menu ทำความรู้จักกับประโยชน์ และวิธีการปลูก ดองดึง
date 16 พ.ค. 62 12:05    หมวด: เกษตรน่ารู้
facebook twitter google plus


ทำความรู้จักกับประโยชน์ และวิธีการปลูก ดองดึง
indiglow

ทำความรู้จักกับประโยชน์ 
และวิธีการปลูก ดองดึง

ดองดึง   (Climbing  lily)   จัดเป็นไม้ป่าที่พบในหลายทวีป  ซึ่งนิยมนำมาปลูกเป็นไม้ดอกไม้ประดับชนิดหนึ่ง  รวมถึงเป็นพรรณไม้สำคัญที่มีบทบาทในการทางการแพทย์  และการเกษตร  โดยเฉพาะ สาร  Superbine   หรือ  Colchicine  ที่มีคุณสมบัติทางยามากมาย แต่สารชนิดนี้  จัดเป็นสารพิษที่หากได้รับมากอาจทำให้เสียชีวิตได้เช่นกัน


ถิ่นกำเนิด  และการแพร่กระจาย
พืชที่อยู่ในสกุลเดียวกับ ดองดึง  (Genus : Gloriosa)  ทั่วโลกพบประมาณ  7  ชนิด  โดย  6  ชนิดพบได้ในทวีปแอฟริกา  และมีเพียงชนิดเดียวที่พบในทวีปเอเชีย  คือ ดองดึง (Species : Superba)

ดองดึงที่พบในทวีปเอเชีย พบได้ตั้งแต่ประเทศปากีสถาน  อินเดีย  ศรีลังกา  พม่า  ไทย  ลาว  อินโดนีเซีย  และประเทศอื่นใกล้เคียง  ส่วนประเทศไทยสามารถพบดองดึงได้ในทุกภาค  แต่จะพบมากในภาคตะวันออก  ภาคอีสาน  และภาคเหนือ  โดยเฉพาะตามป่าโปร่ง ป่าเต็งรัง  และป่าเบญจพรรณที่ค่อนข้างแล้ง

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ราก  และลำต้น
ดองดึงเป็นไม้เถาเลื้อยที่มีลำต้น  2  ส่วน  คือ  ลำต้นใต้ดิน  และลำต้นเหนือดิน  โดยลำต้นใต้ดินมักเรียกว่า  เหง้าหรือหัว  ที่มีลักษณะรูปตัววีหรือรูปขวาน  ซึ่งมีลักษณะทรงกระบอก  2  อัน  หรือ  2  แง่ง  มาเชื่อมต่อกัน  หรือบางครั้งอาจพบ  2  หัว หรือ  4  แง่งก็ได้  เปลือกหัวบาง  มีสีน้ำตาลอมแดง  ส่วนเนื้อด้านในมีลักษณะเป็นแป้ง สีขาวนวล แข็งเล็กน้อย  โดยบริเวณเชื่อมต่อของแงหรือที่พับเป็นตัววีจะมีตาที่เป็นจุดเติบโตของต้นอ่อนให้โผล่ขึ้นดิน  ซึ่งหากบริเวณนี้หักออกเป็น  2  ท่อน  ก็จะทำให้หัวไม่สามารถแทงยอดอ่อนได้  ส่วนลำต้นเหนือดิน  เป็นส่วนที่ต่อมาจากเหง้าใต้ดิน  ซึ่งมีลักษณะเป็นเถาเลื้อยพาดตามต้นไม้หรือพุ่มไม้ที่พาดยาวได้มากกว่า  5  เมตร  และมีขนาดเถาประมาณ  0.5-1.5  เซนติเมตร

เถาของดองดึงมักแตกกิ่งที่ความสูงหรือความยาวของเถาประมาณ  60-100  เซนติเมตร  จำนวนกิ่งแต่ละต้นประมาณ  3-8  กิ่ง  แต่ละกิ่งจะมีช่วงห่างของข้อหรือจุดแตกใบประมาณ  1-3  เซนติเมตร

