menu เทคนิคการปลูก หมากแดง เพื่อสร้างรายได้อย่างมืออาชีพ
date 02 ก.ค. 62 11:07    หมวด: เกษตรน่ารู้
facebook twitter google plus


เทคนิคการปลูก หมากแดง เพื่อสร้างรายได้อย่างมืออาชีพ

เทคนิคการปลูก หมากแดง 
เพื่อสร้างรายได้อย่างมืออาชีพ

ไม้ใบประดับเป็นพืชอีกกลุ่มหนึ่งที่มีความสำคัญ  ถือเป็นอาชีพอีกแขนงหนึ่งของวงการไม้ดอกไม้ประดับ  ประเทศไทยมีศักยภาพในการผลิตสูง เนื่องจากมีลักษณะภูมิประเทศ  และภูมิอากาศ  ที่เหมาะสม

หมากแดงเป็นพันธุ์ไม้ตระกูลใหญ่  ส่วนมากมีถิ่นกำเนิดในเขตร้อน  ในการใช้ปาล์มเป็นไม้ประดับเพื่อความสวยงามในการตกแต่งบริเวณอาคารสถานที่  ทั้งการปลูกลงกระถางและลงดิน  ตั้งแต่พื้นที่ขนาดเล็กจำกัดจนถึงพื้นที่กว้างขนาดใหญ่

หมากแดงนับได้ว่าเป็นพันธุ์ไม้พื้นเมืองทางภาคใต้  แต่ปัจจุบันสามารถนำมาปลูกในพื้นที่ของอำเภอพระประแดงโดยเฉพาะในตำบลบางกระสอบ ดังตัวอย่าง  นาวาเอกประเภท มาอ่วม  เกษตรกรผู้ปลูกเลี้ยงหมากแดง เคยรับราชการทหารเป็นช่างเรือ  ก่อนจะปลดเกษียณตัวเองออกมา ทำอาชีพปลูกหมากแดงอย่างจริงจัง  ด้วยความโชคดีที่เขามีพ่อตาชำนาญด้านเทคนิคการปลูกเลี้ยงหมากแดงอยู่แล้ว  ทำให้เขาได้ศึกษาวิชาจากพ่อตาในเชิงลึกอย่างเข้มข้นจนประสบความสำเร็จ


นาวาเอกประเภทเล่าต่อว่า  เมื่อปลดเกษียณตัวเองออกมา  เริ่มมาทำเป็นอาชีพ  แล้วจึงคิดได้ว่าการทำเกษตรเชิงเดี่ยวนั้นมีความเสี่ยง  เนื่องจากวิถีชีวิตของเราเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง  เกษตรกรรมแบบเดิมๆ  ที่ทำแบบแค่พอมี พอกิน  ก็เริ่มขยายออกไปสู่การทำเพื่อพาณิชย์  การทำเกษตรแบบผสมผสานจึงเกิดขึ้นในสวนหมากแดงแห่งนี้เมื่อ  1  ปีที่แล้ว

“เราทดลองด้วยว่ามีพืชชนิดไหนที่สามารถทำรายได้เป็นรายอาทิตย์  เป็นรายเดือน  ที่ทำมาจะเป็นพวกไม้เด็ดกินยอด  ไม่ว่าจะมะรุม  ใบยอ จริงๆ  มันได้หมด”

โดยมีแนวคิดทำเกษตรแบบผสมผสานตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด จนได้รับใบประกาศเกียรติคุณ  โครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก  ในพื้นที่ปลูก  3  ไร่  แต่ละร่องปลูกพืช  ทั้งไม้ยืนต้น  และไม้ล้มลุก  แซมเต็มร่องสวน  เช่น  มะม่วง  กล้วย  มะกรูด  มะนาว  มะรุม  มะพร้าว  และสะเดา  เป็นต้น  และริมร่องติดชายน้ำปลูกเตยหอม  ปลูกไล่ระดับให้เกิดความสมดุลอย่างลงตัว  รายได้หลักมาจากไม้ประดับ  อย่าง หมากแดง

ปัจจุบันเริ่มมีกลุ่มนักจัดสวนให้ความสนใจมากยิ่งขึ้น  โดยเฉพาะโรงแรม  และรีสอร์ท  นำไปประดับตกแต่ง  ทั้งภายในอาคาร  และบริเวณรอบอาคาร  สวนหย่อมจุดพักผ่อนต่างๆ

