menu ศาลสั่งจำคุก "ป้าติ้น" 12 เดือน ไม่รอลงอาญา กุเรื่อง "หวย 30 ล้าน" ใส่ความผู้อื่น(คลิป)
date 14 ส.ค. 62 14:08    หมวด: ข่าวเด่น
facebook twitter google plus


ศาลสั่งจำคุก "ป้าติ้น" 12 เดือน ไม่รอลงอาญา กุเรื่อง "หวย 30 ล้าน" ใส่ความผู้อื่น(คลิป)

ศาลสั่งจำคุก "ป้าติ้น" 12 เดือน ไม่รอลงอาญา  กุเรื่อง "หวย 30 ล้าน" ใส่ความผู้อื่น(คลิป)


เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 14 ส.ค ที่ศาลอาญา ถ.ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษา คดีหมายเลขดำ อ.1802/2561 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 9 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นางเรวดี หาแก้ว หรือ ป้าติ้น อายุ 54 ปี เป็นจำเลยฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหายรู้ว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น, แจ้งข้อความแก่พนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาว่าได้มีการกระทำความผิดอันเป็นการแกล้งให้บุคคลใดต้องรับโทษฯ กรณีความเท็จกล่าวหา นางจรูญ เฮก หรือ ป้าติ๋ว ยักยอกหวยรางวัลที่ 1 งวดเดือน เม.ย. 2560 มูลค่า 30 ล้านบาทไป


โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ 12 เม.ย. 2560 ถึงวันที่ 8 พ.ค. 2560 จำเลยได้บังอาจแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ เกี่ยวกับความผิดอาญแก่ ร.ต.อ.คะนอง โสมทอง ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาประจำสภ.ดงเย็น ว่า ได้มีการกระทำความผิดอาญาเกิดขึ้นกล่าวคือ จำเลยได้แจ้งข้อความว่า เมื่อวันที่ 29 มี.ค. 2560 ผู้แจ้งได้ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลร่วมกับนางจรูญ เฮก ที่วัดศิริสุทโธ (คำชะโนด) อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี สลากกินแบ่งรัฐบาลหมายเลข 392785 จำนวน 5 ใบ เป็นเงิน 500 บาท โดยออกเงินกันคนละ 250 บาท ตกลงกันว่าเมื่อถูกรางวัลจะแบ่งคนละครึ่ง โดยมอบสลากกินแบ่งรัฐบาลให้ นางจรูญ เฮก เก็บรักษาไว้

ต่อมาวันที่ 1 เม.ย. 2560 สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ประกาศรางวัลปรากฏว่าสลากกินแบ่งรัฐบาลหมายเลข 392785 ที่ตนและนางจรูญ ร่วมกันซื้อไว้ถูกรางวัลที่ 1 เป็นเงินทั้งสิ้น 30 ล้านบาท เมื่อตนทวงถามนางจรูญ ได้บ่ายเบี่ยงตลอดมา จึงมาแจ้งความร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดีกับนางจรูญ ในความผิดฐานยักยอกทรัพย์ของผู้อื่นจนกว่าคดีถึงที่สุดความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352


ซึ่งการแจ้งข้อความดังกล่าวของจำเลยนั้นเป็นความเท็จทั้งสิ้น ความจริงจำเลยรู้อยู่แล้วว่าจำเลยมิได้ร่วมกับนางจรูญ ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล หมายเลข 392785 จำเลยและนางจรูญ ผู้เสียหาย มิได้ถูกรางวัลที่ 1 ประจำงวดวันที่ 1 เม.ย. 2560 และนางจรูญ ก็มิได้เป็นผู้กระทำผิดอาญาแต่ประการใด การที่จำเลยได้นำความเท็จดังกล่าวแจ้งนั้น ทำให้นางจรูญได้รับความเสียหาย โดยเป็นการเพื่อจะแกล้งให้ต้องรับโทษทางอาญา ในความผิดฐานยักยอกทรัพย์ อันเป็นการแจ้งความเท็จว่านางจรูญ ได้กระทำความผิดอาญา เหตุเกิดที่ ต.ดงเย็น อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ขอให้ลงโทษตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137,173, 174

