menu กรมวิชาการเกษตร แนะเกษตรกรสวนทุเรียนเฝ้าระวัง การระบาดของโรคใบไหม้หรือโรคใบติด
date 05 ส.ค. 62 10:08    หมวด: เกษตรน่ารู้
facebook twitter google plus


กรมวิชาการเกษตร แนะเกษตรกรสวนทุเรียนเฝ้าระวัง การระบาดของโรคใบไหม้หรือโรคใบติด

กรมวิชาการเกษตร  แนะเกษตรกรสวนทุเรียนเฝ้าระวัง
การระบาดของโรคใบไหม้หรือโรคใบติด

สภาพอากาศร้อนชื้น  เวลากลางวันมีแดดจัด  และมีฝนตกในบางพื้นที่ช่วงนี้   กรมวิชาการเกษตร   แนะ เกษตรกรชาวสวนทุเรียน เฝ้าระวังการระบาดของ โรคใบไหม้หรือโรคใบติด  สามารถพบได้ในระยะการเจริญเติบโตทางลำต้น อาการเริ่มแรกจะพบบนใบมีแผลคล้ายถูกน้ำร้อนลวก  ต่อมาแผลจะขยายตัวและเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล มีขนาดและรูปร่างไม่แน่นอน  จากนั้นจะลุกลามไปยังใบปกติข้างเคียง กรณีที่มีความชื้นสูงเชื้อราสาเหตุโรคจะสร้างเส้นใยคล้ายใยแมงมุมยึดใบให้ติดกัน ใบที่เป็นโรคจะแห้งติดอยู่กับกิ่งก่อนหลุดร่วงไปสัมผัสกับใบที่อยู่ด้านล่าง  ทำให้โรคระบาดลุกลามจนใบไหม้เห็นเป็นหย่อมๆ  ใบแห้งติดกันเป็นกระจุกแขวนค้างตามกิ่ง  ต่อมาใบจะร่วงจนเหลือแต่กิ่ง  และกิ่งแห้งในที่สุด  ทำให้ต้นทุเรียนเสียรูปทรง


สำหรับ แนวทางในการป้องกันโรคใบไหม้   เกษตรกรควรหมั่นตรวจแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ หากพบการระบาดของโรคใบไหม้  ให้เกษตรกรตัดส่วนที่เป็นโรคและเก็บเศษพืชที่เป็นโรคและใบที่ร่วงหล่นนำไปเผาทำลายนอกแปลงปลูก เพื่อลดปริมาณเชื้อสะสมในแปลง  จากนั้นให้เกษตรกรพ่นที่ใบให้ทั่วทั้งต้นด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืชทีบูโคนาโซล + ไตรฟลอกซีสโตรบิน  50% + 25%  ดับเบิ้ลยูจี  อัตรา  10  กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารเพนทิโอไพแรด  20%  เอสซี อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ  20  ลิตร หรือสารฟลูไตรอะฟอล  12.5%  เอสซี อัตรา  20  มิลลิลิตรต่อน้ำ  20  ลิตร

หรือสารเฮกซะโคนาโซล  5%  เอสซี  อัตรา  20  มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร  หรือสารคอปเปอร์ออกซีคลอไรด์  65.2%  ดับเบิ้ลยูจี  อัตรา  20  กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร  หรือสารคอปเปอร์ออกซีคลอไรด์  85%  ดับเบิ้ลยูพี 
อัตรา  30-50  กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร  หรือสารคอปเปอร์ไฮดรอกไซด์  77%  ดับเบิ้ลยูพี  อัตรา  20  กรัมต่อน้ำ  20  ลิตร หรือสารคิวปรัสออกไซด์  86.2%  ดับเบิ้ลยูจี อัตรา 10-20 กรัมต่อน้ำ  20  ลิตร  ทุก  7-10  วัน

ส่วนในแปลงปลูกที่มีความชื้นสูง และมีการระบาดของโรคเป็นประจำ หลีกเลี่ยง การใส่ปุ๋ยที่มีไนโตรเจนสูง เพื่อลดการแตกใบของต้นทุเรียน จากนั้น ให้เกษตรกรตัดแต่งทรงพุ่มให้โปร่งและกำจัดวัชพืชในแปลงปลูก เพื่อให้อากาศถ่ายเทสะดวก และช่วยลดความชื้นสะสมในแปลงปลูก อีกทั้งควรทำความสะอาดอุปกรณ์การเกษตรเมื่อใช้กับต้นที่เป็นโรคก่อนนำกลับมาใช้ใหม่ทุกครั้ง









ข้อมูลอ้างอิง  :   https://www.technologychaoban.com



โพสต์โดยสมาชิก : POK@




menu FIND US ON FACEBOOK arrow


menu ข่าวล่าสุด arrow