menu เทคนิคการปลูกชะอมไร้นาม เพื่อสร้างรายได้อย่างมืออาชีพ
date 08 ส.ค. 62 11:08    หมวด: เกษตรน่ารู้
facebook twitter google plus


เทคนิคการปลูกชะอมไร้นาม เพื่อสร้างรายได้อย่างมืออาชีพ

เทคนิคการปลูกชะอมไร้นาม
เพื่อสร้างรายได้อย่างมืออาชีพ

ชะอม   เป็นไม้ยืนต้นตระกูลถั่ว ที่มีอายุยืนนาน เป็นไม้เถาเลื้อย มีฝักเหมือนกระถิน  เมล็ดนำมาปลูกได้ กิ่งอ่อน  ยอดอ่อน  ใบอ่อน  มีกลิ่นหอมฉุนเฉพาะตัว  และมีวิตามินเอสูง  ยอดชะอมจัดเป็นอาหารประเภทผักที่มีคุณค่าอาหารสูงยิ่ง  ทั้งวิตามินเอ  โปรตีน  และเยื่อใยที่ร่างกายต้องการ ตามลำต้นและกิ่งก้านมีหนามแหลมหรือไม่มีหนาม ใบเป็นใบประกอบขนาดเล็ก มีก้านใบแยกเป็นใบอยู่  2  ทาง  ลักษณะคล้ายใบกระถิน หรือใบส้มป่อย ต้นชะอมหากถูกเด็ดยอดจะแตกกิ่งข้างต้นหนาแน่น  ชะอม  เป็นพืชที่เจริญเติบโตได้ในทุกสภาพดิน  ไม่ว่าดินเหนียว ดินร่วน  ดินทราย  ยกเว้นดินเค็มและกรดจัด  ปลูกง่าย  ทนแล้ง  ใช้น้ำน้อย


“ชะอม” หลายคนจะต้องนึกถึงเมนูอาหารที่แสนอร่อยจากผักพื้นบ้านชนิดนี้ที่มีกลิ่นและรสชาติเฉพาะตัว  อาทิ  ชะอมชุบไข่ทอดกับน้ำพริกกะปิ  แกงแคไก่อาหารของคนเหนือ  แกงลาวของคนอีสาน  ฯลฯ  ชะอมจึงจัดเป็นผักพื้นบ้านที่มีคนไทยบริโภคเป็นประจำ  และมีความต้องการในแต่ละวันไม่น้อยไปกว่าผักพื้นบ้านชนิดอื่น เกษตรกรไทยมักจะมองว่า การปลูกพืชผักสวนครัวจะเป็นเพียงอาชีพเสริม ไม่สามารถสร้างรายได้หลักให้กับครอบครัวได้

ตัวอย่างแหล่งปลูกชะอมพื้นที่ใหญ่แห่งหนึ่งของจังหวัดพิจิตร  อยู่ที่อำเภอตะพานหิน  ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของการปลูก ชะอมพันธุ์ไร้หนาม   ดังคำขวัญของอำเภอตะพานหิน  “ถิ่นชะอมไร้หนาม  งามหลวงพ่อโต  งานประเพณีกำฟ้า  ทอผ้าป่าแดง” ตัวอย่างเกษตรกร คุณดอกไม้  อินอ้น  หรือป้าดอกไม้   วัย  78  ปี ที่ถือเป็นเกษตรกรที่เริ่มปลูกชะอมไร้หนามรายแรกๆ ของอำเภอตะพานหิน  และเป็นประธานกลุ่มผู้ปลูกชะอมไร้หนามบ้านคลองข่อย บ้านเลขที่ 31/6 หมู่ที่ 6 บ้านคลองข่อย ซอย 13 ตำบลไผ่หลวง อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร


การปลูกชะอมไร้หนาม   ที่หลายคนมองเป็นเพียงอาชีพรองนั้น  กลับสร้างรายได้หลักให้กับ ป้าดอกไม้ และครอบครัวมายาวนานมากกว่า  20  ปี และที่สวนชะอมไร้หนามของป้าดอกไม้  ยังเป็น “ศูนย์เรียนรู้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่” ประจำตำบลไผ่หลวง เพื่อเป็นจุดเรียนรู้  และถ่ายทอดความรู้  เรื่องการปลูกชะอมไร้หนาม  สำหรับผู้ที่สนใจหรือเกษตรกร

