menu เทคนิคการปลูก และดูแล คะน้า ให้ปลอดสารพิษ
date 09 มี.ค. 62 13:03    หมวด: เกษตรน่ารู้
facebook twitter google plus


เทคนิคการปลูก และดูแล คะน้า ให้ปลอดสารพิษ
indiglow

เทคนิคการปลูก และดูแล คะน้า  ให้ปลอดสารพิษ

คะน้า   เป็นพืชที่สามารถเพาะปลูกได้ตลอดทั้งปี  ในพื้นที่ที่มีแหล่งน้ำเพียงพอ  และ สามารถปลูกได้ในดินแทบทุกชนิด ทั้งดินเหนียว ดินร่วน  ดินทราย  หากเพิ่มธาตุอาหารที่จำเป็นในรูปของปุ๋ยอินทรีย์ที่ย่อยสลายดีแล้ว  โดยพันธุ์ที่นิยมปลูกมากสุดในปัจจุบันจะเป็นพันธุ์ดอกขาวซึ่งเป็นพันธุ์คะน้าจีน  ที่มีการสั่งเมล็ดเข้ามาปรับปรุงเป็นพันธุ์การค้าที่แพร่หลายในปัจจุบัน  โดยปกติทั่วไปอายุการเพาะปลูกของคะน้า  จะอยู่ที่  45-55  ปี  และแม้จะเป็นพืชผักที่สามารถเพาะปลูกได้ตลอดทั้งปีก็ตาม  แต่จะได้ผลผลิตดีสุดในเดือนตุลาคม-เมษายน


ชื่อสามัญ  :  Chinese  kale 
ชื่อวิทยาศาสตร์  :  Brassica oleracea  L.  Var.  alboglabra  Bail.
พันธุ์ : แบ่งได้เป็น  2  ประเภท 
1. คะน้าใบ  มีพันธุ์ใบกลม-ลักษณะ ใบกว้าง  ปล้องสั้น  ปลายใบมน  ผิวใบเป็นคลื่นเล็กน้อยอีกชนิดเป็นพันธุ์ใบแหลม  ใบแคบกว่าพันธุ์ใบกลม  ข้อห่าง  ผิวใบเรียบ
2.คะน้ายอด   หรือ คะน้าก้าน  มีลักษณะลำต้นอวบใหญ่  ใบแหลม  ก้านใหญ่  แต่จำนวนใบต่อต้นมีน้อยหว่า  ปล้องยาวกว่า  รสชาติดี  ต้านทานโรคดี  ให้น้ำหนักผลผลิตสูง 

การเตรียมดิน  :  ดินที่ปลูกได้ผลดี ควรมีความเป็นกรดเป็นด่าง  5.6-6.8  ความชื้นในดินสูงสม่ำเสมอ ต้องการแสงแดดเต็มที่  เจริญเติบโตดี ที่อุณฆภูมิเฉลี่ย  20  องศาเซลเซียส เนื่องจากมีระบบรากตื้รน การเตรียมดินให้มีหน้าดินลึก  15-20  ซม.  ก็เพียงพอต่อการเจริญเติบดต  ตากดินไว้  7-10  วัน  แล้วนำปุ๋ยอินทรีย์  สูตร พด.1  มาใส่คลุกเคล้าให้เข้ากัน  ถ้าดินเป็นกรดควรใส่ปู่นขาว

** เนื่องจากคะน้ามีเมล็ดมาก  สามารถกลิ้งหมุนได้อย่างรวดเร็ว การเตรียมดินปลูกจึงต้องพิถีพิถัน  เป็นพิเศษ  คือ  ดินแปลงปลูกจะต้องร่วนละเอียด  มิฉะนั้นเมื่อหว่านเมล็ดลงบนผิวดินหาแล้วเมล็ดจะรอดช่องว่างระหว่างก้อนดินลงไปลึกมากเกินไป  ทำให้ไม่เอื้อต่อการงอก  และชูยอดตั้งต้นไม่ได้  ส่งผลให้ได้จำนวนต้นน้อยไปหรือได้ต้นกล้าที่อ่อนแอ  เนื่องจากใช้อาหารในเมล็ดจนหมดแล้ว  ยังไม่สามารถชูต้นขึ้นมารับแสงปรุงอาหารเองได้  ทำให้เติบโตไม่ดี