เจ้าของสวนแนะนำเหล่านักจัดสวนว่า  ให้เข้ามาซื้อก่อนช่วงหน้าฝนเล็กน้อย  การปลูกช่วงฤดูฝนต้นมีโอกาสรอดตายมีมาก  เพราะช่วงแรกต้นหมากแดงต้องการน้ำค่อนข้างเยอะ  และยังเป็นการป้องกันไม่ให้ปลายใบแห้งไหม้ ไม่สวยด้วยนั่นเอง  ราคาหมากแดงที่สวนของนาวาเอกประเภทอยู่ที่หลักร้อยถึงหลักพันบาท  ซึ่งราคาอยู่ที่ขนาด หรือความสวย  ที่แตกต่างกันไปของหมากแดงในแต่ละต้น

“คนที่มาซื้อที่สวน  ไม่ซื้อไม่ว่า มาคุยเพลิดเพลินกันไป  ผมมีความสุขเมื่อลูกค้ามีความสุข  และก็อยากอนุรักษ์ให้หมากแดงเป็นของขึ้นชื่อที่พระประแดงของเราด้วย  ยิ่งมีใจมุ่งมั่นที่จะปลูกหมากแดงไปเรื่อยๆ  แบบไม่หยุด  เพราะเป็นสิ่งที่รักที่ชอบ”

ลำต้นทั่วไปของหมากแดงจะอยู่เป็นกลุ่มกอ  ผิวลำต้นเรียบ  มีข้อปล้องอย่างเห็นได้ชัดเจน  มีหน่อแตกจากโคนต้นออกมาเป็นต้นใหม่ๆ  รอบโคนแม่  และลักษณะใบจะเป็นรูปขนนก  คือ  ก้านใบสีแดงยาวตลอดไปถึงปลายใบ ทั้งยังมีความอ่อนช้อย  นี่คือเสน่ห์ของหมากแดงที่เห็นได้ชัด

หมากแดง   ไม้ประดับมงคล  คนไทยและชาวจีนจะเชื่ออยู่ในสายเลือดว่าสีแดงเป็นสีแห่งมงคล  สีแห่งแสงสว่าง  ว่าเป็นสีที่มีพลังอำนาจในการขับไล่สิ่งอัปมงคล


พันธุ์ที่สวนนิยมปลูก  มี  4  พันธุ์  คือ
1.พันธุ์หางไก่แจ้ เป็นพระเอกของสวนหมากแดงลุงกลม  ลักษณะเด่น  คือ  กาบใบ  และก้านทางใบ  จะมีสีแดงสดมากกว่าพันธุ์อื่น  ใบมีนวลขาวขุ่น  และก้านใบแข็งและตั้งตรงเป็นสง่า  คล้ายหางไก่แจ้นั่นเอง
2.พันธุ์เหลืองทอง   กาบที่หุ้มใบเป็นสีเหลืองอมส้ม
3.พันธุ์แอปเปิ้ล   เป็นพันธุ์ที่เกิดจากความผิดปกติ  คือ  กาบที่หุ้มใบเป็นสีคล้ายผิวของแอปเปิ้ลแดง  เป็นลายทางสวยงามมาก
4.พันธุ์ธรรมดา   ลักษณะก้านทางใบจะอ่อนช้อย  ปลายใบตก  กาบที่หุ้มใบเป็นสีส้มเข้มจนถึงสีแดง

ได้ทั้งวิธีการเพาะเมล็ด  และการแยกหน่อจากต้นแม่

การลงทุนเริ่มแรก  ต้นพันธุ์ส่วนหนึ่งก็ได้มาจากพ่อตา  และบางส่วนก็สั่งเมล็ดมาจากทางภาคใต้ กิโลกรัมละ  1,200  บาท  เปอร์เซ็นต์ในการงอก  60-70%  มีเมล็ดประมาณ  7,000  เมล็ด  เพื่อนำมาเพาะเมล็ดขยายพันธุ์เอง  จึงทำให้หมากแดงที่ปลูกเกิดความหลากหลายมากขึ้น

