menu วิธีการปลูก และดูแล มะคาเดเมียนัต
date 08 ก.พ. 62 13:02    หมวด: เกษตรน่ารู้
facebook twitter google plus


วิธีการปลูก และดูแล มะคาเดเมียนัต

วิธีการปลูก  และดูแล  มะคาเดเมียนัต

มะคาเดเมียนัต   (Macadamia)   ในโลกนี้มีอยู่  10  ชนิด  หรือ  species  และ  6  ชนิด  มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศออสเตรเลีย  หนึ่งชนิด พบที่เกาะสุมาตรา  ประเทศอินโดนีเซีย  และอีก  3  ชนิด พบอยู่ที่เกาะนิวคาลิโดเนีย  ในแถบเดียวกับประเทศปาปัวนิวกินี  ชนิดที่ใช้บริโภคได้มีเพียง  2  ชนิด  ที่พบอยู่ในประเทศออสเตรเลียเท่านั้น  โดยชนิดแรกมีผิวกะลาเรียบ  ส่วนชนิดที่สองมีผิวกะลาหยาบขรุขระ  ในปี  พ.ศ.  2424  มีชายหนุ่มชาวสก็อตแลนด์ได้นำมะคาเดเมียนัตชนิดผิวกะลาเรียบไปพัฒนาพันธุ์ที่รัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา ต่อมาในปี พ.ศ. 2465 เริ่มมีการปลูกมะคาเดเมียนัตเพื่อเป็นการค้าในออสเตรเลีย ในปี  2527  กรมวิชาการเกษตร  ได้นำกิ่งพันธุ์และเมล็ดมะคาเดเมียนัต  จำนวน  8  สายพันธุ์  จากรัฐฮาวาย ไปทดลองปลูกที่สถานีเกษตรที่สูงวาวี  จังหวัดเชียงราย  ,สถานีทดลองเกษตรที่สูงแม่จอนหลวง จ.เชียงใหม่  และสถานีทดลองเกษตรที่สูงภูเรือ จ.เลย ปัจจุบันสถานีทดลองทั้ง  3  แห่ง  สามารถกระจายพันธุ์มะคาเดเมียนัตให้แก่เกษตรกร  ได้เฉลี่ยปีละ  ประมาณ  40,000  ต้น


ลักษณะนิสัย  :   มะคาเดเมียนัต  ต้องการอุณหภูมิต่ำสุด 9 องศาเซลเซียส  และสูงสุดไม่เกิน 32 องศาเซลเซียส และ ที่ 18  องศาเซลเซียส  จะเป็นอุณหภูมิที่กระตุ้นให้มะคาเดเมียนัตออกดอกได้ดีที่สุด  แหล่งปลูกที่ให้ผลดีต้องมีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง  หรือระหว่าง  800-1,300  เมตร  นอกจากนี้ยังมีความต้องการน้ำฝนไม่น้อยกว่า  1,00  มม.ต่อปี  ในช่วงฤดูแล้ง ต้องให้น้ำบ้าง มอเช่นนั้นผลมะคาเดเมียนัตจะมีขนาดเล็กลง การปลูกไม้เป็นแนวกันลม เช่น สนอินเดีย ไผ่ตง  ไผ่รวก  จะช่วยลดการฉีกขาดของกิ่งก้านหรือต้นโค่นล้ม เมื่อมีลมพัดแรงได้  มะคาเดเมียนัตต้องการดินที่สมบูรณ์ และร่วนซุย ระบายน้ำดี มีความเป็นกรดเป็นด่าง  5.6-6.0  พันธุ์ที่ดีที่สุดในปัจจุบัน คือ พันธุ์นัมเบอร์  788  มีทรงต้นเป็นพุ่มกลม  ใบสีเขียวปานกลาง  เมื่ออายุ  10  ปี  ให้ผลผลิตเฉลี่ย  21  กก. ต่อต้น  ผลค่อนข้างใหญ่ เฉลี่ย  141  ผลต่อ กก.  หลังกระเทาะกะลาออกแล้วได้น้ำหนักเนื้อ  37-40%  นิยมใช้วิธีการทาบกิ่งในการขยายพันธุ์


ระยะปลูกที่แนะนำ  คือ  5*10  เมตร จะได้  32  ต้นต่อไร่  โดยมะคาเดเมียนัตจะให้ผลผลิตดีได้นาน  40-50  ปี  ส่วนระยะปลูก  8*12  เมตร ใน  1-3  ปีแรก  สามารถใช้พื้นที่ว่างระหว่างแถวปลูกพืลแซมได้ เช่น ถั่วแขก ถั่วพุ่ม และ พืชล้มลุกอื่นๆ  เป็นรายได้เสริมให้เกษตรกรได้อีกทางหนึ่ง กรณีเป็นที่ลาดชันจำเป็นต้องปลูกเป็นแถวตามแนวระดับ  หรือแนวคอนทัวร์ (Contour line) และให้ทำแนวกันไฟทุก  200-300  เมตร  ขุดหลุมกว้างและลึก  50  ซม.  ตามความเหมาะสม คลุกดิน ด้วยปุ๋ยคอกเก่า อัตราหลุมละ  1-2  บุ้งกี๋  ให้เข้ากัน รองก้นหลุม  ด้วยหินฟอสเฟส  เกลี่ยดินผสมกลับลงหลุมปลูก  นำต้นกล้าที่เพาะในถุงเพาะชำ (ได้จากการตอนกิ่งอายุ  1-2  ปี )  ลงปลูก  โดยวางต้นกล้าไว้กลางหลุมแล้วกลบดินให้มีลักษณะพูนขึ้นมาเป็นหลังเต่าเล็กน้อย จากนั้นกดหรือตบดินให้พอแน่น  รดน้ำตามทันที ฤดูกาลที่เหมาะสมต่อการปลูก  คือ  ฤดูฝน ตั้งแต่ปลายเมษายน-พฤษภาคม จะเริ่มทำการตัดแต่งทรงพุ่ม ตั้งแต่พืชมีอายุ  8-12  เดือน ให้เกิดความสมดุลสวยงาม  ไม่ควรปล่อยให้ทรงพุ่มเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง  หลังปลูกมะคาเดเมียนัต  ด้วยกิ่งตอนได้  1  ปี  จะเริ่มติดดอกว แต่เกษตรกรไม่ควรไว้ผลในช่วงอายุเท่านี้ ควรไว้ผลเมื่อพืชมีอายุได้  4  ปีขึ้นไป  จึงจะเริ่มไว้ผล  ซึ่งเป็นระยะที่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ 