ส่วนระบบรากของดองดึงจะเฉพาะรากฝอยเพียงอย่างเดียวที่แตกออกจากโคนของลำต้น  ซึ่งจะพบได้เฉพาะระยะต้นเติบโต  แต่เมื่อต้นเหี่ยวแห้งตาย  รากก็จะแห้ง  และหลุดออกไป

ใบ
ใบดองดึงออกเป็นใบเดี่ยว  ไม่มีก้านใบ  ออกเรียงสลับกันตามข้อ ข้อละ  1-3  ใบ  ตามความยาวของกิ่ง  ส่วนข้อที่มีการแตกกิ่งจะมีใบประมาณ  3-4  ใบ  และข้อที่มีดอกจะมีใบเพียงใบเดียว  ใบแต่ละใบมีรูปหอก กว้างประมาณ  2-4  เซนติเมตร  ยาวประมาณ 5-20 เซนติเมตร แผ่น และขอบใบเรียบ  มีสีเขียวสด และเป็นมัน โคนใบสอบเล็กน้อย  ปลายใบแหลมยาวที่เปลี่ยนรูปเป็นมือเกาะ  ใบมีเส้นกลางใบมองเห็นได้ชัดเจน

ดอก
ดองดึงออกดอกเป็นดอกเดี่ยวๆ บริเวณซอกใบตามข้อบนกิ่ง  ประกอบด้วยกลีบ จำนวน  6  กลีบ  แต่ละกลีบเรียวยาว  และชันขึ้น  ยาวประมาณ  8-10  เซนติเมตร   กว้างประมาณ  2-3  เซนติเมตร  ขอบกลีบดอกพลิ้วเป็นลูกคลื่น ปลายกลีบโค้งจรดเข้าหากัน  แผ่นกลีบดอกของดอกอ่อนจะมีสีเขียวอ่อน  และดอกแก่ที่บานเต็มที่จะมีสีแดงสดจนถึงแดงเข้ม  ซึ่งจะค่อยเปลี่ยนจากสีเขียวอ่อนเป็นสีแดงจนทั่วกลีบดอก และเมื่อดอกบานเต็มที่แล้ว ก็จะค่อยเหี่ยว และโค้งลง

เกสรของดอกดองดึงจะประกอบดด้วยเกสรตัวผู้ที่อยู่แทรกสลับเรียงเป็นวงกลมกับกลีบดอก  ซึ่งจะอยู่ด้านล่างของกลีบดอก จำนวนเกสร  6  อัน ที่มีก้านเกสรยาว 35- เซนติเมตร โคนก้านเกสรมีสีแดง  ปลายก้านเกสรมีสีเหลือง  และปลายสุดมีอับเรณูเป็นรูปทรงกระบอกตั้งฉากกับก้านเกสร ส่วนเกสรตัวเมียมีจำนวน  1  อัน ซึ่งอยู่ใจกลางของดอกด้านในถัดจากลีบดอก  โดยมีปลายเกสรแยกเป็น  3  แฉก  ส่วนรังไข่จะอยู่บริเวณฐานรองดอก  โดยรังไข่มีห้อง  3  ห้อง

ทั้งนี้  ดองดึงจะออกดอกในช่วงปลายฤดูฝนในช่วงเดือนสิงหาคม-ตุลาคม  ของทุกปี  พร้อมติดฝักให้เห็นตั้งแต่เดือนตุลาคม-มกราคม