วิธีปลูกคะน้า   :  เนื่องจากคะน้ามีทรงพุ่มไม่ใหญ่  การปลูกจึงหว่านลงแปลงวปลูกได้เลย โดยหว่านแบบให้กระจายทั่วแปลง  และ หว่านแบบโรยเมล็ดเรียงเป็นแถว  โดยทั่วไปแล้วนิยมปลูกแบบหว่านเมล็ดกระจายทั่วแปลงมากที่สุด ซึ่งเป็นวิธีที่เหมาะสำหรับแปลงปลูกขนาดใหญ่  โดยเฉพาะแปลงยกร่องแบบภาคกลางจะนิยมปลูกกันด้วยวิธีนี้ โดยใช้แรงงานเครื่องจักรและมีการให้น้ำแบบเรือลากพ่น

เทคนิคการหว่าน  :  เทคนิคการหว่านเมล็ดแบบให้ประหยัดเมล็ดพันธุ์และทำให้เมล็ดพันธุ์กระจายทั่แปลง  ควรนำเมล็ดพันธุ์ผสมกับทรายแห้งที่สะอาดก่อน จะทำการหว่านบางๆ  ให้ทั่วแปลง ซ้ำไป-มา  จนกว่าเมล็ดพันธุ์จะหมด วีนี้จะทำให้เมล็ดกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอทั่วๆ  แปลง ไม่ขึ้นเป็นกระจุก  ลดการแก่งแย่งอาหาร ทำให้สามารถจัดการต้นกล้าคะน้าได้ง่ายขึ้น

เมื่อหว่านเมล็ดเสร็จแล้ว  ใช้ดินปลูกที่เตรียมไว้โรยกลบทับอีกครั้งหนึ่ง  โดยก่ะให้มีความหนาของชั้นดินประมาณ  1  ซม.  แล้วใช้คราด  เกลี่ยดินเบาๆ  กลับไป  กลับมาตามความกว้างของแปลง  จากนั้นคลุมหน้าแปลงปลูกด้วยฟางข้าวหรือหญ้าแห้ง  รดน้ำตามให้ทั่วจนชื้นสม่ำเสมอ  โดยอย่าให้เมล็ดขาดความชื้น  ประมาณ  1  สัปดาห์  จะเห็นว่าเมล็ดเริ่มงอกจนหมด

การหว่านแบบโรยเป็นแถวเหมาะสำหรับแปลงปลูกขนาดเล็กที่มีขนาดกว้างประมาณ 1 เมตร โดยหลังเตรียมดินเสร็จแล้ว  ให้ตีดินเป้นแถวยาวตื้นๆ  ก่อนจะโรยหว่านเมล็ดลงไปกลบดินบางๆ  ทับเมล็ดพันธุ์คะน้า การปลูกแบบนี้ควรใช้ระยะระหว่างแถวประมาณ  20 
ซม. จากนั้นคลุมฟาง  รดน้ำให้ชุ่ม


