menu เทคนิคการปลูก และดูแลผักชีไทย เพื่อสร้างรายได้อย่างมืออาชีพ
date 10 เม.ย. 62 11:04    หมวด: เกษตรน่ารู้
facebook twitter google plus


เทคนิคการปลูก และดูแลผักชีไทย เพื่อสร้างรายได้อย่างมืออาชีพ
indiglow

เทคนิคการปลูก และดูแลผักชีไทย 
เพื่อสร้างรายได้อย่างมืออาชีพ

ผักชีไทย   นับว่าเป็นพืชสมุนไพรธัญญาหารของภาคครัวเรือน  ซึ่งมีน้อยคนที่ไม่รู้จัก ทั้งการปลูกก็ง่าย  สามารถเกิดขึ้นได้แทบทุกดิน  และเป็นผักที่มีปลูกทุกภาค  ทั้งปลูกเพื่อเป็นไปทางการค้าเชิงพาณิชย์  และปลูกเป็นผักสวนครัวไว้เพื่อบริโภค  เนื่องจากเป็นผักที่ใช้ประกอบอาหาร  และยังรับประทานสดได้ทั้งต้น

ทั้งนี้ผักชีไทยยังมีสรรพคุณในตัวยาสมุนไพร  เป็นต้นว่ารับประทานหากมีอาการเป็นไข้หวัดและไอยังช่วยลดอาการนี้ได้  รวมทั้งช่วยย่อยอาหาร  เจริญอาหาร  บำรุงกระเพาะ  และช่วยบำรุงรักษาตับอักเสบได้ เป็นต้น


อย่างไรก็ตามการปลูกผักชีไทยที่เกษตรกรผู้เพาะปลูก  โดยเฉพาะการปลูกเพื่อเป็นการค้า  ก็ยังสามารถทำรายได้ต่อวันให้มิใช่น้อย  อย่างเช่น เกษตรกรผู้ปลูกผักชีไทยในพื้นที่ตำบลหนองย่างเสือ  อำเภอมวกเหล็ก ของจังหวัดสระบุรี  ในขณะเดียวกันนั้นซึ่งมีเกษตรกรบางเจ้ายังได้ปลูกพืชผักล้มลุกอายุสั้นแซมแบบผสมผสานกันไปกับผักชีไทย  โดยได้ปลูกผักชีไทยเป็นพืชตัวยืนหลัก

ธานินทร์  เพ็งพูน   เกษตรกรผู้ที่เคยผ่านการเพาะปลูกพืชผักล้มลุกมาหลากหลายชนิด  รวมทั้งทำนาข้าว  โดยเขาเล่าว่า  ได้เพาะปลูกผักชีไทยรวมตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานานมากกว่า  10  ปี  ที่ได้ยึดอาชีพปลูกเป็นพืชตัวยืนหลักจนถึงปัจจุบัน  เนื่องจากเป็นพืชที่ปลูกง่าย  ไม่ค่อยจะยุ่งยาก  และเห็นผลตอบแทนเร็ว

ทั้งนี้การใช้พื้นที่เพาะปลูกก็ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้เนื้อที่เพาะปลูกให้มากหรือในจำนวนหลายไร่  ก็สามารถเพาะปลูกผักชีไทยได้เป็นจำนวนมาก  ส่วนการใช้เงินทุนหรือรวมทั้งค่าใช้จ่ายในส่วนต่างอย่างอื่นที่เกี่ยวข้องก็ยังช่วยประหยัดได้มาก การลงแรงก็ไม่สิ้นเปลืองแรงงงานเหมือนอย่างปลูกพืชชนิดอื่น

ส่วนพื้นที่เพาะปลูกการปรับพื้นที่ก็ไม่ยุ่งยากกับการที่จะปลูกพืชผักล้มลุกอายุสั้นแซมไปแบบผสมผสาน อย่าง  เช่น  พริก  มะเขือเทศ  เป็นต้น  อย่างไรก็ตามธานินทร์ยังได้เล่าอีกว่าในระยะเวลาหลังจากที่เก็บเกี่ยวผลผลิตผักชีไทยหมด  ก็ยังได้เวลารอเก็บเกี่ยวผลผลิตพริกและมะเขือเทศได้อีกด้วย  นอกจากนี้ยังสามารถรักษาหรือป้องกันหน้าดินมิให้เสื่อมโทรมเพื่อจะรอปลูกผักชีไทยอีกในช่วงต่อไป