การเพาะเมล็ด  นำเมล็ดแก่ที่มีสีม่วงคล้ำเกือบดำไปเพาะในกระบะ  หรือตะกร้าพลาสติก  เอากระดาษหนังสือพิมพ์รองก้นแล้วเจาะรูระบายน้ำเล็กน้อย  วัสดุเพาะใช้ขุยมะพร้าว  ขี้เถ้าแกลบ  และทราย  ในอัตราส่วนที่เท่ากัน

“ตามจริงใช้เพียงขี้เถ้าแกลบกับทรายก็เพียงพอแล้ว  แต่ที่เพิ่มขุยมะพร้าวด้วยเพราะมีข้อดีด้านความชุ่มชื้น  อุ้มน้ำดี  แต่ก็มีข้อเสียหากชื้นแฉะมากไป  เสี่ยงเป็นเชื้อรา”  จากนั้นนำมาใส่ถุงพลาสติกมัดปากถุงให้แน่นเพื่อเก็บรักษาให้มีความชื้นที่เหมาะสม  หรือจะวางไว้เฉยๆ  โดยไม่ต้องคลุมถุงก็ได้  แต่หน้าดินจะแห้งเร็ว  ทำให้ต้องคอยสังเกต  และดูแลการรดน้ำให้ชื้นอยู่ตลอด  เมล็ดที่สมบูรณ์ใช้เวลาอย่างเร็วสุดประมาณ  4-5  เดือน  นับว่าเป็นไม้ที่มีพัฒนาการเติบโตช้ามาก

นาวาเอกประเภทบอกว่า จะใช้เวลา  3-5  เดือน  เมล็ดจะเริ่มงอกเป็นต้นอ่อน  ซึ่งการเจริญเติบโตจะช้ามาก  เมื่อต้นกล้าอายุ  12-18  เดือน หรือครึ่งปี  พร้อมแยกออกจากตะกร้า  ให้สังเกตว่าใบเลี้ยงเริ่มคลี่กางออก  แล้วค่อยย้ายมาชำลงถุงดำ  ถุงละ  1  ต้น ปลูกเลี้ยงในที่ร่มรำไรภายในโรงเรือน  พร้อมที่จะนำไปปลูก

หมากแดงที่ย้ายลงปลูกถุงดำจะใช้เวลาประมาณ  2  ปี  จึงจะย้ายปลูกลงดิน  โดยดูต้นที่สมบูรณ์ลงปลูกก่อนตามความเหมาะสม  หรืออาจใช้หมากแดงที่แตกหน่อแยกมาปักชำ  เมื่อต้นสมบูรณ์จึงย้ายออกปลูกลงดินได้เช่นกัน  เพราะวิธีเพาะเมล็ดจะกินเวลานาน  และต้นจะเริ่มเป็นสีแดงเมื่ออายุได้  3-4  ปีขึ้นไป


“คนปลูกหมากแดงรุ่นหลังนี้  เขาจะไม่ค่อยนิยมเพาะเมล็ดกันมากนัก  เพราะว่าต้นกว่าจะโตลงดินได้มันนาน  เขาก็จะใช้วิธีแยกหน่อเอา  แต่การแยกหน่อกับเพาะเมล็ดข้อดีมันแตกต่างกัน  อย่างเพาะเมล็ดมีข้อดีเรื่องผลิตได้ปริมาณมาก  และเมล็ดที่สมบูรณ์ก็จะได้หน่อที่สมบูรณ์  รวมถึงลักษณะรูปทรงที่สมส่วน  สวยงาม  ส่วนการแยกหน่อ  ข้อดี  คือไม่ต้องรอนาน  แต่ได้จำนวนน้อยต้น”  นาวาเอกประเภทพูดข้อแตกต่างระหว่างไม้เมล็ดกับไม้หน่อ

ปลูกก่อนฤดูฝน หรือช่วงฤดูฝนจะดีมาก  มีอัตราการรอดสูง  ต้นสมบูรณ์  หมากแดงสามารถปลูกได้ทุกสภาพพื้นที่  เจริญได้ดีในดินร่วนปนทราย  ดินมีอินทรียวัตถุมากๆ

