menu ครอบครัว"ชัยภูมิ ป่าแส" เรียกร้องลูกชายไม่ได้รับความยุติธรรม 2 ปียังไม่เห็นภาพวงจรปิด
date 22 พ.ค. 62 13:05    หมวด: ข่าวเด่น
facebook twitter google plus


ครอบครัว"ชัยภูมิ ป่าแส" เรียกร้องลูกชายไม่ได้รับความยุติธรรม 2 ปียังไม่เห็นภาพวงจรปิด

 

ครอบครัว"ชัยภูมิ ป่าแส" เรียกร้องลูกชายไม่ได้รับความยุติธรรม  2 ปียังไม่เห็นภาพวงจรปิด


ในช่วงปี 2560 สื่อมวลชนหลายสำนักได้ติดตามคดีการวิสามัญฆาตกรรมนายชัยภูมิ ป่าแส นักกิจกรรมเยาวชนชาวลาหู่ และนายอะเบ แซ่หมู่ กลุ่มชาติพันธุ์ลีซอ ที่อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ต่อมาศาลจังหวัดเชียงใหม่ได้ตัดสิน ว่านายชัยภูมิและนายอะเบถูกอาวุธของทหารสังหารเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย

รูปจาก workpointnews 

วันที่ 22 พ.ค.2562 นายรัษฎา มนูรัษฎา ทนายความของครอบครัวนายชัยภูมิ ป่าแส และครอบครัวนายอะเบ แซ่หมู่ ที่ถูกเจ้าหน้าที่ทหารวิสามัญฆาตกรรมในช่วงต้นปี 2561 ยื่นฟ้องต่อศาลเพ่งเรียกร้องค่าเสียหายจากกองทัพบก ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัดของคู่กรณี ซึ่งเป็นทหารทั้งคู่ โดยเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนให้กับครอบครัวนายชัยภูมิ 4 ล้านบาท และครอบครัวนายอะเบ 7 ล้านบาท

ในส่วนของการฟ้องเพ่งนี้สืบเนื่องจากศาลจังหวัดเชียงใหม่มีคำพิพากษาว่าทั้งสองกรณีเสียชีวิตจากการถูกพลทหารใช้ปืน m16 ยิงจนถึงแก่ความตาย โดยทั้ง 2 เหตุการณ์มีความคล้ายคลึงกัน และเกิดเหตุในระยะเวลาที่ห่างกันเพียงแค่ 1 เดือน นายอะเบ แซ่หมู่ เสียชีวิตในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 โดยทหารประจำด่านตรวจบ้านรินหลวง และนายชัยภูมิ ป่าแส ถูกทหาร ประจำอยู่ด่านบ้านรินหลวงยิงเสียชีวิต เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2560 ทั้งสองเหตุการณ์มีลักษณะคล้ายกันคือ มีการอ้างถึงการค้นหายาเสพติดและการต่อสู้ ซึ่งจะเห็นได้ว่าคำพิพากษาจากศาลเชียงใหม่ ระบุว่าทหารเป็นผู้ยิงนั้น ทหารได้ละเมิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ ซึ่งหน่วยงานรัฐที่กำกับดูแลจะต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหาย อีกทั้งในเหตุการณ์มีพยานซึ่งเป็นชาวบ้านยืนยันให้กสรในชั้นศาลว่า การยิงนั้นไม่ได้เป็นการป้องกันตัวตามที่ทหารได้กล่าวอ้างไว้


ส่วนข้อสงสัยกรณีภาพจากกล้องวงจนปิด 9 ตัว นายรัษฎา ระบุว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่เห็นภาพคลิปกล้องวงจรปิดทั้ง 9 ตัวที่ด่านริมหลวงเลย ซึ่งที่ผ่านมา ทนายความของฝั่งทหารใช้วิธีเขียนเป็นสำนวนประกอบโดยบันทึกเป็นผลการสอบสวนขอฃแม่ทัพภาคที่ระบุว่าได้ดูภาพกล้องวงจรปิด โดยตนเชื่อว่าภาพของกล้องวงจรปิดได้ถูกทำให้หายไป

ขณะที่นางนาปอย ป่าแส มารดาของนายชัยภูมิ ป่าแส กลุ่มชาติพันธุ์ลาหู่ และนางอะหมี่มะ แซ่หมู่ มารดาของนายอะเบ แซ่หมู่ ชาวชาติพันธุ์ลีซู ได้เดินทางมาที่ศาลเพ่งรัชดาด้วย โดยให้สัมภาษณ์ว่าหลังจากสูญเสียบุตรชายไป มารดาของชัยภูมิเป็นโรคซึมเศร้า แล้ววันนี้ต้องการความยุติธรรม หลังต้องสูญเสียบุตรชายไปถึง 2 ปีแล้ว ครอบครัวต้องเผชิญความยากลำบาก เพราะขาดเสาหลักของครอบครัวไป ด้านนายไมตรี จำเริญสุขสกุล ผู้ดูแลนายชัยภูมิ ป่าแส เปิดเผยว่า การเสียชีวิตทั้ง 2 คน เป็นการกระทำเจ้าหน้าที่ ซึ่งยืนยันว่าไม่มีการพบค้าหรือสารเสพติด

รูปจาก workpointnews 

สำหรับการดำเนินคดีทางอาญา ในขณะนี้ต้องให้ตำรวจเจ้าของคดีรับมอบสำนวนการไต่สวนการตายจากศาลจังหวัดเชียงใหม่ที่มีคำสั่งแล้วเพื่อส่งอัยการศาลทหารยื่นฟ้องคดีต่อศาลทหารตามขั้นตอนต่อไป แต่ยอมรับว่ากฎหมายศาลทหารนั้นปิดช่องทางไม่ให้ครอบครัวของผู้เสียชีวิตเข้าไปมีส่วนร่วมฟ้องคดีกับศาลมหาร จึงต้องฟ้องศาลเพ่งเดินหน้าควบคู่กัน โดยวันนี้ได้ขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล เนื่องจากทั้งสองครอบครัวมีญานะยากจน และคาดการว่าศาลเพ่งจะนัดชี้สองสถานหรือกำหนดแนวทางการดำเนินคดีหรือสืบพยานโจทก์ ในวันที่ 22 กรกฎาคม 2562


ขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์  workpointnews  


โพสต์โดยสมาชิก : Ao




menu FIND US ON FACEBOOK arrow


menu ข่าวล่าสุด arrow