ปลูกชะอมไร้หนาม เริ่มต้นในพื้นที่  3  ไร่ สร้างรายได้ดีกว่าทำนา  10  ไร่
ก่อนที่ป้าดอกไม้จะปลูกชะอมไร้หนามก็ทำนามาก่อน  ปัจจุบัน  ก็ยังคงทำนาควบคู่ไป  ซึ่งนากลายเป็นอาชีพเสริมเท่านั้น  ป้าดอกไม้เล่าย้อนกลับไปว่า  ได้พันธุ์ชะอมไร้หนามมาปลูกแบบสวนครัวหลังบ้าน  เมื่อประมาณ  20  กว่าปีที่แล้ว  วัตถุประสงค์แรกของการปลูกชะอมไร้หนามในตอนนั้น  เพียงเพื่อบริโภคภายในครัวเรือน  และต่อมาเลยตอนกิ่งชะอมเพื่อขยายต้นปลูกเพื่อเก็บยอดชะอมจำหน่ายให้กับเพื่อนบ้านและตลาดในชุมชนเพื่อเป็นรายได้เสริมให้กับครอบครัว  หลังจากเก็บยอดชะอมขาย  ผลปรากฏว่าปริมาณของความต้องการในตลาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง  และมีรายได้ค่อนข้างแน่นอน มีเงินใช้จ่ายในครัวเรือนเกือบทุกวัน  ยิ่งเมื่อเปรียบเทียบกับการทำนา  ป้าดอกไม้  บอกว่า  ค่อนข้างเหนื่อยกว่ามาก  และยังมีค่าใช้จ่ายต่อไร่สูง  แล้วการปลูกข้าวยังประสบปัญหาในความไม่แน่นอนของสภาพดินฟ้าอากาศ  และราคา  เมื่อเปรียบเทียบรายได้จากการเก็บยอดชะอมไร้หนามขาย ในพื้นที่เพียง 3 ไร่ ที่เริ่มต้นทำนั้น  ดีกว่าปลูกข้าว ในพื้นที่  10  ไร่  ปัจจุบัน  ป้าดอกไม้และครอบครัวได้ขยายพื้นที่ปลูกชะอมไร้หนามออกไปถึง 6 ไร่ หรือราวเกือบ  10,000  ต้น  และแปลงปลูกกล้วยกับไผ่ เพื่อนำกาบกล้วย  และไม้ไผ่มาใช้ในการมัดกำชะอมที่จะต้องใช้เกือบทุกวัน
ป้าดอกไม้ยังได้บอกว่า  โรคและแมลงศัตรูชะอมมีน้อยมาก  และใช้เพียงแรงงานในครอบครัว ในแต่ละครอบครัวที่ปลูกชะอมไร้หนาม ในพื้นที่ 1-2 ไร่ หรือมากกว่านั้น จะมียอดให้เก็บหมุนเวียนได้ทุกวัน มีเงินมาใช้จ่ายในครอบครัว  วันละ  200-300  บาท  อย่างสบาย