ผล  และเมล็ด
ผลดองดึง  ลักษณะเป็นทรงกระบอก ขั้วผลสอบแหลม  ปลายผลขยายใหญ่  และทู่มน  ขนาดผลกว้างสุดประมาณ  2-2.5  เซนติเมตร  ยาวประมาณ  4-7  เซนติเมตร  ผิวเปลือกไม่เรียบ  และมีร่องหรือพูตามแนวยาวของผล  3  ร่อง/พู  โดยผลดิบมีสีเขียวอ่อน  ผลสุกมีสีเหลืองอมเขียว  รูปขอบขนาน  ถัดมาด้านในจะมีเมล็ดจำนวนมาก  30-50  เมล็ด/ฝัก  ขึ้นอยู่กับขนาดฝัก  แต่ละเมล็ดมีลักษณะทรงกลม  และแข็ง  เมล็ดอ่อนมีสีขาว  และฉ่ำน้ำ เมล็ดแก่หรือสุกมีสีแดงอมส้ม  ขนาดเมล็ด  2-3  มิลลิเมตร


1. ดองดึงใช้ปลูกเป็นไม้ประดับดอก  ทั้งปลูกลงแปลง  และปลูกในกระถาง  เนื่องจากดอกมีลักษณะแปลก  กลีบดอกมีสีแดงสวยงาม
2. หัวดองดึงนำมาบด  และผสมกับน้ำใช้ฆ่าหนอนหรือแมลง
3. ทุกส่วนของดองดึงนำมาต้มน้ำ  ก่อนนำไปฉีดพ่นในแปลงผัก  สวนผลไม้  เพื่อป้องกันแมลงศัตรูพืชหรือแมลงวันผลไม้เข้าทำลาย
4. ดองดึงในทุกส่วนมาสาระสำคัญที่กระตุ้นการแบ่งเซลล์เซลล์ของพืช  จึงถูกนำมาใช้สำหรับปรับปรุงพันธุ์พืชให้เกิดการกลายพันธุ์ที่แตกต่างไปจากพันธุ์เดิม  ซึ่งสามารถทำได้ง่ายๆ  คือ  นำสารสกัดหรือน้ำต้มจากดองดึง  ทั้งส่วนหัว  ใบ  และเมล็ด  ก่อนนำเมล็ดพันธุ์พืชลงแช่ก่อนปลูก
5. ทุกส่วนของดองดึงนำมาต้มน้ำ  ก่อนนำไปกรอกสัตว์สำหรับถ่ายพยาธิ  หรือใช้ทุกส่วนผสมกับหญ้าหรืออาหารหยาบให้สัตว์กิน

ดองดึงนิยมเพาะขยายพันธุ์ด้วยการใช้หัว  และการเพาะเมล็ด  แต่ที่นิยมมากจะเป็นเพาะ  และปลูกด้วยหัวเป็นหลัก  เพราะสามารถเกิดต้นใหม่ได้เร็ว  และมีอัตราการรอดสูงกว่าเมล็ด  อีกทั้ง  สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้เร็วกว่าการปลูกด้วยเมล็ด  เพราะการปลูกด้วยเมล็ด  ต้องใช้หัวที่มีอายุปลูกมาแล้วประมาณ  2-3  ปี  จึงจะออกดอก และติดฝัก  ทั้งนี้  การปลูกดองดึงสามารถปลูกได้ทั้งในแปลงดิน  และในกระถาง


การเตรียมแปลงหรือดินปลูก
สำหรับการปลูกลงแปลงดิน  ควรไถพรวน  และกำจัดวัชพืชออกให้หมดก่อน หลังจากนั้น หว่านด้วยปุ๋ยคอก  และปุ๋ยเคมีรองพื้น  ก่อนจะไถพรวนอีกครั้ง

ส่วนการปลูกในกระถางควรผสมดินกับวัสดุอินทรีย์  เช่น  ปุ๋ยคอก  ปุ๋ยหมัก  หรือแกลบดำ  อัตราส่วนดินกับวัสดุอินทรีย์ที่  1:2

การปลูกด้วยหัว
ในธรรมชาติ  หัวดองดึงจะมีช่วงพักตัวในฤดูแล้ง ซึ่งช่วงนี้ลำต้นจะเหี่ยวแห้งตายแล้ว  เหลือเพียงหัวอยู่ใต้ดิน  และหัวจะแทงหน่อขึ้นอีกครั้งในช่วงต้นฤดูฝน  หลังจากได้รับน้ำฝน  ดังนั้น  การปลูกด้วยหัว  ควรปลูกในช่วงต้นฤดูฝนเป็นสำคัญ  ประมาณต้นเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน

หัวดองดึงที่นำมาปลูก  ควรเลือกหัวที่มีขนาดใหญ่ และแต่ละหัวควรมีน้ำหนักตั้งแต่  7-8  กรัมขึ้นไป  และมีหน่อแทงออกจากตาหน่อแล้ว  ซึ่งการใช้หัวลักษณะนี้จะได้ต้นใหม่ทุกหัว  แต่หากใช้หัวที่มีน้ำหนักน้อย  ตั้งแต่  3  กรัม  ลงมาจะไม่มีการงอกของต้นใหม่  หลังจากที่คัดเลือกหัวได้แล้ว  ให้นำหัวปลูกลงหลุม  หลุมละ  1-2  หัว  ระยะห่างระหว่างหลุม  80-100  เซนติเมตร  ระยะห่างระหว่างแถว  1.5-2  เมตร  พร้อมเกลี่ยดินกลบ  ก่อนจะรดน้ำให้ชุ่ม

ทั้งนี้  หัวดองดึงที่ใช้ควรเก็บจากแปลงในช่วงเดือนกุมภาพันธุ์-มีนาคม  และพักทิ้งไว้สักระยะ  2-3  เดือนก่อนปลูก  เพื่อให้หัวอยู่ในระยะพักตัวก่อน

การเติบโตของหัว  ในระยะแรกหลังจากหน่อแทงโผล่ดินแล้ว หัวดองดึงจะฝ่อลีบลง  เพราะลำต้นดึงสารอาหารออกมาใช้  และหลังจากนั้น  5-6  เดือน  จึงจะสร้างหัวใหม่  1  หัวเท่าเดิม  หรือสร้างหัวเพิ่มเป็น  2  หัว


การปลูกด้วยเมล็ด
เมล็ดดองดึงที่นำมาเพาะ  ควรเลือกเมล็ดจากผลที่สุกที่เก็บได้จากลำต้นที่เหี่ยวแล้ว โดยเก็บผลมาพักทิ้งไว้  2-3  เดือน  เพื่อให้เมล็ดมีการฟักตัวก่อน หลังจากนั้น  นำเมล็ดมาลอกเปลือกหุ้มเมล็ดออก  ก่อนนำมาแช่น้ำนาน  3-5  ชั่วโมง หรือแช่ในน้ำอุ่น  นาน  1  ชั่วโมง หรือแช่ในสารกระตุ้นการงอก  เช่น  จิบเบอเรลลิน  หรือ ไธโอยูเรีย

การปลูกด้วยเมล็ดจะทำการเพาะในกระบะเพาะหรือถุงเพาะชำก่อน  ซึ่งจะใช้วัสดุปลูกที่ผสมดินกับปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักอัดใส่ถุงเพาะ  หลังจากนั้น  นำเมล็ดลงกลบในถุง ถุงละ  1-2  เมล็ด ก่อนรดน้ำ หลังจากนั้น  7-10  วัน  เมล็ดจะเริ่มงอกเป็นต้นอ่อนให้เห็น  แล้วค่อยดูแลจนต้นสูงได้  15-20  เซนติเมตร  ก่อนจะนำลงปลูกในแปลงดินหรือย้ายลงปลูกในกระถาง

การเก็บหัว
สำหรับการปลูกด้วยหัวหรือด้วยเมล็ด  สามารถเริ่มเก็บหัวได้เมื่อปลูกแล้ว  8-10  เดือน  คือ เก็บหลังจากที่ต้นเหี่ยวตายแล้วในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม




ข้อมูลอ้างอิง  :   https://puechkaset.com/


โพสต์โดยสมาชิก : POK@


indiglow
menu FIND US ON FACEBOOK arrow


menu ข่าวล่าสุด arrow