โดยวันนี้พนักงานสอบสวน สภ.ดงเย็น อ.บ้านดุง ผู้เสียหายที่ 1 และ นางจรูญ หรือ ป้าติ๋ว ผู้เสียหายที่ 2 เดินทางมาฟังคำพิพากษาพร้อมกับ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม


ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์และจำเลยแล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริงได้ความจากพนักงานสอบสวนสภ.ดงเย็น พยานโจทก์ซึ่งให้การสอดคล้องกันว่า นางเรวดี จำเลยมาแจ้งความว่าลงทุนซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลเลข 392785 จำนวน 5 คู่ เป็นเงิน 500 บาท โดยออกเงินคนละครึ่งกับผู้เสียหายที่ 2

ปรากฏว่า ผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 1 เม.ย.2560 หมายเลข 392785 ถูกรางวัลที่ 1 เป็นเงิน 30 ล้านบาท แต่เมื่อไปทวงถามกับผู้เสียหายที่ 2 กลับไม่ได้เงินบ่ายเบี่ยง จึงต้องการแจ้งความฐานยักยอกทรัพย์ แต่ภายหลังรับแจ้งความพนักงานสอบสวนได้ไปตรวจสอบการรับรางวัลของผู้ถูกสลากงวดดังกล่าวพบว่าหมายเลขชุด ทั้งหมด 5 ชุด ที่จำเลยอ้างว่าซื้อไว้นั้นมีผู้มาขึ้นรับรางวัล โดยหมายเลขชุดดังกล่าวที่จำเลยอ้าง ไม่ได้รวมอยู่ในชุดเดียวกันตามที่จำเลยอ้าง

อีกทั้ง ลายมือชื่อที่จำเลยอ้างว่า ลงไว้หลังสลากนั้น เมื่อตรวจสอบแล้วไม่พบการแก้ไขหรือร่องรอยการขูดลบลายชื่อแต่อย่างใด เชื่อว่า พยานไม่เคยรู้จักกับจำเลยและผู้เสียหายที่ 2 มาก่อน เชื่อว่าเบิกความไปตามความจริง

พยานหลักฐานของจำเลยมีน้ำหนักน้อย ไม่อาจหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ได้ อีกทั้งผู้เสียหายที่ 2 ไม่ได้ซื้อเลขรางวัลที่ 1 ไม่ได้รับรางวัล 30 ล้านบาท ตามที่จำเลยไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวน ผู้เสียหายที่ 1 แต่อย่างใด การกระทำของจำเลยเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง ต่อมาพนักงานสอบสวนสภ.ดงเย็น มีคำสั่งไม่สมควรฟ้อง ผู้เสียหายที่ 2 พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137,173 ประกอบมาตรา 174 วรรคสอง เป็นการกระทำความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานแจ้งข้อความแก่พนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาว่าได้มีการกระทำความผิด เพื่อจะแกล้งให้บุคคลใดต้องรับโทษหรือรับโทษหนักขึ้น ลงโทษจำคุกเป็นเวลา 1 ปี 6 เดือน คำให้การของจำเลยมีประโยชน์อยู่บ้างลดโทษให้ 1 ใน 3 คง จำคุกเป็นเวลา 12 เดือน


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนคดีที่นางเรวดี และ นางวิไลพร รัตนติสร้อย หรือ ป้าเล็ก อายุ 59 ปี ตกเป็นจำเลยในข้อหาแจ้งความเท็จลักษณะเดียวกัน กรณีเมื่อปี 2559 นางเรวดีและนางวิไลพร ได้เข้าแจ้งความตำรวจ สน.ประเวศ ว่าถูก นางสุดารัตน์ น้อยนิตย์ หรือ ป้าดา ผู้เสียหายซึ่งเป็นเพื่อนสนิท ยักยอกสลากกินแบ่งรัฐบาลหมายเลข 066720 จำนวน 5 คู่ ซึ่งถูกรางวัลที่ 1 ประจำงวดวันที่ 1 เม.ย. 2559 มูลค่า 30 ล้านบาท ศาลอาญามีนบุรีได้นัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 30 ก.ย.นี้




ขอบคุณข้อมูลจาก  ข่าวสด

ขอบคุณคลิปจาก  ข่าวช่อง 8


โพสต์โดยสมาชิก : Ao




menu FIND US ON FACEBOOK arrow


menu ข่าวล่าสุด arrow