ขณะเดียวกันนั้นธานินทร์ยังเล่าถึงพื้นที่ปลูกผักชีไทย ที่เขามีปลูกอยู่ประมาณ  5  ไร่  ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกไม่มาก แต่ก็ยังสามารถสร้างรายได้ให้เขามีผักส่งเข้าตลาดหลักทุกวัน ส่วนของการ  ปลูกผักชีไทยนั้นก็สามารถปลูกได้ในทุกฤดูกาล  โดยเริ่มที่จะปลูกนั้นควรไถปรับหน้าดินให้เสมอพร้อมกับหว่านด้วยปุ๋ยชีวภาพ  ปุ๋ยคอก  และควรตากหน้าดินทิ้งไว้สัก  5-6  เดือน

ทั้งนี้จากที่กล่าวมายังจะช่วยบำรุงรักษาดินและกำจัดวัชพืชได้ดีด้วย  อย่างไรก็ตามหากแต่ครบ  5-6  เดือนแล้ว  ให้ไถพรวนดินหรือปรับหน้าให้เรียบร้อย  หลังจากนั้นให้หว่านด้วยเมล็ดผักชีไทย  ทั้งนี้ถ้าหากแต่อยากจะปลูกพืชผักล้มลุกเป็นต้นว่ามะเขือเทศหรือพริกก็สามารถทำแปลงปลูกได้เลย


ธานินทร์พูดถึงการบริหารจัดการสวนของเขาว่าผักชีไทยนั้นสามารถปลูกได้ทุกฤดู  ส่วนแมลงรบกวนหรือแมลงศัตรูพืชส่วนมากก็จะมีในฤดูแล้ง  อย่างเช่น  หนอนผีเสื้อสีเขียว  แต่ก็มีไม่มาก  การใช้สารปราบป้องกันก็จะใช้สารปราบศัตรูพืชชีวภาพที่สามารถหาซื้อได้ตามท้องตลาดทั่วไป  หากแต่เป็นหน้าฝนแมลงก็จะไม่มี

ทั้งนี้หลังจากที่ปลูกเสร็จการให้ปุ๋ยก็จะให้เมื่ออายุต้นผักชีไทยครบ 20 วัน โดยจะให้ปุ๋ยสูตร 15-15-15 หรือ 16-16-16 ซึ่งเขาจะให้เพียงครั้งเดียว สำหรับการให้น้ำเขาจะใช้ระบบสปริงเกลอร์ หากวันไหนฝนตกก็จะไม่ให้ หากวันไหนฝนไม่ตกก็จะให้ทุกวัน เป็นต้น ทั้งนี้ในส่วนของผักชีไทยตั้งแต่เริ่มหว่านเมล็ดปลูกอย่างที่ได้กล่าวมานั้น หากแต่เมื่ออายุของต้นได้ถึง 45 วัน ก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้

อย่างไรก็ตามผักชีไทยช่วงที่เริ่มให้เก็บเกี่ยวนั้นก็จะมีให้เก็บได้ถึง  3  รอบ  เนื่องจากผักชีไทยในขณะที่หว่านเมล็ดปลูกมันจะเกิดขึ้นมาไปพร้อมกัน  โดยจะเกิดขึ้นมาเองเป็นชุดๆ  ถึง  3  ชุด  จึงจะเก็บเกี่ยวผลผลิตหมด


ด้านตลาดและช่องทางจำหน่ายผักชีไทย
หากมองถึงเรื่องของตลาดผักชีไทย  ของเขาจะมีตลาดประจำที่ตลาดสี่มุมเมือง  ถือได้ว่าเป็นตลาดหลักที่เขาส่งประจำ  เขาได้เล่าว่าตลาดผักชีไทยเป็นตลาดขายให้กับพ่อค้าหรือแม่ค้าในแต่ละวันแน่นอนไม่ได้  เนื่องจากราคาผักชีไทยโดยปกติทางด้านการตลาดราคาของมันจะไป  “นิ่ง”  เป็นต้นว่าหากวันไหนรู้ว่ามีราคาให้รีบเก็บขายได้เลย

