menu หลวงพี่-จีวรบิน! พระถือปืนวิ่งช่วยตัวประกัน สุดท้าย "อาบัติ" ต้องสึกกลับมาเป็นตำรวจ
date 11 ก.ค. 62 10:07    หมวด: ข่าวเด่น
facebook twitter google plus


หลวงพี่-จีวรบิน! พระถือปืนวิ่งช่วยตัวประกัน สุดท้าย "อาบัติ" ต้องสึกกลับมาเป็นตำรวจ

หลวงพี่-จีวรบิน! พระถือปืนวิ่งช่วยตัวประกัน สุดท้าย "อาบัติ" ต้องสึกกลับมาเป็นตำรวจ


(10 ก.ค.62) เฟซบุ๊ก โม่งดำ-Black Hood Tactical เผยภาพจากกล้องวงจรปิดจับภาพ พระรูปหนึ่งกำลังวิ่ง โดยในจีวรคล้ายซ่อนอาวุธปืนยาวไว้ จากการตรวจสอบพบว่าเป็นเหตุการณ์ที่ นายเอื้อน อายุ 60 ปี ใช้มีดปลายแหลมประมาณ 1 ฟุต บุกจี้นางสำเริง อายุ 58 ปี ผู้เป็นภรรยา เพื่อต้องการให้กลับไปอยู่ด้วยกัน หลังแยกกันอยู่ตั้งแต่ก่อนเดือนเมษาแล้ว โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจรจาเกลี่ยกล่อมนานหลายชั่วโมงแต่ก็ไม่เป็นผล

ในระหว่างนั้นมีหลวงพี่กอล์ฟ ซึ่งเดิมเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจแห่งหนึ่งในจังหวัดนครสวรรค์ ปัจจุบันเป็น พระลูกวัด ณ วัดสุคตวราราม อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ มาซื้อปัจจัยกับบริเวณปั๊มน้ำมันที่เกิดเหตุพอดี จึงดูเหตุการณ์อยู่ห่างๆ แต่สถานการณ์เริ่มตึงเครียดมากยิ่งขึ้น ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจประเมินว่าคนร้ายอาจมีอาวุธปืนซ่อนอยู่ด้วย และเพื่อความปลอดภัยของตัวประกันจึงต้องรีบช่วยเหลือด้วยความระมัดระวังและช่วยเหลือให้เร็วที่สุด ทางหลวงพี่กอล์ฟ จึงต้องตัดสินใจขอยืมเสื้อเกราะกันกระสุนและอาวุธปืนลูกซอง ของเพื่อนตำรวจในหน่วยเดียวกันทำภารกิจช่วยเหลือตัวประกันและควบคุมตัวคนร้ายในครั้งนี้

จนกระทั่งตัวประกันวิ่งหนีออกจากออฟฟิศได้ เหลือแต่นายเอื้อนที่ยังไม่ยอมออกมา ก่อนตัดสินใจถือมีดวิ่งออกจากออฟฟิศ เพื่อจะหนีการจับกุมและวิ่งหนีออกไปจากปั๊มน้ำมัน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเร่งทำการควบคุมตัว โดยมีหลวงพี่กอล์ฟทำหน้าที่สนับสนุนและคุ้มครอง
อยู่ในแนวหลังตามที่เห็นในภาพ และจากการค้นตัวคนร้ายมีมีด 1 เล่ม ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจท่านหนึ่งถูกมีดบาดเข้าที่มือด้านซ้ายและกกขาด้านซ้ายตอนชุลมุลช่วงเข้าจับกุม ส่วนตัวประกันและคนร้ายปลอดภัย

ต่อมาหลวงพี่กอล์ฟ ยอมรับว่า ตนเองเป็นพระที่ถืออาวุธปืนลูกซองตามที่เห็นในภาพจริง ซึ่งตนเองก็ละทางโลกหันหน้าเข้าหาทางธรรม ตั้งใจบวชปฏิบัติธรรม 20 วัน และในวันที่ 14 ของการที่เป็นพระอยู่นั้น ก็มีเหตุจำเป็นที่ต้องใช้ปัจจัยบางอย่าง และเป็นการบังเอิญที่ไปเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ ซึ่งไม่ต้องการที่จะให้เกิดการสูญเสียใดๆ กับใครทั้งสิ้น จึงลืมความเป็นพระและเข้าร่วมปฏิบัติหน้าที่ในที่สุด เมื่อเหตุการณ์จบลงตนเองก็ได้กลับวัดและสารภาพกับเจ้าอาวาสเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ทำลงไป ซึ่งเจ้าอาวาสก็บอกว่าเป็นการอาบัติอย่างแน่นอน แต่ทางเจ้าอาวาสก็ได้ปลอบใจว่า ที่ทำไปเพราะความจำเป็นในการช่วยเหลือชีวิตผู้อื่น จึงทำการปลงอาบัติให้ และตนเองจึงใช้เวลาที่เหลือ 6 วัน ตั้งใจศึกษาปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัด จนเมื่อช่วงสายของวันนี้ ได้ลาสิกขาออกมาและปฏิบัติหน้าที่ตำรวจต่อในทันที



ขอขอบคุณข้อมูล : เรื่องเล่าเช้านี้
วิดีโอ : โม่งดำ-Black Hood Tactical


โพสต์โดยสมาชิก : Ao




menu FIND US ON FACEBOOK arrow


menu ข่าวล่าสุด arrow