menu เทคนิคการเพาะเลี้ยงเห็ด เพื่อสร้างรายได้แบบมืออาชีพ
date 01 ธ.ค. 61 11:12    หมวด: เกษตรน่ารู้
facebook twitter google plus


เทคนิคการเพาะเลี้ยงเห็ด เพื่อสร้างรายได้แบบมืออาชีพ

เทคนิคการเพาะเลี้ยงเห็ด เพื่อสร้างรายได้แบบมืออาชีพ

เห็ดยานางิหรือเห็ดโคนญี่ปุ่น ในธรรมชาติจะเจริญเติบโตได้ดีบนท่อนไม้ผุ ต่างประเทศได้ทำการศึกษาและเพาะเลี้ยงเห็ดชนิดนี้มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2383 ต่อมาใปี พ.ศ.2517จึงสามารถเพาะเลี้ยงได้โดยวัสดุที่เป็นส่วนผสมของฟางข้าวสาลีและเมล็ดข้าวโอ๊ตแล้วเปลี่ยนมาเป็นขี้เลื่อยที่เพิ่มอาหารเสริมให้เห็ดชนิดนี้สามารถเติบโตได้ดีในเวลาต่อมาเนื่องจากเป็นเห็ดที่มีรสชาติดี เนื้อดอก ก้านดอก มีความกรอบแน่น เนื้อคล้ายเห็ดโคน นิยมนำมาประกอบอาหารได้หลายชนิด และยังมีคุณสมบัติเด่นคือสามารถเก็บรักษาไว้ในตู้เย็นได้นานกว่า 1 สัปดาห์ โดยยังมีความสด รูปร่าง ขนาดน้ำหนัก และสีสัน ไม่เปลี่ยนแปลง


เห็ดยานางิหรือเห็ดโคนญี่ปุ่น
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Pholiotacylindracea
ชื่อสามัญ : เห็ดยานางิ,เห็ดโคนญี่ปุ่น
ชื่อสามัญภาษาอังกฤษ : Yanagimatsutake

ลักษณะทั่วไป : หมวกเห็ดมีลักษณะกลมเส้นผ่าศูนย์กลาง 4-10 ซม. ดอกเห็ดที่ออกใหม่จะมีลักษณะกลม ขนาดเล็ก ตรงกลางหมวกจะนูนสูงขึ้นมา ดอกเห็ดมีสีน้ำตาลเข้มมีเยื่อหุ้มสีขาวอยู่บริเวณใต้หมวก เมื่อดอกเห็ดแก่สีของหมวกเห็ดจะซีดลงเป็นสีน้ำตาลอ่อน ตรงกลางหมวกที่เคยนูนจะยุบและแบนราบ ขนาดดอกจะขยายใหญ่ขึ้นจนเยื่อหุ้มด้านล่าง ดอกเห็ดฉีกขาด แล้วเปลี่ยนเป็นวงแหวนสีน้ำตาลเข้มติดอยู่ที่ก้านดอกเห็ด

การพาะเห็ดยานางิ : มีขั้นตอนสำคัญ ดังนี้
1.การเลี้ยงเชื้อเห็ดบริสุทธิ์บนอาหารวุ้น P.D.A.
2.การทำหัวเชื้อเห็ดบนเมล็ดข้าวฟ่าง
3.การทำก้อนเชื้อ
4.การทำให้เกิดดอกและการเก็บเกี่ยวผลผลิต


การทำก้อนเชื้อเห็ด  มีสูตรอาหารดังนี้
สูตรที่1: 
1.ขี้เลื่อยไม้ยางพารา จำนวน 100 กก.
2.รำข้าวละเอียด จำนวน 6 กก.
3.หินปูน (แคลเซียมคาร์บอเนต) จำนวน 1 กก.
4.ดีเกลือ จำนวน 0.2 กก.
5.น้ำ 
วิธีการทำ : นำวัสดุทุกชนิดผสมให้เข้ากันดี ให้มีความชื้นที่ 55-65 เปอร์เซ็นต์ และความเป็นกรดเป็นด่าง 5-7 เมื่อผสมเสร็จให้บรรจุถุงได้เลย โดยไม่ต้องหมัก


สูตรที่2: 
1.ฟางข้าวสับขนาด 2 นิ้ว จำนวน 100 กก.
2.หินปูน (แคลเซียมคาร์บอเนต) 
จำนวน 2 กก.
3.รำข้าวละเอียด จำนวน 5-8 กก.
4.น้ำ

วิธีการทำ : สูตรนี้ต้องหมักไว้นาน 8-10 วัน โดยต้องกลับกองทุก 2 วัน เพื่อไม่ให้มีกลิ่นแอมโมเนีย 