การติดดอก-ออกผล
    
มะคาเดเมียนัตจะให้ดอก  2  รอบ  ต่อ  ปี  รอบแรก  จะออกดอกช่วงเดือน มกราคม-กุมภาพันธ์  และ ช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม  โดยดอกจะมีลักษณะเป็นช่อสีขาว ใน  1  ช่อจะมีดอกประมาณ  200  ดอก  แต่ด้วยลักษณะนิสัยของมะคาเดียนัต  ต่อให้มีดอกมากแค่ไหนก็จะติดผลเพียงแค่  4 %  จากจำนวนดอกทั้งหมดเท่านั้น  หลังดอกบานแล้ว  6-11  เดือน จึงจะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้


ดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำแนะนำให้ใช้ปุ๋ย  สูตร  15-15-15  แบ่งใส่ 2 ครั้ง ต้นฤโละปลายฤดูฝน เมื่อมีอายุ  1  ปี  600  กรัม/ต้น  อายุ  2  ปี  1,200  กรัม/ต้นอายุ  3  ปี  อัตรา  1,800  กรัม/ต้น  และอายุ  4  ปี  อัตรา  2,400  กรัม/ต้น หากดินมีความอุดมสมบูรณ์สูงให้ใส่ปุ๋ยคอกเก่าอัตรา  3-4  บุ้งกี๋  ต่อต้น/ทุกปี  เพียงอย่างเดียวก็ได้  เมื่อต้นมะคาเดเมียนัตให้ผลแล้ว ควรเปลี่ยนสูตรปุ๋ยเป็น  12-12-12 -2  (ปุ๋ยตัวสุดท้ายคือ  แมกนีเซียม  ช่วยเพิ่มปริมาณน้ำมันในผล)

อายุการเก็บเกี่ยว อาจยืดยาวออกไป ในแหล่งที่มีอากาศหนาวเย็นมากขึ้น วิธีเก็บเกี่ยวใช้วิธีเขย่าต้นหรือใช้ไม้ตะขอสอยผลให้ร่วงลงพื้น และรองรับด้วยตาข่ายในล่อน นำผลที่ได้เข้าเครื่องกระเทาะเปลือกนอกแล้วนำไปผึ่งลม  2-3  วัน  จากนั้นนำเข้าตู้อบ  ที่อุณหภูมิ  38  องศาเซลเซียส 1-2 วัน ,ที่ 42 องศาเซลเซียส  1-2  วัน,  ที่ 46 องศาเซลเซียส  1-2  วัน  ,ที่  48  องศาเซลเซียส  1-2  วัน  และที่  52  องศาเซลเซียส  1-2  วันจนเหลือความชื้นในเนื้อผลเพียง  1-1.5 %  จากนั้นจึงนำไปเข้าเครื่องกระเทาะกะลา  คัดเลือกเนื้อในผลมาอบเกลือรับประทานเป็นของขบเคี้ยวหรือจะสไลด์บางๆ  ไว้ใช้แต่งหน้าเค้ก  คุกกี้  เบเกอร์รี่  หรือ ไอศกรีม  ก็ช่วยเพิ่มรสชาติความอร่อยได้ดียิ่งขึ้น 

ศัตรูที่สำคัญของมะคาเดเมียนัต  :  ได้แก่
โรคเปื่อยผุ  เกิดจากเชื้อราชนิดหนึ่ง  หากระบาดรุนแรงจะทำให้เกิดอาการเดียวกับโรครากเน่า  วิธีป้องกันกำจัด  ตัดแต่งกิ่งให้โปร่ง  ทำทางระบายน้ำ ป้องกันน้ำท่วมขังบริเวณโคนต้น  เมื่อมีฝนตก หรือ หลังการให้น้ำ  เมื่อพบอาการของโรคให้เฉือนเนื้อไม้บริเวณที่เกิดแผลเปื่อย  แล้วทำความสะอาดแผลด้วยน้ำ  แล้วทาบาดแผลด้วยคอปเปอร์ออกซีคลอไรด์ให้ทั่ว  อาการจะทุเลาลงไป  และหายดีในที่สุด 

แมลงค่อมทอง  เป็นแมลงที่เห็นในแปลงเสมอ  ทุกระยะการเจริญเติบโต  โดยจะเข้ากัดกินใบในระยะแตกใบอ่อน ทำให้ประสิทธิภาพการสังเคราะห์แสงลดลง  วิธีป้องกันกำจัด  แนะให้ฉีดพ่นด้วยคาร์บาริล  ตามอัตราแนะนำ  การระบาดจะหมดไปในที่สุด 


ข้อมูลอ้างอิง  :  https://www.rakbankerd.com


โพสต์โดยสมาชิก : POK@




menu FIND US ON FACEBOOK arrow


menu ข่าวล่าสุด arrow