menu รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร แนะเกษตรกร ปลูกไผ่บงหวาน ดูผลง่าย รายได้ดี
date 26 พ.ย. 61 10:11    หมวด: เกษตรน่ารู้
facebook twitter google plus


รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร แนะเกษตรกร ปลูกไผ่บงหวาน ดูผลง่าย รายได้ดี

รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร  แนะเกษตรกรปลูกไผ่บงหวาน ดูผลง่ายรายได้ดี

นางอัญชนา  ตราโช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  เปิดเผยว่า ปัจจุบัน ไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้ง นับเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่น่าสนใจของเกษตรกร เนื่องจากปลูกครั้งเดียวสามารถให้ผลผลิตได้ทั้งปี หากมีน้ำเพียงพอ ซึ่งไผ่บงหวานสามารถรับประทานสดได้ทันที หรือนำไปประกอบอาหารแทนเมนูมะพร้าวได้ทุกเมนู ไม่ต้องนำมาต้มเพื่อให้รสขมของหน่อไม้หายไป ซึ่งเป็นลักษณะพิเศษของไผ่พันธุ์นี้ และยังตอบโจทย์สำหรับผู้ที่เป็นโรคเกาต์ที่ชอบรับประทานไผ่ เพราะจากการตรวจสอบทางเคมี พบว่า ไม่มีสารยูริก ไม่มีสารไซยาไนด์ที่จะกระทบต่อผู้ป่วยโรคเกาต์  อีกทั้งเกษตรกรสามารถผลิตแบบอินทรีย์ได้ง่าย เพราะไม่มีโรคแมลงรบกวนประกอบกับราคายังเป็นที่จูงใจ ซึ่งอยู่ที่ประมาณกิโลกรัมละ 70 บาท


จากการลงพื้นที่ของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 1 จังหวัดเชียงใหม่ (สศท.1) เพื่อศึกษาพืชทางเลือกในพื้นที่จังหวัดลำพูนพบว่า ปัจจุบันเกษตรกรที่ปลูกไผ่บงหวานยังไม่เป็นที่แพร่หลายเพราะไม่มีความมั่นใจด้านราคา ขาดความรู้ด้านการผลิตและตลาดอย่างไรก็ตามจากการพูดคุยสัมภาษณ์กับเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จในการปลูกไผ่บงหวานนายธีรวัจน์จักร์แก้วรังสี ซึ่งได้บอกเล่าถึงประสบการณ์ในการริเริ่มเพาะปลูกไผ่บงหวานเพื่อสร้างรายได้ว่า ตนเองเห็นว่าเป็นพืชทางเลือกที่น่าสนใจ เนื่องจากให้ผลตอบแทนค่อนข้างสูง การดูแลรักษาไม่ยุ่งยาก โดยราคากิ่งพันธุ์ที่ลงทุนซื้อมาปลูกช่วงแรกอาจสูงเพราะราคาอยู่ที่ประมาณ 100 บาท/เหง้า แต่เมื่อเริ่มให้ผลผลิตจะมีพ่อค้าเข้ามารับซื้อถึงสวนทำให้มีรายได้ 91,000 บาท/ไร่ (อัตราการปลูกไร่ละ 
200 กอ) ในขณะที่ต้นทุนทั้งหมด 28,693 บาท/ไร่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายในการให้น้ำค่าปุ๋ย และค่าแรงงานในการเก็บเกี่ยวซึ่งเมื่อหักลบแล้วคิดเป็นผลตอบแทนสุทธิ 62,307 บาท/ไร่ 


สำหรับไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้ง เป็นไผ่ขนาดกลางใช้ประกอบเป็นอาหารได้หลายประเภท อาทิ แกง ผัดต้ม ทำส้มตำ โดยลำต้นเมื่อโตเต็มที่จะสูง 7-12 เมตร หน่อจากต้นที่โตเต็มที่มีน้ำหนักเฉลี่ย200กรัม หรือ 4-5 หน่อต่อกิโลกรัมมีสีเขียวการขยายพันธุ์สามารถทำได้ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด และปลูกด้วยเหง้าอย่างไรก็ตามควรมีความพร้อมในเรื่องแหล่งน้ำ(ช่วงฤดูแล้งขาดน้ำไม่ได้)จึงจะทำให้มีผลผลิตได้ทั้งปี และการลงทุนในระยะแรกในเรื่องระบบน้ำและพันธุ์ค่อนข้างสูงต้องการการดูแลที่สม่ำเสมอสามารถทำการผลิตแบบชีวภาพได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมีใดๆในการผลิตสำหรับเกษตรกรที่สนใจการปลูกไผ่บงหวาน สามารถขอคำแนะนำจาก นายธีรวัจน์ จักรแก้วรังสี  โทรศัพท์ 0947574299 หรือทาง Facebook  ธีรวัจน์ จักร์แก้วรังสี ซึ่งยินดีให้คำปรึกษาแก่เกษตรกรและผู้สนใจทุกท่าน  


ข้อมูลอ้างอิง :  https://www.moac.go.th







โพสต์โดยสมาชิก : POK@