พื้นที่ร่องสวนที่นี่เป็นดินค่อนข้างเหนียว  หมากแดงที่ปลูกลงดิน  ก่อนปลูกต้องยกร่องเป็นแปลงปลูก  ความกว้างและความยาวตามขนาดของพื้นที่  ระหว่างแปลงปลูกจัดเป็นร่องน้ำกว้างประมาณ  50  ซม.  จะปลูกห่างกันประมาณ  80  ซม.ถึง  1  เมตร

วิธีการ  คือ ขุดหลุมปลูก  กว้างและลึก  ประมาณ  15  ซม.  รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอก  ต่อมานำหมากแดงปลูก  โดยนำดินที่ขุดขึ้นมากลบตามไปก่อน  แล้วจึงนำดินใหม่ที่ซื้อมาผสมร่วมด้วย  จากนั้นโรยปุ๋ยคอกทับอีกเล็กน้อย  หรือทางที่ดีใส่ขี้เลนปิดทับบริเวณโคนต้น  เพราะมีอินทรียวัตถุเยอะ  ไม่เน้นปุ๋ยเคมี

นาวาเอกประเภทให้เหตุผลว่า  หากใช้ปุ๋ยเคมีจะทำให้ดินมีผลเสียระยะยาว  และการใส่ปุ๋ยทำให้ต้นโตเร็ว  ใบพุ่ง  ใบห่าง 
เก้งก้าง  ไม่สม่ำเสมอ และโอกาสยอดเน่าเสียมีมาก  โดยเฉพาะในหน้าฝน


การปลูก  ทำโรงเรือนขนาดใหญ่ครอบคลุมพื้นที่ปลูกทั้งหมด  เพราะหมากแดงเป็นพืชต้องการแสงน้อย  ดังนั้นการปลูกหมากแดงจึงจำเป็นต้องสร้างโรงเรือน  เลี้ยงภายใต้ตาข่ายพรางแสง  60%  หากใช้ซาแรนที่มีความหนามากเกินไป  ใบหมากจะยืดยาวไม่เข้ารูป

แสงแดด  เป็นปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของหมากแดง  หากได้รับปริมาณแสงที่มากเกินไป  กาบใบจะเปลี่ยนสีไปจากเดิม  มองดูไม่สวยงาม  ซึ่งหากมีการจัดการที่เหมาะสมย่อมจะทำให้ต้นมีการเจริญเติบโตแตกกอขึ้นได้นับเป็นเรื่องดี

“แต่มันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย  น้ำ  อากาศ  แสง  ที่จะให้เรื่องสี  คุณจะสังเกตได้เลยจะมีสีแดง  ส้ม  เหลือง  ทำไมมันเป็นอย่างงั้น  นี่แหละถ้าเกิดไม่มีซาแรนแล้วต้นถูกแดดมากจะเป็นสีส้มหมดเลย”  นาวาเอกประเภทพูดเรื่องการเกิดสีมีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง

เจ้าของสวนแนะนำว่า  ทางทิศตะวันตก  ช่วงบ่ายแก่  แดดจะแรงมาก  ควรปลูกต้นไม้ให้ร่มเงา  หรือเพื่อช่วยบังแดด  เช่น  ต้นมะม่วง  เป็นต้น และเนื่องจากเราทำแบบเกษตรผสมผสานด้วย  พืชที่ให้ร่มเงาก็สามารถสร้างรายได้ทางอื่นอีกต่อหนึ่ง  เขาพูดเพิ่มเติมว่าเพราะหมากแดงกลัวแดดบ่าย ต้องมีอะไรกรองไว้บ้าง  อย่าให้ถูกแดดโดยตรง  โอกาสใบไหม้ตายมีสูง  ไม้ตระกูลนี้นิยมดูใบ  หากปลายใบไหม้จะไม่สวย  วิธีแก้  คือ  หากปลูกอยู่กลางแจ้ง  แดดจัด  คุณต้องให้น้ำมากๆ  หรือเลือกสถานที่ที่มีดินปลูกชุ่มชื้น  มันถึงจะทนไหว

