menu วิธีการปลูก และดูแล บร็อคโคลี่
date 29 พ.ย. 61 10:11    หมวด: เกษตรน่ารู้
facebook twitter google plus


วิธีการปลูก และดูแล บร็อคโคลี่

วิธีการปลูก และดูแล บร็อคโคลี่

บร็อคโคลี่ จัดเป็นพืชผักตระกูลกะหล่ำ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Brassica oleraceae var. italica บร็อคโคลี่เป็นผักที่ปลูกเพื่อ บริโภคส่วนของดอกอ่อน และก้านส่วนของดอกบร็อคโคลี่ จะมีสีเขียวประกอบด้วย ดอกย่อยขนาดเล็กสีเขียว เป็นจำนวนมากที่รวมกันเป็นกลุ่มใหญ่มีลักษณะแน่นแต่ไม่อัดตัวกันแน่นเหมือนดอกกะหล่ำบร็อคโคลี่มีถิ่นกำเนิดอยู่ทางตอนใต้ของยุโรป แถบประเทศอิตาลี นำเข้ามาปลูกในเมืองไทย โดยปลูกในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทยเนื่องจากเป็นผัก ชนิดใหม่ และปลูกได้ดี ในช่วงหน้าหนาว ทำให้ราคาค่อนข้างแพง ปัจจุบันมีการพัฒนาสายพันธุ์ ให้ทนร้อนมากขึ้นทำให้สามารถผลิตได้ดี เฉพาะบนที่สูง หากมีการเลือกใช้สายพันธุ์ ที่เหมาะสม

สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม  :บร็อคโคลี่ ต้องการสภาพแวดล้อมที่คล้ายคลึงกับกะหล่ำดอกทั่วไป คือชอบดินร่วนมีค่าความเป็นกรด-ด่างอยู่ระหว่าง 6-6.5 มีความชื้นดินที่เหมาะสม และได้รับแสงแดดอย่างเต็มที่


การใช้ประโยชน์และคุณค่าทางอาหาร : บร็อคโคลี่ มีรสชาติหวาน กรอบ สามารถนำมาประกอบอาหาร ได้หลายชนิด และมีคุณค่าทางอาหารสูง ชึ่งเชื่อกันว่า มีสารที่สามารถ ต่อต้านสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็ง

การปฏิบัติดูแลรักษาระยะต่างๆของการเจริญเติบโต:
การเตรียมดิน ขุดดินลึก 10-15 เซนติเมตร พลิกดินตากแดด และโรยปูนขาว อัตรา 0-100 กรัม/ตร.ม. ทิ้งไว้ประมาณ 7-10 วัน ย่อยพรวนดินให้เป็นก้อนเล็กๆ ขึ้นแปลงกว้าง 1-1.2 เมตรความยาวตามพื้นที่ปลูก


การเตรียมกล้า 
-เพาะเมล็ดในกระบะที่มีส่วนผสมระหว่างทรายและขุยมะพร้าว อัตราส่วน 2:1 เมื่อต้นกล้ามีอายุประมาณ 5 วัน จึงย้ายไปปลูกในถาดหลุม ที่ใส่วัสดุเพาะ(Media)
-หยอดเมล็ดลงในถาดหลุมเพาะกล้า โดยตรงหลังจากต้นกล้า บร็อคโคลี่มีอายุประมาณ 25 วัน หรือมีใบจริงอย่างน้อย 2-3 ใบจึงทำการย้ายปลูก(หากต้นกล้าเหลืองหรือก่อนย้ายปลูก 1 สัปดาห์ ควรพ่นปุ๋ยทางใบเสริม)

การปลูก ขุดดินตากแดด อย่างน้อย 14 วัน ขึ้นแปลงกว้าง 1-1.2 เมตร สำหรับฤดูฝน ให้แปลงสูงกว่าปกติ 30-50 ซม. เพื่อการระบายน้ำ รองพื้นด้วยปุ๋ยเคมี 12-24-12 อัตรา 30 กรัม/ตร.ซม.หรือ50กก./ไร่ ใส่ปุ๋ยหมัก และปุ๋ยคอก อัตรา 2-4 กิโลกรัม/ตรม. เมื่ออายุได้ 45 วัน 
ควรใส่ปุ๋ยอีกครั้งหนึ่ง

ข้อควรระวัง : บร็อคโคลี่เป็นพืชที่มีความต้องการปุ๋ยมาก โดยเฉพาะปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก ควรรองพื้นก่อนปลูกด้วยโรแรกซ์

การให้น้ำ ควรให้น้ำอย่างสม่ำเสมอโดยใช้สปริงเกอร์

การให้ปุ๋ย ประมาณ 5-7 วัน ควรมีการปลูกซ่อมกล้าที่ตายเมื่อย้ายปลูกได้ 7-10 วัน ใส่ปุ๋ย 15-15-15 และ 21-0-0 อย่างละ 20-25 กรัม/ตร.ม. และใส่ปุ๋ยครั้่งที่ 2 เมื่ออายุได้ 25-30 วันและใส่ปุ๋ยครั้งที่ 3 เมื่อเริ่มเข้าหัวมีอายุ 45-50 วัน พร้อมกำจัดวัชพืชแล้วพ่นสารเคมีป้องกันศัตรูพืช ถ้ามีพบการเข้าทำลายของศัตรูพืช

ข้อควรระวัง : ควรหลีกเลี่ยงพื้นที่ฝนตกชุก และมีน้ำขัง แสงแดดน้อย เป็นพืชที่ต้องการปุ๋ยในปริมาณที่มาก หากปุ๋ยไม่เพียงพอจะทำให้อายุการเติบโต ยาวนานมากขึ้น
การเก็บเกี่ยว อายุ 90-100 วัน ตามฤดูกาลและสายพันธุ์


โรคแมลงศัตรูที่สำคัญในระยะต่างๆของการเจริญเติบโต:
ระยะกล้า 18-21 วัน ด้วงหมัดผัก, เพลี้ยอ่อน, โรคราน้ำค้าง, โรคเน่าดำ, โรคโคนเน่า, โรคโคนเน่า,
ระยะย้ายปลูก-ตั้งตัว 21-28 วัน ด้วงหมัดผัก, หนอนใยผัก, เพลี้ยอ่อน, หนอนคืบ, หนอนกระทู้, โรคราน้ำค้าง, โรคเน่าดำ
ระยะเข้าหัว 40-45 วัน หนอนใยผัก, เพลี้ยอ่อน, หนอนคืบ, หนอนกระทู้, โรคราน้ำค้าง, โรคใบจุด, โรคเน่าดำ
ระยะโตเต็มที่ 45-50 วัน หนอนใยผัก, เพลี้ยอ่อน, หนอนคืบ, หนอนกระทู้, โรคราน้ำค้าง, โรคใบจุด, โรคเน่าดำ

ข้อมูลอ้างอิง :  https://www.rakbankerd.com








โพสต์โดยสมาชิก : POK@