ชนิดของชะอม  ที่ปลูกในบ้านเรา
ชะอม  ที่ปลูกกันในขณะนี้จะแบ่งออกเป็น  2  ชนิดใหญ่ๆ  ตามลักษณะ  คือชะอมมีหนาม  กับชะอมไม่มีหนาม (ชะอมไร้หนาม)  ต้นชะอมจะมีหนามทั่วทั้งต้น  และกิ่งก้านสาขา  รวมถึงส่วนของยอดอ่อนด้วย  ในขณะที่ต้นชะอมไร้หนามเกือบจะไม่มีหนามเลย หรือจะพบหนามบ้างเหมือนกันแต่น้อยมาก  จะพบเพียงหนามอ่อนห่างๆ  เท่านั้น  ข้อแตกต่างของชะอมทั้ง  2  ชนิด  ป้าดอกไม้  อธิบายว่า ยอดชะอมที่มีหนามจะมีกลิ่นแรงกว่ายอดชะอมไร้หนาม  แต่สำหรับรสชาติเมื่อนำไปประกอบอาหารจะใกล้เคียงกันจนแยกไม่ออก  แต่กลับรู้สึกว่าชะอมไร้หนามรับประทานง่ายกว่า  เพราะไม่มีหนามให้กวนใจเวลารับประทาน  สำหรับเกษตรกรที่คิดจะปลูกชะอมนั้น  ชะอมไร้หนามจะสะดวกในเรื่องของการเก็บเกี่ยวยอดเป็นอย่างมาก  เนื่องจากการที่ต้นหรือกิ่งไม่มีหนาม ทำให้เก็บได้ค่อนข้างรวดเร็ว และไม่ถูกหนามทิ่มแทงมือหรือร่างกาย นิสัยของการแตกยอดพบว่า  พันธุ์ที่มีหนามจะให้ยอดน้อยและแตกยอดช้ากว่าชะอมไร้หนาม ป้าดอกไม้ได้ย้ำว่าลักษณะของการแตกยอดจะเห็นได้ชัดมากในช่วงฤดูหนาว  ซึ่งเป็นช่วงที่ยอดชะอมมีราคาแพงที่สุด  ราคาจะสูงถึงกำละ  10-15  บาท  ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ชะอมในท้องตลาดมีน้อย  จะเห็นได้ชัดเลยว่าต้นชะอมไร้หนามให้ยอดที่ดีกว่าอย่างชัดเจน


ป้าดอกไม้  ได้บอกถึงวิธีการขยายพันธุ์ชะอมไร้หนาม  จะแบ่งเป็น  2  วิธี  คือ  การตอนกิ่ง  ซึ่งเป็นที่นิยมมากกว่า  เพราะรวดเร็ว  และออกรากได้ดี  โดยคัดเลือกกิ่งที่จะตอนไม่ให้แก่และอ่อนจนเกินไป  ขั้นตอนเหมือนกับการตอนไม้ผลทั่วไป  คือเลือกกิ่งกึ่งแก่กึ่งอ่อนที่สมบูรณ์ปราศจากโรคและแมลง ควั่นกิ่งด้านบนและด้านล่าง  ให้ห่างกันสัก  3-4  เซนติเมตร  ใช้ปลายมีดลอกเอาเปลือกชะอมออก แล้วขูดเยื่อเจริญที่เป็นเมือกลื่นๆ  ออก  จะทาด้วยน้ำยาเร่งรากหรือไม่ก็แล้วแต่  เพราะชะอมเป็นพืชที่ออกรากได้ง่าย แต่ถ้าทาด้วยน้ำยาเร่งรากก็จะยิ่งดีขึ้นอีก หุ้มด้วยขุยมะพร้าวที่แช่น้ำมาล่วงหน้าสัก  1  คืน  แล้วบีบน้ำออกให้หมาดน้ำ  อัดลงในถุงพลาสติก  เมื่อทำแผลตอนเสร็จ  ผ่าครึ่งถุงพลาสติกที่อัดขุยมะพร้าวและนำไปหุ้มบริเวณที่ลอกเปลือก มัดด้วยเชือกหรือตอกไม้ไผ่ ทั้งบนและล่างรอยแผลตุ้มตอนให้แน่น หลังจากนั้น ประมาณ  40-50  วัน  เมื่อกิ่งตอนมีรากเต็มตุ้มตอนและเริ่มแก่เป็นสีเหลืองอมสีน้ำตาล ปลายรากมีสีขาว  และมีจำนวนรากมากพอ จึงตัดกิ่งตอนได้ ก็สามารถตัดไปปลูกในแปลงได้เลย  ไม่ต้องชำลงถุงให้เสียเวลา  เมื่อนำกิ่งตอนปลูกลงดิน  ต้นชะอมจะตั้งตัวได้เร็ว











ข้อมูลอ้างอิง  :   https://www.technologychaoban.com/


โพสต์โดยสมาชิก : POK@




menu FIND US ON FACEBOOK arrow


menu ข่าวล่าสุด arrow