menu วิธีการปลูก และดูแล ส้มโอ
date 04 ธ.ค. 61 13:12    หมวด: เกษตรน่ารู้
facebook twitter google plus


วิธีการปลูก และดูแล ส้มโอ

วิธีการปลูก และดูแล ส้มโอ

ส้มโอ  เป็นไม้ผลเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งที่มีการปลูกกันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากมีรสชาติดี และเป็นที่นิยมบริโภคของคนทั่วไป นอกจากนี้ยังส่งไปจำหน่ายยังต่างประเทศ สามารถนำเงินเข้าประเทศได้ปีละหลายสิบล้านบาท จนทำให้มีการขยายพื้นที่ปลูกส้มโอมากขึ้นทุกปี


พันธุ์ส้มโอ: 
พันธุ์ส้มโอที่ปลูกอยู่ในประเทศไทยมีหลายพันธุ์บางพันธุ์ก็มีลักษณะใกล้เคียงกันแต่ปลูกคนละท้องที่จึงเรียกชื่อแตกต่างกันไปพันธุ์ส้มโอที่ปลูกเพื่อการค้าแบ่งออกได้ดังนี้
1.พันธุ์การค้าหลัก ได้แก่ ขาวพวง ขาวทองดี ขาวน้ำผึ้ง เป็นต้น 
2.พันธุ์การค้าเฉพาะแห่ง ได้แก่ ขาวแป้น ขาวหอม ขาวแตงกวา ท่าข่อย ขาวใหญ่ หอมหาดใหญ่ เจ้าเสวย กรุ่น ขาวแก้ว เป็นต้น

พื้นที่ปลูกส้มโอเดิมอยู่ในเขตจังหวัดทางภาคตะวันตก เช่น นนทบุรี นครปฐม เป็นต้น ปัจจุบันพื้นที่ปลูกส้มโอได้กระจายอยู่ในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศโดยมีแหล่งผลิตที่สำคัญ ได้แก่ นครปฐมสมุทรสาคร ราชบุรี ชัยนาท พิจิตร ปราจีนบุรี นครนายก ตราด ชุมพร สงขลา เป็นต้น


การขยายพันธุ์ส้มโอ : ทำได้หลายวิธี คือ
1.การเพาะเม็ด 
2.การติดตา 
3.การเสียบกิ่ง 
4.การตอน 

แต่ที่ชาวสวนนิยมทำอยู่ในปัจจุบันคือการตอน ซึ่งเป็น วิธีที่ชาวสวนส้มโอมีความชำนาญมาก เนื่องจากมีข้อดีหลายประการ เช่น วิธีการทำง่าย อุปกรณ์หาได้ง่าย ราคาถูก ออกรากเร็ว ต้นที่ได้ไม่กลายพันธุ์ ให้ผลเร็ว ต้นไม่สูง ทรงต้น เป็นพุ่ม สะดวกในการเข้าไปดูแลรักษา แต่ก็มีข้อเสียคืออายุไม่ยืนและอ่อนแอต่อโรค อุปกรณ์ที่ใช้ในการตอนกิ่งส้มโอมีดังนี้
1.มีด 
2.ขุยมะพร้าว 
3.ถุงพลาสติก 
4.เชือกฟาง 


ฤดูที่ทำการตอนกิ่งส้มโอ: 
ตามปกติแล้ว การตอนกิ่งไม้ทุกชนิดจะทำการตอนใน ฤดูฝน คือตั้งแต่เดือนพฤษภาคมไปจนถึงเดือนสิงหาคม เพราะในระยะนั้นต้นไม้กำลังอยู่ในระยะที่กำลังเจริญเติบโต ฝนตก บ่อยไม่ต้องเสียเวลาในการรดน้ำให้กับกิ่งตอน 

