menu ความกดดันสูง! แรงเสียดทาน”ลุงตู่”
date 07 ธ.ค. 61 07:12    หมวด: ข่าวราชการ
facebook twitter google plus


ความกดดันสูง! แรงเสียดทาน”ลุงตู่”

น่าสนใจนัยยะความเคลื่อนไหวแสดงออกในหลายรูปแบบเชิงปฏิกริยาของบรรดา“พรรคการเมือง”กับ“ฝ่ายอำนาจ”ก่อนกำหนดนัดพูดคุยระหว่าง“พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา”นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)กกต.แม่น้ำห้าสายกับบรรดาพรรคการเมืองวันพรุ่งนี้(7ธ.ค.) (อ่าน:วงถกคสช.-กกต.เหลือแค่ทีมหนุน”บิ๊กตู่”) 






น่าสนใจแต่ละบริบทอันสะท้อนภาพบางประการของน้ำหนักการมีอยู่แห่งสถานะ“อำนาจปัจจุบัน”ที่กำลังถูกพยายามให้จางลงไปในภาวะการการเดินไปสู่กระบวนการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นขณะเดียวกันก็ถูกทายท้าจากฝ่ายการเมืองแฝงในท่วงทำนองการเรียกร้องถึงสถานะ“คู่แข่งขัน”ในสนามศึกเลือกตั้งโดยให้ละวางซึ่ง”หมวกแห่งอำนาจ”ลงเพื่อไม่ให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบพร้อมๆกับการพยายามรุกเร้าให้“พล.อ.ประยุทธ์”ในฐานะ“แคนดิเดตนายกฯ”ที่จะเสนอชื่อโดยพรรคพลังประชารัฐแสดงตนชัดเจน


เป็นการแสดงออกในทิศทาง“ปฏิเสธ”และ“ไม่ให้ความร่วมมือ”กับ“กิจกรรม”การประชุมที่คสช.โดย“พล.อ.ประยุทธ์”เป็นเจ้าภาพและนั่งหัวโต๊ะเพื่อแจกแจงแผนการเดินไปสู่การเลือกตั้งไล่เรียงตั้งแต่“กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง”ที่จัดอีเว้นท์เดินขบวนสนับสนุนให้กำลังใจพรรคการเมืองที่แสดงจุดยืนชัดเจนว่าไม่สนับสนุนคสช.ในการแทรกแซงการจัดการเลือกตั้งณที่ทำการพรรคต่างๆระหว่างวันที่6-7ธ.ค.



ขณะที่พรรคการเมืองใหญ่อย่างเพื่อไทยก็ชัดเจนว่าจะไม่ไปร่วมแถมใช้เป็นจังหวะทิ่มแทงกลับ“ดิสเครดิต”“พล.อ.ประยุทธ์”โดย“สุดารัตน์เกยุราพันธุ์”อ้างหลักการการจัดการเลือกตั้งเป็นหน้าที่ของกกต.ทุกครั้งเพื่อไทยก็ไปประชุมแต่หนนี้มองว่ารัฐบาลและคสช.ซึ่งอยู่ในฐานะที่ตนเองจะเป็น“แคนดิเดตนายกฯ”รวมถึงตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาแล้วจะมาจัดการการเลือกตั้งอีกรวมถึงการใช้มาตรา44อีกซึ่งไม่ถูกต้องไปแล้วไม่เกิดประโยชน์อะไรและที่“พล.อ.ประยุทธ์”ระบุว่าพรรคการเมืองไม่เข้าร่วมเพราะไม่อยากเลือกตั้งนั้นยืนยันว่าทำตามกติกากฎเกณฑ์อย่างแท้จริงมั่นใจว่าการเลือกตั้งจะบริสุทธิ์ยุติธรรมได้ก็ต่อเมื่อปล่อยให้กกต.ซึ่งเป็นองค์กรอิสระสามารถทำงานได้อย่างอิสระอย่างแท้จริงไม่สนับสนุนการครอบงำกกต.จากอำนาจมาตรา44ของคสช.หรือจากรัฐบาลรวมทั้งการครอบงำฝ่ายรัฐบาลในกรมกองของกระทรวงต่างๆด้วยอำนาจของรัฐบาลและพรรคการเมืองในนามของรัฐบาล