การดูแลคะน้า   :   หลังหว่านเมล็ดจนกระทั่งเมล็ดงอกได้ประมาณ 20 วัน หรือ  ต้นสูงประมาณ  10  ซม.  ให้เริ่มทำการถอนแยกต้นกล้าที่ขึ้นเบียดกัน  กระจุกตัว อ่อนแอ  ต้นเล็ก  เพื่อลดจำนวนต้นต่อแปลงออก ให้เหลือระยะระหว่างต้น  10  ซม.  แล้วนำต้นที่ถอนแยกออกนี้ไปทำการตัดแต่งและส่งขายเป็นคะน้ายอดผักได้  เมื่ออายุครบ  30  วัน ให้ทำการถอนแยกครั้งที่ 2 ครั้งนี้ให้เหลือระยะห่างระหว่างต้น  20  ซม.  คะน้ารุ่นนี้เมื่อตัดแต่งเสร็จ  สามารถส่งขายเป็นยอดผักได้เช่นกัน ในการถอนแยกแต่ละครั้งควรทำการกำจัดวัชพืชไปในตัวด้วย

การให้น้ำ  :  คะน้าเป็นพืชที่ต้องการน้ำอย่างสม่ำเสมอและเพียงพอ  เพราะต้นคะน้าเจริญเติบโตเร็ว  การปลูก  คะน้าจำเป็นต้องมีแหล่งน้ำสำรองใช้เพียงพอตลอดฤดูกาลเพาะปลูก หากขาดน้ำจะทำให้ต้นหยุดชะงัก และมีคุณภาพดี โดยระยะที่ไม่ควรขาดน้ำเด็ดขาดคือระยะที่เมล็อเริ่มงอก การให้น้ำควรใช้วิธีฉีดพ่นฝอย วันละ 2 ครั้ง เช้า- เย็น

การใส่ปุ๋ย  :  ควรบำรุงด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ่ยหมัก พด.1 รองพื้นก่อนหว่านเมล็ดทุกครั้งก่อนการปลูกคะน้า  จะทำให้ได้ผลผลิตดีมาก ต้นแข็งแรง ต้านทานโรคและแมลงได้ดี โดยแทบจะไม่ต้องพึ่งพาสารเคมี  หรือ ลดการใช้สารเคมีลงไปได้มาก 

** สำหรับปุ๋ยที่เหมาะสมต่อคะน้า ควรเป็นปุ๋ยที่มีไนโตรเจนสูง สูตรที่ควรเลือกใช้ คือ  12-8-8  หรือ  21-11-11  อัตรา  11  กก./ไร่  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของดินและปริมาณปุ๋ยอินทรีย์ที่ใส่ไปก่อนหน้านี้


ปุ๋ยเคมีแบ่งใส่  2  ครั้ง  ครั้งละเท่าๆ  กัน  คือ ใส่หลังการถอนแยก ครั้งแรก และ หลังการถอนแยกครั้งที่ 2แต่ถ้าสังเกตเห็นสว้าต้นไม่ค่อยโตเท่าที่ควร อาจใส่ปุ๋ยบำรุงเพิ่ม เช่น ยูเรีย หรือ แอมโมเนียมไนเตรท อัตรา  3-4  ช้อนแกวง/น้ำ  20  ลิตรฉีดพ่นทางใบ

การเก็บเกี่ยวคะน้า   :  คะน้ามีอายุการเก็บเกี่ยว  ประมาณ  50  วัน  แต่หลังปลูก  45  วัน  เป็นระยะที่ตลาดต้องการมากที่สุด  แต่คะน้าอายุ  50-55  วัน  เป็นระยะที่เก็บเกี่ยวแล้วได้น้ำหนักมากกว่า  แต่ไม่ควรปล่อยให้แก่เกินไปกว่านี้ การเก็บเกี่ยวควรเก็บในเวลาเช้า  โดยใช้มีดคมๆ  เล็กๆ  ตัดต้นออก อย่าใช้มือเด็ดขาดเพราะจะทำให้ช้ำ  การตัดควรตัดชิดโคนต้น  แล้งควรรีบนำเข้าที่ร่ม อากาศพัดผ่าน ก่อนบรรจุในภาชนะรอจำหน่าย



ข้อมูลอ้างอิง  :  https://www.rakbankerd.com/


โพสต์โดยสมาชิก : POK@


indiglow
menu FIND US ON FACEBOOK arrow


menu ข่าวล่าสุด arrow