การให้น้ำ  เจ้าของสวนเล่าว่า มีการดูแลง่าย  เพราะเมื่อปลูกลงดินแล้วต้นจะหากินเอง  โตเร็วมาก  สวนจะไม่รดน้ำเลย เลี้ยงแบบธรรมชาติ  ต้นไหนอยู่บนที่ดอนหน่อย  น้ำไปไม่ถึง  ต้นจะแสดงอาการ เราต้องสังเกตควบคู่ไปด้วย  ในการให้น้ำยกเว้นไม้ไซส์เล็กที่อยู่ในถุงดำ  จะรดน้ำวันละ  1  ครั้ง  ถ้าเป็นน้ำเค็ม-กร่อยก็ยังอยู่ได้ แต่จะโตช้ากว่าน้ำจืด  ในทางที่ดีควรปลูกหมากแดงในดินร่วนปนทราย  เก็บความชื้นได้ดี  เพราะหมากแดงต้องการน้ำมาก  ไม่ชอบความแห้งแล้ง

“หมากแดงชอบความชื้นสูง  และมีอินทรียวัตถุเยอะๆ  เช่น  พวกใบไม้  หรือตรมเลน  ป่าพรุ  ที่เกิดจากการทับถมของซากพืช  ซากสัตว์  มีความชุ่มแฉะ  มันโตขึ้นในน้ำได้  จะเห็นว่าผมนำไปปลูกใกล้ริมน้ำ  ต้นโตแตกกอดีมาก สีแดงเข้มสวย”  เจ้าของสวนบอกเคล็ดลับการปลูกเลี้ยงหมากแดงอย่างง่าย

แมลงศัตรูตัวฉกาจของหมากแดง  คือ  ตั๊กแตน  โดยกัดแทะเล็มใบขาดแหว่ง  การกำจัด  คือ  การจับทำลาย  หรือฉีดพ่นยา  และแมลงดูดกินน้ำเลี้ยงจากพืช  พวกเพลี้ยต่างๆ เช่น เพลี้ยกระโดด  และเพลี้ยแป้ง  เป็นต้น  มีผลต่อสีของกาบใบจะซีดลง


เมื่อปลูกได้อายุประมาณ  2  ปี  ต้นมีความสูงประมาณ  1.5-2  เมตรขึ้นไป  เพราะต้นขนาดเท่านี้รากยังไม่เยอะเท่าไหร่  เหมาะในการขุดล้อม นอกจากลูกค้าได้กำหนดขนาดความสูงมาให้ จะเริ่มขุดล้อมลำต้นโดยใช้อุปกรณ์ที่ประดิษฐ์ขึ้นเอง  ลักษณะเป็นแฉกที่ปลายคล้ายลิ้นงู

ที่เป็นเช่นนี้เจ้าของสวนให้เหตุผลว่า  จากประสบการณ์ที่เคยใช้เสียมแบบหน้าตัดตรง  พบว่าตัดรากไม่ขาดในทีเดียว  แต่หลังจากได้อุปกรณ์ชิ้นนี้มาปรากฏว่าเวลาแทงตัดราก  แฉกที่ปลายคมช่วยล็อครากไม่ให้ดิ้น  สามารถตัดขาดในครั้งเดียว  ทำให้รากไม่ช้ำ  ต้นฟื้นตัวไวกว่า

ขั้นตอน  คือ  หลังจากแซะดิน และตัดรากรอบต้นเสร็จแล้ว  ยกขึ้นมาเลี้ยงต่อในถุงดำ หรือกระถางพลาสติก  ใส่วัสดุปลูกขุยมะพร้าวล้วนที่แช่น้ำจนชุ่ม เลี้ยงรอให้ไม้ฟื้นตัว  1-2  อาทิตย์  ระยะเวลาขึ้นกับความสมบูรณ์  และขนาดของต้นด้วย  “พอขุดไป  ใบด้านล่างจะเป็นสีเหลือง เกิดจากการคลายน้ำแล้วทิ้งใบ  เพื่อรักษาสมดุลของต้น  ดังนั้นเมื่อขุดมาแล้วช่วงชำลงถุง  เราต้องตัดใบออกบ้าง  เพื่อลดการคายน้ำ  ไม่ให้ต้นโทรมมากด้วย”

การแพ็คห่อ  เทคนิคคือ  ใช้วิธีรวบกาบใบลู่ขึ้นแล้วมัดพันด้วยเชือกอย่างเบามือ  อย่าให้ใบและก้านใบแตก  เพราะจะเกิดรอยแตกแห้งจำนวนมาก  ต้องอาศัยประสบการณ์ความชำนาญของแต่ละบุคคล

