menu ช่วงอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย กรมส่งเสริมการเกษตร แนะเกษตรกรสวนผลไม้ เตรียมปรับตัวดูแลผลผลิต
date 25 ก.ค. 62 11:07    หมวด: เกษตรน่ารู้
facebook twitter google plus


ช่วงอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย กรมส่งเสริมการเกษตร แนะเกษตรกรสวนผลไม้ เตรียมปรับตัวดูแลผลผลิต

ช่วงอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย กรมส่งเสริมการเกษตร
แนะเกษตรกรสวนผลไม้ เตรียมปรับตัวดูแลผลผลิต 

นายสำราญ  สาราบรรณ์  อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร   เปิดเผยว่า  แม้ระยะนี้จะเข้าสู่ช่วงฤดูฝนแต่ได้เกิดสถานการณ์ฝนทิ้งช่วงมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน  2562  ในหลายพื้นที่ของประเทศ  ทำให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำมีเพียง  ร้อยละ  49  และน้ำมีไม่เพียงพอสำหรับทำการเกษตร  ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบต่อพืชผลทางการเกษตรของเกษตรกรเป็นจำนวนมาก   กรมส่งเสริมการเกษตร จึงขอให้พี่น้อง เกษตรกรชาวสวนผลไม้ เข้าใจเรื่องการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ  โดยเฉพาะช่วงอากาศร้อนจัดและมีฝนตกฉับพลันจะส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของต้นไม้ผลเป็นอย่างมาก  เนื่องจากไม้ผลช่วงนี้ผลผลิตอยู่ในระยะเกิดตาดอก  เป็นช่วงสำคัญที่จะพัฒนาเป็นช่อดอกในเวลาถัดมาอีกประมาณ  15-20  วัน  แต่หากระยะนี้มีฝนตกลงมากะทันหัน  จะทำให้ต้นไม้ผลมีการปรับตัวเปลี่ยนแปลงจากการเกิดตาดอกไปเป็นแทงใบอ่อนแทน


ดังนั้น  เกษตรกรจึงจำเป็นต้องพยายามปรับตัวในหลายมิติ  ได้แก่  1. กรณีลงทุนทำสวนใหม่  ควรวางแผนการผลิตพืชให้เจริญเติบโตภายใต้สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง  มีแหล่งน้ำสำรองกรณีกระทบแล้งควรมี   wind break   รองรับป้องกันลมพายุ มีทางระบายน้ำที่รวดเร็วกรณีฝนตกหนักน้ำท่วมฉับพลัน  2. เรียนรู้ปฏิทินรอบการผลิตพืชตลอดทั้งปีว่าต้องดูแลรักษาอย่างไร  ตั้งแต่เริ่มตัดแต่งกิ่ง เตรียมต้นให้พร้อมหลังการเก็บเกี่ยว  ถ้าแต่งกิ่งแล้ว  ใบอ่อนออกไม่พร้อมกัน โอกาสที่จะเกิดดอกพร้อมกันก็ยากเช่นกัน อีกทั้งการดูแลช่วงเวลาที่วิกฤตเสี่ยงต่อการจะเกิดตาใบแทนตาดอก  ต้องมีการบำรุงต้นโดยใช้  ปุ๋ยฟอสฟอรัสสูง  เช่น  สูตร  0-52-34  ในช่วงฝนตกชุก  ก็เป็นวิธีช่วยยับยั้งการแตกใบอ่อนได้ดีมาก  แต่ไม่ควรพ่นติดต่อกันเกิน  3  ครั้ง  เพราะจะทำให้ตายอดของพืชแห้งและบอดได้ ซึ่งจะดึงให้เป็นช่อดอกได้ยาก ข้อควรระวัง  ช่วงนี้อาจมีลมกระโชกแรงและฝนตกหนักเกิดขึ้น  บางครั้งยังมีลูกเห็บตกลงมาด้วย พายุฟ้าคะนองนี้เป็นพายุที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาอันสั้นมีน้อยครั้งที่เกิดขึ้นนานกว่า  2  ชั่วโมง  ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสวนไม้ผล  นั่นคือ  ผลไม้ที่อยู่ในระยะพัฒนาจากผลอ่อนใกล้จะเป็นผลแก่ พร้อมที่จะเก็บเกี่ยวมีอันต้องเสียหายไป นอกจากนี้ บางช่วงอากาศจะแห้งมากเอื้ออำนวยต่อการเกิดอัคคีภัยและไฟป่าได้ จึงขอให้ระมัดระวังการใช้เชื้อเพลิงในการทำกิจกรรมต่างๆ  ในระยะนี้ไว้ด้วย