การคัดเลือกกิ่งตอน: 
ก่อนที่จะทำการคัดเลือกกิ่งส้มโอที่จะตอน ต้องพิจารณาเลือกต้นก่อน เพราะถ้าต้นแม่พันธุ์ที่ใช้ตอนไม่ดีแล้ว กิ่งตอนที่จะนำไปปลูกต่อไปก็จะไม่ดีด้วย ซึ่งมีหลักในการ พิจารณาหลายประการ เช่น  
-เลือกต้นแม่พันธุ์ที่ให้ผลแล้ว ซึ่งทำให้เราสามารถ จะพิจารณาลักษณะที่ดีๆ ตามมาได้อีก
-เป็นต้นที่ให้ผลดก ให้ผลสม่ำเสมอ เป็นพันธุ์ดี และมีรสดี
-เลือกจากต้นที่มีความเจริญเติบโต แข็งแรงสังเกต จากมีการเจริญเติบโตดีกว่าต้นอื่นๆ
-เลือกจากต้นที่ปราศจากโรคและแมลงรบกวน 


เมื่อเลือกได้ต้นที่ดีแล้วจึงมาทำการคัดเลือกกิ่งที่จะ ตอน ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมาก แต่ส่วนมากชาวสวนมักไม่ค่อย คำนึงถึงกันเห็นกิ่งใดพอที่จะตอนได้ก็ตอนหมด ซึ่งนับว่าไม่ ถูกต้องเพราะว่าต้นไม้แต่ละต้นมีกิ่งที่มีความเจริญเติบโตสมบูรณ์ไม่เท่ากันบางกิ่งก็แข็งแรงดีบางกิ่งแคระแกนอ่อนแอบางกิ่งก็แก่เกินไปหรืออ่อนเกินไป สิ่งเหล่านี้จะทำให้ได้กิ่งตอนที่ไม่สมบูรณ์แข็งแรงทั้งสิ้นดังนั้นจึงควรเลือกกิ่งตอนดังนี้
1.กิ่งที่จะใช้ตอนนั้นต้องเป็นกิ่งเพสลาด คือไม่แก่ ไม่อ่อนเกินไป มีใบยอดคลี่เต็มที่และเจริญเติบโตจนเป็นใบแก่แล้ว 
2.กิ่งที่จะตอนควรจะเป็นกิ่งกระโดงตั้งตรง หรือเอียงเล็กน้อย ไม่เป็นกิ่งที่ห้อยเอายอดลงดิน เพราะจะทำให้รากที่ งอกออกมางอ เมื่อตัดไปปลูกจะได้กิ่งตอนที่ปลายรากชี้ฟ้า 
3.เป็นกิ่งที่มีความยาวประมาณ 50-70 เซนติเมตร มีกิ่งแขนงแยกออก 2-3 กิ่ง 
4.เป็นกิ่งที่เจริญเติบโตแข็งแรงปราศจากโรค และแมลง

เมื่อเลือกได้กิ่งที่สมบูรณ์ตามต้องการแล้วจึงทำการควั่นกิ่งการควั่นนั้นให้ควั่นที่ใต้ข้อของกิ่งเล็กน้อย เนื่องจากบริเวณข้อของกิ่งจะสะสมอาหารไว้มาก ทำให้การงอกของ รากเร็ว และได้รากจำนวนมากรอยควั่นด้านล่างห่างจาก รอยควั่นบนเท่ากับความยาวของเส้นรอบวงของกิ่งกรีดที่เปลือกระหว่างรอยควั่นทั้งสองลอกเปลือกตรงรอยควั่นออก ส่วนมากแล้วกิ่งที่ลอกเปลือกออกได้ง่ายจะงอกรากได้เร็วกว่ากิ่งที่ลอกเปลือกออกยากใช้มีดขูดเยื่อเจริญซึ่งมีลักษณะเป็นเยื่อลื่นๆ ออกให้หมด เพื่อป้องกันไม่ให้เยื่อเจริญมาประสานกันต่อได้อีก ซึ่งจะทำให้รากไม่งอกสังเกตได้โดยใช้มือจับดู ถ้าหากลื่นแล้วแสดงว่าขูดเยื่อเจริญออกหมดแล้ว
***นำถุงขุยมะพร้าวที่เตรียมไว้มาผ่าตรงกลางจากด้านที่มีเชือกมัดจนถึงก้นถุงใช้มือแหวกขุยมะพร้าวให้แยกออกเป็นร่องนำไปหุ้มรอยควั่นพร้อมกับมัดด้วยเชือกฟางให้แน่นอย่าให้ถุงขุยมะพร้าวหมุนได้