การหมักทำเช่นเดียวกับการหมักฟางข้าวเพื่อใช้ในการเพาะเห็ด
เมื่อผสมส่วนผสมทั้งหมดตามสูตรที่ 1หรือหมักฟางข้าวตามสูตรที่ 2 ให้เข้ากันดีแล้ว นำมาบรรจุลงในถุงพลาสติกทนร้อนขนาด 7*12 นิ้วหน้า 0.12 มม. ให้มีน้ำหนักต่อถุงประมาณ600-800กรัมแล้วใส่คอขวดจุกสำลีและหุ้มด้วยกระดาษรัดยางหรือใช้ฝาครอบพลาสติกปิดจุกสำลีกันเปียกนำไปนึ่งฆ่าเชื้อในหม้อนึ่งความดัน ที่ 15-20 ปอนด์ ต่อตารางนิ้ว นาน 1-2 ชม. หรือหม้อนึ่งแบบลูกทุ่งใช้เวลานาน 2-3 ชม. ทิ้งไว้ให้เย็นก่อนนำไปเขี่ยหัวเชื้อใส่ โดยการเทเมล็ดข้าวฟ่างซึ่งมีเส้นใยเห็ดเจริญอยู่ลงบนถุงอาหารเพาะเห็ดถุงละ 15-20 เมล็ด ในห้องที่ไม่มีลมโกรกและสะอาด

การบ่มเส้นใย : นำก้อนเชื้อเห็ดที่ผ่านการเขี่ยหัวเชื้อไปบมในห้องที่มีอุณหภูมิ 25-30 องศาเซลเซียส ซึ่งจะใช้เวลาบ่มเส้นใยประมาณ 30 วัน (ถุงอาหารขนาด 800 กรัม)เมื่อเส้นใยเดินเต็มแล้วให้พักถุงต่อไปอีก 15 วัน ก่อนนำไปเปิดดอก

การกระตุ้นดอก : เนื่องจากเห็ดยานางิต้องการอากาศที่ค่อนข้างเย็นในการชักนำให้เกิดดอกดังนั้นเมื่อเส้นใยเดินเต็มถุงแล้ว ให้สังเกตุว่าเส้นใยที่เห็นนั้นเป็นสีน้ำตาลเข้มหรือไม่(หากมีสีน้ำตาลเข้มจึงจะย้ายไปที่โรงเรือนเปิดดอก)สำหรับโรงเรือนเปิดดอกเห็ดยานางิควรควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ที่ระหว่าง 24-30 องศาเซลเซียส ความชื้นไม่ต่ำกว่า 60-80 เปอร์เซ็นต์


วิธีการเปิดดอก : การเปิดดอกเห็ดยานางิจะนิยมเปิดที่คอขวดโดยการเปิดจุกสำลีออกและอีกวิธีหนึ่งคือการเปิดจุกและเอาคอขวดออกจากนั้นเปิดปากถุงให้กว้างหลังนำก้อนเชื้อเห็ดวางเข้าชั้นในโรงเรือนแล้วการเตรียมโรงเรือนควรเตรียมตามสภาพความต้องการใช้งานหรือตามงบประมาณที่เกษตรกรมีแต่ที่สำคัญก็คือโรงเรือนที่เพาะเห็ดยานางิจะต้องมีการถ่ายเทอากาศดี และควมีการให้น้ำวันละ 2 ครั้ง ช่วงเช้าและช่วงบ่าย(ประมาณ 15.00 น.) ที่ก้อนเชื้อเห็ด(ระวังอย่าให้เปียกหน้าเห็ด)และบริเวณรอบนอกโรงเรือนเพื่อสร้างความชื้นและคงความชื้นไว้ให้มีความสม่ำเสมอ

ระยะเวลาในการเก็บเกี่ยวผลผลิต : จะเริ่มเก็บเกี่ยวเมื่อดอกเห็ดเริ่มโตเต็มที่แต่ยังไม่ทันบาน โดยขณะที่เก็บดอกเยื่อหุ้มหมวกด้านล่างควรจะยังอยู่หรือไม่ฉีกขาดใน 1 รอบการผลิตจะเก็บดอกได้ 8-15 ครั้ง ใช้ระยะเวลาในการเก็บเกี่ยวทั้งหมดประมาณ 60-80 วันผลผลิตที่ได้ต่อถุงจะอยู่ที่ 100-150 กรัมต่อถุงรวมระยะเวลาตลอดการเพาะเห็ดยานางินั้บตั้งแต่เตรียมเชื้อบริสุทธิ์ในอาหารวุ้นจนกระทั่งเก็บเกี่ยวผลผลิตจนหมดสิ้น ประมาณ 130-145 วัน มีราคาขายส่งออกจากหน้าฟาร์มอยู่ที่ 250-300 บาทต่อกิโลกรัม


ข้อมูลอ้างอิง :  https://www.rakbankerd.com/







โพสต์โดยสมาชิก : POK@