สำหรับการปรับตัวของเกษตรกรเพื่อบริหารจัดการผลผลิตให้มีคุณภาพดี (กรณีตัวอย่างมังคุด)  ปีนี้ผลผลิตมังคุดมีแนวโน้มการผลิตสูงขึ้นมากกว่าปีที่แล้ว  ตลาดมังคุดเปิดกว้างมากขึ้น  เกษตรกรน่าจะขายได้ราคาดีแต่จากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อยส่งผลต่อคุณภาพของผลมังคุดและผลไม้ชนิดอื่น  ซึ่งเกษตรกรควรเตรียมการดังนี้  
1. วางแผนการผลิตและการดูแลรักษาให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ และมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ  
2. ตัดแต่งกิ่งที่แน่นทึบหรือกิ่งที่ไม่ให้ผลผลิตออก  เพื่อให้ทรงพุ่มโปร่ง  ไม่ต้านลม  ทยอยเก็บผลผลิต  เพื่อลดความเสียหาย  
3. คัดแยกผลที่ไม่สมบูรณ์ตกเกรด  รูปทรงไม่ปกติหรือมีขนาดเล็ก  เพื่อลดน้ำหนักบนกิ่งและต้นลง 
4. ติดตามข่าวพยากรณ์อากาศอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ  เพื่อจะได้วางแผนป้องกันปัญหาได้ทันท่วงที 
5. คาดคะเนช่วงเวลาที่ผลผลิตจะออกสู่ตลาดล่วงหน้า  พร้อมทั้งหาตลาดล่วงหน้ารองรับ มีการซื้อขายผลผลิตในรูปแบบบกลุ่ม ทำให้มีอำนาจต่อรอง 
6. มี  packaging ที่เหมาะสมสื่อกับตลาดได้ชัดเจน


อย่างไรก็ตาม  สภาพอากาศนับจากนี้ยังค่อนข้างแปรปรวน  นอกจากปัญหาลมพายุและพายุฤดูร้อนแล้ว  สวนไม้ผลยังมีความเสี่ยงกับปัญหาภัยแล้งจากฝนทิ้งช่วง  ซึ่งมักเกิดประมาณกลางเดือนกรกฎาคมถึงเดือนสิงหาคม  อาจทำให้ผลไม้ด้อยคุณภาพจนถึงต้นแห้งตายได้ ดังนั้น ชาวสวนไม้ผลต้องเตรียมความพร้อมรับมือกับปัญหาดังกล่าวด้วย  หากสังเกตเห็นต้นไม้ผลใบเหี่ยวเฉา ควรให้น้ำอย่างน้อย  7-10  วัน  ต่อครั้ง หรือให้น้ำปริมาณเพียงพอกับความต้องการของพืช  เพื่อช่วยให้ไม้ผลผ่านช่วงแล้งไปได้ซึ่งผลผลิตจะไม่ร่วงและผลสามารถพัฒนาคุณภาพได้อย่างสมบูรณ์ด้วย









ข้อมูลอ้างอิง  :   https://www.technologychaoban.com/


โพสต์โดยสมาชิก : POK@




menu FIND US ON FACEBOOK arrow


menu ข่าวล่าสุด arrow