ถ้าเป็นการปลูกส้มโอแบบยกร่อง จะปลูกเป็นแถวเดียว ใช้ระยะปลูกระหว่างต้นประมาณ6เมตรโดยขุดหลุมปลูกกลางแปลงดินส่วนการปลูกในพื้นที่ดอนจะปลูกตามลักษณะของพื้นที่โดยให้มีระยะระหว่างต้นและระหว่างแถวประมาณ 6x6 เมตร 

หลุมปลูกควรมีขนาดความกว้างประมาณ0.5เมตรขุดหลุมแยกดินบนและดินล่างไว้แยกกันกองไว้ปากหลุมแล้วตากดินทิ้งไว้ประมาณ 1-2 เดือน เพื่อให้แสงแดดฆ่าเชื้อโรคเชื้อราต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในดินผสมดินปนกับปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก เศษใบไม้หญ้าแห้งและบางส่วนของดินชั้นล่างแล้วกลบลงไปในหลุมจนเต็มปากหลุมนำกิ่งพันธุ์ส้มโอที่เตรียมไว้ปลูกตรงกลางหลุม โดยให้ระดับของดินอยู่เหนือตุ้มกาบมะพร้าว กิ่งตอนเล็กน้อย หรือถ้าเป็นกิ่งตอนที่ชำแล้วให้ระดับพอดีกับระดับดินที่ชำแล้วใช้ไม้หลักปักให้ถึงก้นหลุมเพื่อกันลมโยกรดน้ำให้ชุ่มหาวัสดุพรางแสงแดด เช่น ทางมะพร้าวหรือกิ่งไม้ที่มีใบใหญ่พรางแสงแดดทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตก

1.การให้น้ำ 
ในระยะที่ปลูกส้มโอใหม่ๆ ต้องหมั่นให้น้ำสม่ำเสมอจนกว่าจะตั้งตัวได้ เมื่อส้มโอเจริญเติบโตดีแล้วให้น้ำเป็นครั้งคราวเมื่อจำเป็น
2.การใส่ปุ๋ย 
ส้มโอควรใส่ทั้งปุ๋ยเคมีและปุ๋ยคอกควบคู่กันไปในระยะที่ส้มโออายุ 1-3 ปี หรือยังไม่ให้ผลให้ใส่ปุ๋ยคอกเก่า ผสมกับปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 ปุ๋ยเคมีใช้อัตรา 300-500 กรัม/ต้น/ครั้ง โดยใส่ 3-4 ครั้ง/ปี เมื่อส้มโอให้ผลแล้วเมื่อ อายุ 4 ปีขึ้นไป การใส่ปุ๋ยจะแตกต่างกันไปตามช่วงของการ ออกดอกติดผล 

