menu ผลจาก กม. ขึ้นทะเบียน ‘หมา-แมว’ “รัฐบาล” จะได้เงินเข้ากระเป๋าเท่าไหร่??
date 11 ต.ค. 61 14:10    หมวด: ข่าวเด่น
facebook twitter google plus


ผลจาก กม. ขึ้นทะเบียน ‘หมา-แมว’ “รัฐบาล” จะได้เงินเข้ากระเป๋าเท่าไหร่??

 
 
วันที่11ต.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากเมื่อวันที่10ต.ค.คณะรัฐมนตรี(ครม.)เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์(ฉบับที่..)พ.ศ.….เพื่อป้องกันปัญหาการทอดทิ้งสัตว์ในที่สาธารณะและเป็นการป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์

จึงควรดำเนินการให้มีการควบคุมทางทะเบียนและเพิ่มความรับผิดชอบของเจ้าของสัตว์รวมทั้งเพิ่มบทบาทหน้าที่และอำนาจของราชการส่วนท้องถิ่นในการดำเนินการออกข้อบัญญัติท้องถิ่นในการขึ้นทะเบียนสัตว์



ต้องนำไปขึ้นทะเบียนโดยมีค่าใช้จ่ายดังนี้คือค่าคำร้องขอขึ้นทะเบียนฉบับละ50บาทค่าสมุดประจำตัวสัตว์100บาทค่าเครื่องหมายประจำตัวสัตว์ตัวละ300บาทหากเจ้าของไม่ดำเนินการตามกฎหมายรวมเบ็ดเสร็จ450บาทเมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้เจ้าพนักงานท้องถิ่นของรัฐมีอำนาจเปรียบเทียบปรับไม่เกิน25,000บาทและรายได้จากการเปรียบเทียบปรับจะเป็นรายได้ของท้องถิ่น

ล่าสุดจากรายงานของกรมปศุสัตว์ซึ่งเผยแพร่ข้อมูลเรื่องพิษสุนัขบ้าโดยมีผลสำรวจจำนวนสุนัขและแมวของปี2561พบว่ากรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้ขึ้นทะเบียนสุนัขและแมวแล้ว7.3ล้านตัวโดยยอดที่สํารวจสุนัขแมวในปีที่ผ่านมามีประมาณ10ล้านตัว


ทั้งนี้ข้อมูลการสำรวจปี2559จากสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด77จังหวัดพบว่าประเทศไทยมีสุนัขและแมวจำนวน10,395,961ตัวโดยเป็นสุนัขจำนวน7,380,810ตัวและแมวจำนวน3,015,151ตัวในจำนวนนี้ไม่มีเจ้าของ1,232,588ตัว(สุนัข785,446ตัวและแมวจำนวน474,142ตัว)

โดยหลังจากมติครม.เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวก็เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยซึ่งบางส่วนเห็นว่าค่าขึ้นทะเบียน450บาทเป็นจำนวนที่มากเกินไปบางส่วนก็โต้ว่าเป็นการพยายามหารายได้เข้ารัฐเพราะเมื่อคำนวณจำนวนประชากรทั้งสุนัขและแมวล่าสุด(ที่มีเจ้าของ)ก็มีประมาณ10ล้านตัวคือ10ล้านX450= 4,500,000,000บาทหรือ4.5พันล้านบาทซึ่งถือว่าเป็นจำนวนเงินที่เยอะพอสมควรหากมีคนที่ต้องเสียค่าปรับอีก25,000บาทตัวเลขก็จะยิ่งเพิ่มสูงขึ้นแน่นอน


ขอบคุณกรมปศุสัตว์







โพสต์โดยสมาชิก : Ao