menu กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรสวนพริก เตรียมรับมือการระบาดของเพลี้ยไฟ
date 03 เม.ย. 62 11:04    หมวด: เกษตรน่ารู้
facebook twitter google plus


กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรสวนพริก เตรียมรับมือการระบาดของเพลี้ยไฟ
indiglow

กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรสวนพริก 
เตรียมรับมือการระบาดของเพลี้ยไฟ

สภาพอากาศร้อนและแดดจัดในระยะนี้   กรมวิชาการเกษตร   แนะเกษตรกรผู้ปลูกพริกเตรียมรับมือการระบาดของ เพลี้ยไฟพริก   สามารถพบได้ในระยะที่ ต้นพริก ออกดอกและติดผล  เริ่มแรกจะพบตัวอ่อนและตัวเต็มวัยดูดกินน้ำเลี้ยง  จากยอด  ใบอ่อน  ตาดอก  และดอก  ทำให้ใบหรือยอดอ่อนหงิก  ขอบใบหงิกหรือม้วนขึ้นด้านบน  ถ้าเพลี้ยไฟพริกเข้าทำลายในระยะที่ต้นพริกออกดอก  จะส่งผลทำให้ดอกพริกร่วงไม่ติดผล  ส่วนการเข้าทำลายในระยะติดผล  จะทำให้รูปทรงของผลพริกบิดงอ  หากระบาดรุนแรง จะทำให้ต้นพริกชะงักการเจริญเติบโตหรือแห้งตายในที่สุด


เกษตรกรควรสุ่มสำรวจตรวจต้นพริก  100  ยอดต่อไร่ในทุกสัปดาห์อย่างสม่ำเสมอ  โดยใช้วิธีการเคาะลงบนแผ่นพลาสติกสีดำ  และทำการป้องกันกำจัดเมื่อพบเพลี้ยไฟพริกเฉลี่ยมากกว่า  5  ตัวต่อยอด  ในขั้นต้นควรเพิ่มความชื้นให้ต้นพริกด้วยการให้น้ำ  อย่าปล่อยให้ต้นพริกขาดน้ำ เพราะจะทำให้พืชอ่อนแอ และเพลี้ยไฟพริกจะระบาดได้อย่างรวดเร็ว หากพบการระบาด  สำหรับในแหล่งปลูกใหม่  ให้เกษตรกรพ่นด้วยสารฆ่าแมลงคาร์บาริล  85%  ดับเบิ้ลยูพี  อัตรา  20-30  กรัมต่อน้ำ  20  ลิตร  หรือสารโพรไทโอฟอส  50%  อีซี  อัตรา  20-30  มิลลิลิตรต่อน้ำ  20  ลิตร  หรือสารคาร์โบซัลแฟน  20%  อีซี  อัตรา  20-30  มิลลิลิตรต่อน้ำ  20  ลิตร  และควรพ่นซ้ำตามการระบาด


ส่วนในแหล่งปลูกเดิม  ให้เกษตรกรพ่นด้วยสารฆ่าแมลงฟิโพรนิล 5% เอสซี อัตรา 20-30 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารอีมาเมกตินเบนโซเอต 1.92% อีซี อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ  20  ลิตร  หรือสารอิมิดาโคลพริด  10%  เอสเอล  อัตรา  20-40  มิลลิลิตรต่อน้ำ  20  ลิตร  ขณะพ่นสารควรปรับหัวฉีดให้เป็นฝอยที่สุด  และพ่นให้ทั่วตามส่วนต่างๆ ของพืชที่เพลี้ยไฟพริกอาศัยอยู่  กรณีระบาดรุนแรงในช่วงสภาพอากาศแห้งแล้ง  เกษตรการควรใส่ปุ๋ยทางใบเพื่อช่วยให้ต้นพริกฟื้นตัวจากอาการใบหงิกได้ดีและเร็วยิ่งขึ้น



ข้อมูลอ้างอิง  :   https://www.technologychaoban.com/


โพสต์โดยสมาชิก : POK@


indiglow
menu FIND US ON FACEBOOK arrow


menu ข่าวล่าสุด arrow