กล่าวคือ หลังจากเก็บเกี่ยวผลแล้วจะให้ปุ๋ยสูตร 15-15-15 เพื่อให้ต้นส้มโอฟื้นตัวจากการออกผลเร็วขึ้นเมื่อส้มโอจะเริ่มออกดอกใหม่ให้เปลี่ยนมาใช้ปุ๋ยสูตร 8-24-24 หรือ 12-24-12 เพื่อช่วยให้มีการสร้างดอกดีขึ้นเมื่อติดผลแล้วประมาณ 30 วันขณะที่ผลยังเล็กอยู่ให้ใส่ปุ๋ยสูตร15-15-15เพื่อช่วยให้การเจริญเติบโตของผลดีขึ้นจนกระทั่งผลมีอายุได้5-6เดือนให้ใส่ปุ๋ยสูตร 13-13-21 เพื่อช่วยให้ ผลมีการพัฒนาด้านคุณภาพของเนื้อดีขึ้นมีความหวานมากขึ้น ส่วนอัตราการใช้ควรพิจารณาจากขนาดของทรงพุ่มและจำนวนผลที่ติดในแต่ละปีโดยทั่วไปเมื่อต้นส้มโออายุได้ 6-7 ปีก็จะโตเต็มที่การใส่ปุ๋ยอาจจะใส่ครั้งละประมาณ 1 กิโลกรัม สำหรับต้นส้มโอที่มีการติดผลมาก ควรใส่ปุ๋ยทางใบเสริม เพื่อช่วยให้ผลส้มโอมีคุณภาพดี หรือต้นส้มโอที่มีสภาพโทรม มากๆ จากการที่มีน้ำท่วมหรือน้ำเค็มควรให้ปุ๋ยทางใบเสริมจะช่วยให้การฟื้นตัวของต้นส้มโอเร็วขึ้น

วิธีการใส่ปุ๋ยโรยบนพื้นดินภายในบริเวณทรงพุ่มแต่ระวังอย่าใส่ปุ๋ยให้ซิดกับโคนต้นเพราะปุ๋ยจะทำให้เปลือกรอบโคนต้นส้มโอเน่าและอาจทำให้ส้มโอตายได้

3.การตัดแต่งกิ่ง 
ควรตัดแต่งกิ่งที่ขึ้นแข่งกับลำต้นให้หมดรวมทั้งกิ่งที่ไม่ได้ระเบียบกิ่งที่มีโรคแมลงทำลายออกทิ้งการตัดแต่งกิ่งควรทำด้วยความระมัดระวังอย่าให้กิ่งฉีกหลังจากตัดแต่งกิ่งควรใช้ยากันเชื้อราหรือปูนกินหมากผสมน้ำทาตรงรอยแผลที่ตัดเพื่อกันแผลเน่าเนื่องจากเชื้อราเดษที่เหลือจากการตัดแต่งกิ่งควรรวมไว้เป็นกองแล้วนำไปเผาทำลายนอกสวน


ประโยชน์ของการตัดแต่งกิ่ง: 
-เพื่อให้การออกดอกติดผลดีขึ้น เนื่องจากใบได้รับแสงแดดทั่วถึงกัน การปรุงอาหารของใบมีประสิทธิภาพมากขึ้น 
-ช่วยลดการระบาดของโรคและแมลงศัตรูพืช เนื่องจากการตัดแต่งกิ่งที่มีโรคแมลงทิ้งไป 
ช่วยให้กิ่งแย่งอาหารลดน้อยลง เพราะกิ่งนี้ชาวสวนต้องตัดทิ้งจะเป็นกิ่งที่คอยแย่งอาหารและไม่ค่อยออกดอกติดผล 
-ช่วยทำให้ขนาดของผลส้มสมสม่ำเเสมอได้ขนาดตามที่ตลาดต้องการ 

4.การกำจัดวัชพืช 
ในสวนส้มโอทุกแห่งมักจะมีปัญหาจากวัชพืชที่ขั้นรบกวนถ้ามีจำนวนมากก็จะก่อให้เกิดผลเสียหายเพราะนอกจากจะแย่งน้ำและอาหารแล้วังเป็นแหล่งสะสมโรคและแมลงอีกด้วยจึงต้องคอยควบคุมอย่าให้มีวัชพืชมากแต่การกำจัดหญ้าหรือวัชพืชอื่นให้หมดไปเลยก็ไม่ดีควรให้มีเหลืออยู่บ้างจะช่วยยึดดินไม่ให้หน้าดินพังทลายรวมทั้งช่วยป้องกันกายระเหยของน้ำได้อีกด้วย่ 


ข้อมูลอ้างอิง :  http://rakbankerd.com









โพสต์โดยสมาชิก : POK@