ราคาของต้นหมากแดงขึ้นอยู่กับความสูงและฟอร์มต้นเป็นหลัก  ยิ่งสูงยิ่งแพง  วัดความสูงจากจากโคนต้นถึงยอดใบบนสุด  ต้นหมากแดงที่มีขนาดความสูงตั้งแต่  1.5-2  เมตรขึ้นไป  จะสามารถนำไปขายได้ราคาดี

มีให้เลือกหลายลักษณะ  และรูปทรงที่สวยงามแตกต่างกันมากมายตามความต้องการและพอใจ  หมากแดง  ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ตลาดพันธุ์ไม้มีความต้องการสูง  ทั้งนี้เพราะมีสีสันสวยงาม

“ต้นได้ขนาด ฟอร์มสูง  ทรงดี  ราคาก็ดี” สวน  หมากแดง  ลุงกลมยืนยัน

แต่ทั้งนี้ต้นหมากแดงจะต้องมีคุณภาพ  คือ ลำต้นสูง ตั้งตรง  ทรงสวย  กาบใบสีสด  รวมไปถึงไม่มีแมลงศัตรูพืชมาทำลาย  ตลาดของต้นหมากแดงของสวนนอกจากส่งไปจำหน่ายที่ตลาดน้ำบางน้ำผึ้งแล้ว ยังมีพ่อค้า-แม่ค้ามารับซื้อ-ขุดถึงที่
 
“เขาชอบใจ  ถูกใจ  ต้นไหน  เขาก็ขุดได้เลยตามใจชอบ  ก็มาตีราคากันอีกครั้ง  ลูกค้ามีหลายระดับ  หลายความนิยม  การเลือกฟอร์มไม้ก็ไม่เหมือนกัน  บางคนชอบต้นเดี่ยวเพราะเห็นสีแดงชัดเจน  บางคนชอบต้นแม่ที่มีลูกเยอะรอบต้น  แล้วก็เห็นสีแดงรำไร  วิปแว๊บ”   นาวาเอกประเภทกล่าว

แนะนำ..สำหรับมือใหม่ว่า  ให้มองเป็นอาชีพเสริม
ในช่วงสุดท้ายของการสัมภาษณ์  นาวาเอกประเภทพูดแนะนำสำหรับมือใหม่ว่า  ให้มองเป็นอาชีพเสริมก่อน  ต้องมีความชอบก่อน ลองไปปลูกเล่นๆ  ดู  หรืออาจควบคู่กับไม้อื่นไปด้วย  ถ้าพูดถึงเรื่องตลาด หมากแดงยังไปได้  นี่ขนาดผมทำกับภรรยาสองคน  ไม่มีเรื่องการโฆษณามาก  ก็ยังขายได้เรื่อยๆ  บางทียังไม่พอด้วยซ้ำ

หรือใครปลูกแล้วทำตลาดออนไลน์  ก็น่าจะดีไปอีกแบบ  ก็อยากแนะนำให้ช่วยกันปลูก ศึกษากันไป  จากงานอดิเรกที่ทำด้วยรัก  เดี๋ยวก็กลายเป็นงานสร้างรายได้ให้เราเอง

ผู้สนใจสั่งซื้อ หมากแดง หรือต้องการปลูก หมากแดง เพื่อการค้า สามารถโทรศัพท์ขอคำปรึกษา หรือมีข้อสงสัย  เรื่องการปลูกเลี้ยง  สามารถแวะเวียนมาเยี่ยมชมสวน หรือติดต่อสอบถามได้ตามที่อยู่ด้านล่างนี้

ขอขอบคุณ  สวนหมากแดงลุงกลม  นาวาเอกประเภท  มาอ่วม  ที่อยู่  :  11/2 ม.1  ต.บางกระสอบ  อ.พระประแดง  จ.สมุทรปราการ  10130 โทรศัพท์  08-4765-7786






ข้อมูลอ้างอิง  :   https://www.palangkaset.com/


โพสต์โดยสมาชิก : POK@




menu FIND US ON FACEBOOK arrow


menu ข่าวล่าสุด arrow