เช่นเดียวกับท่าทีจากพรรคใหญ่อีกพรรคอย่างประชาธิปัตย์ที่“อภิสิทธิ์เวชชาชีวะ”ใช้จังหวะนี้โชว์เก๋าแบบหล่อๆยืนยันไม่ไปร่วมประชุมกับคสช.เช่นกันพร้อมย้ำปชป.จะไม่เข้าร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)เพื่อสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัยเพราะไม่ใช่เวลาที่จะมาคุยเรื่องขั้วอำนาจสนับสนุนใครแต่ต้องให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินอีกทั้งแนวทางของพปชร.ในการบริหารงานทั้งด้านเศรษฐกิจการโยกย้ายฝ่ายการเมืองการรวมศูนย์อำนาจเหล่านี้ที่แสดงออกมามีแนวทางไม่สอดคล้องกับปชป.ขณะที่เมื่อหันไปมองพรรคขนาดกลางส่วนใหญ่จะสงวนท่าทีและยังคงจะมาร่วมประชุมกับคสช.

ที่ก็ยิ่งเป็นตอกย้ำน้ำหนักเมื่อ“สมศักดิ์เทพสุทิน”ออกมาย้ำภาพเส้นทางการ“สนับสนุนการไปต่อ”ในความได้เปรียบทางการเมืองของ“พล.อ.ประยุทธ์”ว่าจากประสบการณ์ทางการเมืองเวลานี้“พล.อ.ประยุทธ์”มีโอกาสง่ายกว่าคนอื่นที่จะเป็นนายกฯอีกสมัยเพราะคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)มีอำนาจในการแต่งตั้งสมาชิกวุฒิภา(ส.ว.)ตามรัฐธรรมนูญที่กำหนดในบทเฉพาะกาลและส.ว.เป็นผู้มีสิทธิลงคะแนนเลือกนายกฯร่วมกับส.ส.

น่าสนใจว่าการประชุมคสช.พรรคการเมืองวันที่7ธ.ค.นี้ในทางหนึ่งทำให้ฝ่ายคสช.เห็นภาพชัดมากขึ้นกับสภาพการ“ยกแรก”ก่อนการปลดล็อกการเมืองหลังกฎหมายเลือกตั้งส.ส.มีผลบังคับใช้11ธ.ค.ที่ฝ่ายการเมืองทำท่าว่าไม่น่าจะรามือไว้ไมตรีกับ“นายกลุงตู่”ซักเท่าไหร่ในสนามศึกเลือกตั้งแม้ว่าในด้านอนาคต“เฉลิมชัยศรีอ่อน”จากพรรคประชาธิปัตย์ที่มีข่าวเป็นผู้รับสาร“ดีลลับ”จาก“พล.อ.ประวิตร”จะไม่ถึงขนาดปิดประตูตายนักกับ“สมการ”ระหว่างปชป.กับพปชร.หลังการเลือกตั้ง

แต่ที่แน่นอนเวลานี้ก่อนเลือกตั้งแรงกดดันให้“ลาออก”จากตำแหน่งนายกฯหน.คสช.จะยิ่งดังแรงขึ้นเรื่อยๆไม่นับรวมแรงกดดัน4รมต.ที่ประกาศไว้นานแล้วว่าจะ“ลาออก”ไปทำหน้าที่ในพรรคพลังประชารัฐแต่ก็ยังไม่ลาออกแถมยังมีข่าวว่าอาจเปลี่ยนใจเพราะเช็คข้อกฎหมายแล้วที่ก็ย่อมถูกกดดันหนักเช่นกันซึ่งโดยรวมก็คือการกดดันไปที่“นายกลุงตู่”ให้ก้าวขาลงมาเป็น“ผู้เล่น”อย่างเต็มตัว

ที่แน่นอนการแสดงสปิริตเช่นว่าของ“นายกลุงตู่”น่าจะมีการประเมินแล้วว่าผลที่ตามมาเต็มไปด้วยความสุ่มเสี่ยงมากมายทั้งมิติอำนาจปัจจุบันและอนาคตกับสถานการณ์ทั้งโหมดมั่นคงและการเมืองที่ขนาดยังไม่ปล่อยมือจากดาบม.44ยังถูกลองของขนาดนี้



ขอบคุณข้อมูลจาก:innnews.







โพสต์โดยสมาชิก : monnyboy