menu เทคนิคการปลูก และดูแล มะเขือหยกภูพาน
date 08 พ.ค. 62 13:05    หมวด: เกษตรน่ารู้
facebook twitter google plus


เทคนิคการปลูก และดูแล มะเขือหยกภูพาน

เทคนิคการปลูก และดูแล  มะเขือหยกภูพาน  

มะเขือหยกภูพาน   คือ มะเขือเปราะ   ซึ่งเป็นพันธุ์มาจากประเทศลาว ทางประเทศลาวเรียกมะเขือเปราะพันธุ์นี้ว่า มะเขือใหญ่  ศูนย์บริการวิชาการด้านพืช  และปัจจัยการผลิตจังหวัดสกลนคร นำเข้ามาปลูกตั้งแต่ปี  2548  ซึ่งเป็นการปลูกทดลอง 4 จังหวัดในภาคอีสาน  คือ  จังหวัดสกลนคร  จังหวัดขอนแก่น  จังหวัดหนองคาย  และ จังหวัดนครพนม


จากการทดลองพบว่า มะเขือเปราะใหญ่  หรือ มะเขือหยกภูพานนี้  จะเจริญเติบโตได้ดีที่สุดในจังหวัดสกลนคร เพราะอากาศค่อนข้างหนาวเย็นกว่า  3  จังหวัดที่ทดลองปลูกด้วยกัน  มะเขือหยกภูพานหรือมะเขือเปราะใหญ่  นิยมปลูกในช่วงเดือน  พฤศจิกายน และจะเริ่มออกดอกและผลโตเต็มที่ในช่วงเดือน  กุมภาพันธ์  ของทุกปี

**เนื่องจากมะเขือหยกภูพานมีขนาดใหญ่กว่ามะเขือเปราะทั่วไปอย่างมาก  จึงทำให้หลายคนสงสัยว่าเป็นพืช  GMOs  หรือไม่  จึงได้ส่งตรวจพิสูจน์  ผลปรากฏว่าไม่ใช่พืช GMOs  แต่อย่างใด  แต่ผลโตตามลักษณะพันธุ์เท่านั้นเอง


1.เพาะเมล็ดมะเขือในถาดเพาะ  โดยแช่เมล็ดมะเขือใส่ในน้ำเชื้อราไตรโคเดอร์ม่าสดก่อนประมาณ  15  นาที  แล้วจึงนำลงเพาะ  เพื่อเป็นการป้องกันการเกิดเชื้อราในดิน
2.ประมาณ  20-30  วัน  เริ่มนับหนึ่งตั้งแต่วันที่ต้นมะเขือแทงยอดแล้วจึงย้ายลงแปลงปลูก
3.แปลงปลูกมะเขือหยกภูพานต้องขุดหลุมลึกประมาณ  20  เซนติเมตร  รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกประมาณ  0.5  กิโลกรัม  โดยคลุกเคล้ากับดินให้เข้ากัน
4.ระยะการปลูก ระยะห่างระหว่างแถวประมาณ  1  เมตร  และระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 60 เซนติเมตร ในพื้นที่  1  ไร่  จะปลูกได้ประมาณ  2,000  ต้น
5.หลังย้ายลงแปลงปลูก 15 วัน ใส่ปุ๋ยเคมีสูตรเสมอ  15-15-15  ประมาณ  1  กำมือ  โดยใส่ในลักษณะหยอดลงหลุมรอบต้น  ห่างจากโคนต้นประมาณ  1  คืบ
6.ดูแลรดน้ำเช้า-เย็น  เพราะมะเขือเปราะเป็นพืชที่ต้องการน้ำ  แต่พยายามอย่าให้แฉะเกินไปเพราะอาจจะทำให้รากเน่าได้
7.รดน้ำหมักชีวภาพจากพืชผัก ในอัตราส่วน น้ำหมัก  1  ช้อนโต๊ะ + น้ำเปล่า  1  บัวรดน้ำ  ควบคู่กับการรดน้ำประจำวันด้วย แต่ต้องรดน้ำเปล่าก่อนแล้วจึงตามด้วยน้ำหมักชีวภาพที่ผสมแล้ว เพื่อเป็นการเจือจาง  เพราะน้ำหมักมีฤทธิ์เค็ม
8.จากนั้นประมาณ  45  วัน  ต้นมะเขือจะออกช่อดอก และเมื่อมะเขืออายุประมาณ  60  วัน  ผลมะเขือก็จะเริ่มโตขึ้นประมาณ  1  คืบ
9.เพื่อให้น้ำหนักของมะเขือได้น้ำหนักดี  ประมาณ  1.5-2 
กิโลกรัม/ผล  ดังนั้น จึงจำเป็นต้องเก็บยอดมะเขือไว้เพียงต้นละ  3  ยอดเท่านั้น  เพราะจะได้ผลมะเขือที่เหมาะสม
10.มะเขือยักษ์มีอายุเหมาะสมเต็มที่อายุประมาณ  90  วัน  จึงเก็บเกี่ยวได้  มีผลเฉลี่ยน้ำหนักอยู่ที่  1.30-2.00  กิโลกรัม

** มะเขือหยกภูพานนั้น  ถ้าจะกินให้อร่อย ต้องตัดเป็นชิ้นเล็กๆ  แล้วนำไปชุบแป้งทอด  จิ้มกับซอสพริกหรือซอสมะเขือเทศ  รับรองว่าจะอร่อยจนติดใจเลยทีเดียว


1. พืชผักสดในท้องถิ่น  เช่น  ผักบุ้ง  ผักกวางตุ้ง  จำนวน  3  กิโลกรัม
2. กากน้ำตาล  จำนวน  1  กิโลกรัม

วิธีการทำ  :  นำวัตถุดิบทั้งหมดมาสับเป็นชิ้นเล็กๆ  แล้วบรรจุลงในภาชนะที่เตรียมไว้  เติมกากน้ำตาลลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน ปิดฝาหมักไว้นานประมาณ  7-15  วัน  ก็สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้

วิธีการใช้ : ใช้อัตรา น้ำหมัก 1 ช้อนโต๊ะ + น้ำเปล่า  1  บัวรดน้ำ  แล้วนำไปรดบำรุงมะเขือหยกภูพานทุกวันเช้า-เย็น  ช่วยให้เจริญเติบโต สมบูรณ์ตางตามลักษณะพันธุ์

** สนใจเมล็ดพันธุ์และวิธีการปลูกมะเขือหยกภูพานเพิ่มเติม  ติดได้โดยตรงที่  ศูนย์บริการด้านพืชและปัจจัยการผลิตสกลนคร  บ้านนาคำ ตำบลห้วยยาง  อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร  โทร  042-163-100  ในวันและเวลาราชการ 




ข้อมูลอ้างอิง  :   https://www.rakbankerd.com/


โพสต์โดยสมาชิก : POK@




menu FIND US ON FACEBOOK arrow


menu ข่าวล่าสุด arrow