เนื่องจากวันถัดไปราคามันอาจจะลดลงมา  ทั้งนี้หากแต่ผักชีไทยเข้าสู่ตลาดมากๆ  วันนั้นจะขายไม่ได้ราคา  เป็นต้นว่าขณะที่กำลังจะนำขายตามราคาก็รู้อยู่แล้วว่าราคาตลาดวันนี้ควรจะได้เท่าไร  ทั้งนี้แต่หากเกษตรกรเจ้าอื่นนำผักชีไทยเข้ามาขายเหมือนกัน  ขณะเดียวกันนั้นผักชีไทยก็ได้เพิ่มจำนวนมากขึ้น  แทนที่จะได้ราคาจากพ่อค้าหรือแม่ค้าจากที่คาดหวังไว้  ราคาก็จะกลับลดลงทันที

“ถ้าถามถึงเรื่องของตลาดผักชีไทย  ผมว่าตลาดมันไม่ตายแต่มันจะขายได้ไปอย่างนี้ ไม่ได้มากก็ได้น้อย  วันไหนมันมีราคาก็จะขึ้นไปถึงกิโลละ  100-140  บาท  วันไหนราคามันลดก็จะมาอยู่ที่กิโลละ  10-15  บาท  แต่ก็ไม่เคยขาดทุน มันคุ้มทุนมากกว่า  เพราะการ ปลูกผักชีไทย  มันไม่ได้ใช้ทุนมาก”  ธานินทร์พูดให้ความเห็นเรื่องของตลาด

รายได้จากผลผลิตผักชีไทย
ขณะเดียวกันปัจจุบันที่เขาได้เก็บเกี่ยวผลผลิตจากผักชีไทยขายอยู่ทุกวันนี้ และการเก็บออกจากสวนในแต่ละครั้งจะเก็บได้ถึงประมาณ 700-800 กก. บางครั้งก็จะเก็บได้ถึง  100  กก.  หรือ  1  ตัน “ในจำนวน  5  ไร่”  ทั้งนี้ขณะที่ราคาขายในตลาดสี่มุมเมืองจะอยู่ที่  1  กก./100 บาท และขณะที่ราคาลูกจะอยู่ที่  1  กก./40  บาท  ยังถือได้ว่าผักชีไทยราคาไม่แน่นอนจริงๆ

ส่วนรายได้ของเขาที่เก็บขายได้ในแต่ละวันหรือแต่ละรอบซึ่งมีให้เก็บ  3  ครั้ง  อย่างที่กล่าวมาแล้วนั้น ทั้งนี้เมื่อส่งเข้าถึงพ่อค้าที่ตลาดสี่มุมเมืองรายได้ที่เขาได้รับจะอยู่ที่  8,000-10,000  บาท

ทั้งนี้หลังจากที่เก็บเกี่ยวผลผลิตหมดแล้ว  เขาก็จะหาพื้นที่ปลูกใหม่เพื่อรอให้พริกหรือมะเขือเทศที่เขาปลูกไว้แซมนั้นได้เก็บเกี่ยวหมดไปก่อน  จึงจะพักฟื้นดินไปสัก  5-6  เดือน  จึงจะทำผักชีไทยมาปลูกใหม่

หากแต่ท่านผู้อ่านหรือเกษตรกรท่านใดสนใจอยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมสอบถามได้ที่  คุณธานินทร์  เพ็งพูน  57  หมู่  7  ต.หนองย่างเสือ  อ.มวกเหล็ก  จ.สระบุรี  โทร.  08-2128-7559




ข้อมูลอ้างอิง  :   https://www.palangkaset.com/


โพสต์โดยสมาชิก : POK@


indiglow

menu FIND US ON FACEBOOK arrow


menu ข่าวล่าสุด arrow