็นผู้ที่มีรูปโฉมสง่างามสมชายชาตรีดังกล่าวแล้วจึงเป็นที่เสน่ห์หาและหลงใหลแก่ราชธิดาของพระราชาแคว้นนั้น

   แต่ความรักของรัตตะกุมารมานพและเจ้าหญิงมีอุปสรรคความทราบถึงราชบิดาเข้าก็ไม่ทรงพอพระทัยเพราะเจ้าหญิงได้ถูกหมายหมั้นปั้นมือจากกษัตริย์ผู้บิดาว่าจะให้อภิเษกสมรสกับเจ้าชายผู้ครองแคว้นอีกแคว้นหนึ่งซึ่งเป็นราชตระกูลกษัตริย์เท่าเทียมกันเจ้าหญิงจึงต้องถูกพรากตัวออกไปจากราชวังที่พระองค์เคยประทับอยู่ด้วยความเกษมสำราญมาแต่ทรงพระเยาว์รัตตะกุมารทราบเรื่องเข้ามีความแค้นเคืองพระราชาแห่งแคว้นเจ้าเหนือหัวของตนเป็นอย่างมากและวางแผนการณ์ที่จะฆ่าเสีย 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก:horoscope.thaiza.







โพสต์โดยสมาชิก : monnyboy