menu เทคนิคการปลูก และดูแลบัวสายฉลองขวัญ ตัดดอก
date 27 ส.ค. 62 10:08    หมวด: เกษตรน่ารู้
facebook twitter google plus


เทคนิคการปลูก และดูแลบัวสายฉลองขวัญ ตัดดอก

เทคนิคการปลูก  และดูแล
บัวสายฉลองขวัญ  ตัดดอก

บัวสาย   ไม้น้ำล้มลุกขยายพันธุ์โดยการแตกหน่อหรือหัวจากต้นแม่พันธุ์ในพื้นดินใต้น้ำ  นิยมนำมาปลูกเพื่อเสริมความเป็นสิริมงคล  และประดับประดาเพิ่มความสวยงามภายในบ่อหรือสระน้ำรอบบ้าน  แต่ในปัจจุบันบังสายถูกพัฒนาพันธุ์จนมีลักษณะเด่นหลายประการ อย่างเช่น บัวสายที่ชื่อว่า  "ฉลองขวัญ"  โดยมีลักษณะเด่นชัด  คือ  ก้านดอกแข็ง ดอกใหญ่บานนาน กลีบดอกเรียงซ้อนกันมาก  ดอกมีสีม่วง  และ มีกลิ่นหอม  อ่อนๆ  จึงสามารถนำมาปลูกเพื่อตัดดอกขายได้และนิยมนำมาใช้ในงานพิธีมงคลต่างๆ  หรือใช้จัดสถานที่ในห้องอบรมสัมมนา  ตามโรงแรม ควบคู่กับไม้ตัดดอกชนิดอื่นๆ ได้อย่างลงตัว จนทำให้เป็นที่ต้องการของกลุ่มลูกค้ารับจัดดอกไม้มากขึ้น

คุณชูศักดิ์  หงส์ทอง  หรือ ลุงเจี๊ยบ   เกษตรกรผู้มีความเชี่ยวชาญด้านการปลูกบัวสาย  "ฉลองขวัญ" เ พียงสายพันธุ์เดียวเพื่อตัดดอกขาย  โดยเริ่มปลูกมาตั้งแต่เกษียณการทำงานประจำในต่างประเทส  ที่ทำมานานปี  และ ศึกษาเรียนรู้การปลูกบัว  นำมาใช้เป็นอาชีพทำกิบบนพื้นที่ของตน  สวนกระแสการทำนาของเกษตรกรส่วนใหญ่ในระแวก  จนประสบความสำเร็จมาถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่า  4  ปีแล้ว

 

ลุงเจี๊ยบ  เล่าว่า  เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าบัวสายในปัจจุบันไม่ใช่แค่การปลูกเพื่อความสวยงามอย่างเดียว แต่ยังสามารถปลูกเพื่อการตัดดอกขายได้ด้วย โดยในพื้นที่  8  ไร่ ได้แบ่งออกเป็น  2  บ่อ  บ่อละ  4  ไร่  ในการปลูกบัวสายฉลองขวัญตัดดอก  โดยใช้ระยะปลูก  2*2  เมตร  เรียงรายกัน  ในพื้นที่  1  ไร่  จะปลูกได้  400  ต้น (หากปลูกเพื่อความสวยงามไม่จไเป็นต้องปลูกระยะถี่ก็ได้)  ใช้ระดับความลึกของน้ำในการเพาะเลี้ยงตั้งแตต่  50-150  ซม.  ถ้าต้องการก้านดอกสั้น  จะปลูกในพื้นที่น้ำตื้น  และ ถ้าต้องการดอกยาว จะปลูกในพื้นที่น้ำลึก ฉะนั้นภายในบ่อควรมีการปรับพื้นที่ก้นบ่อให้มีความลาดเอียงคล้ายแอ่งกระทะ  ไต่ระดับลึกตื้นแตกต่างกันไป  โดยไม่ต้องแยกบ่อปลูก  ในการปลูฏให้ใช้หัวพันธุ์บัวที่แตกขยายมาจากต้นแม่ นำมาเลี้ยงในกระถาง ใส่ดินเหนียว 1 ใน 3 ของกระถาง  (ควรใช้ดินเหนียวที่แห้งหมาดๆ ) ใส่ปุ่ยคอก  2  ช้อนแกง  ใส่สารป้องกันแมลงศรัตรู  เช่น  ราดาน  3  จี ปริมาณ  1/4  ช้อนแกง  ใส่ปุ๋ยสูตรเสมอเล็กน้อย  และ ใส่น้ำจนเกือบเต็มกระถาง หมั่นเติมอยู่เสมอไม่ให้แห้ง  ประมาณ  1  เดือน  เมือต้นแข็งแรงจึงย้ายปลูกลงบ่อได้

การเตรียมบ่อ  :  จะคล้ายกับการปลูกไม้น้ำทั่วไป  ต้องกำจัดสัตว์น้ำ เช่น ปู ปลา หอยเชอรรี่ ออกให้หมด โดยเฉพาะสัตว์กินพืช ด้วยวิธีการต่างๆ  ทั้งการจับออก ใช้สารเคมี  หรือ ใช้สมุนไพร เช่น หางไหลเป็นต้น จากนั้นนตากบ่อให้แห้ง ปล่อย นก หรือ เป็ดเข้ามากิน ก็ได้เช่นกัน เมื่อเตรียมบ่อเสร็จ  ให้ทยอยปล่อยน้ำเข้าบ่อ ให้ได้ระดับน้ำลึก  30  ซม. สำหรับการเลี้ยงบัวในระยะ  7-10  วันแรก  และค่อยๆ  เพิ่มปริมาณน้ำมากขึ้นเรื่อยๆ จนได้ระดับที่ต้องการ  ซึ่งน้ำที่นำมาใช้ต้องสะอาด ให้สังเกตเบื้องต้นคือ  น้ำสะอาดต้องมีสีใส  ไม่มีฟอง  ไม่มีกลิ่น  หรือ จะใช้ชุดตรวจสอบสภาพน้ำก็ได้ นอกจากนี้ควรมีการบำบัดน้ำด้วยการดติมจุลินทรีย์ทุกๆ  1-2  เดือน  เพื่อช่วย่อยสลายของเสียภายในบ่อ  หลังจากย้ายปลูกลงบ่อประมาณ 1  เดือน  สามารถตัดดอกขายได้ และจะสามารถตัดขายได้เรื่อยไปถ้ามีการดูแลอย่างดี 


ภายในบ่อควรมีการวางระบบสปริงเกอร์เพิ่มเติม  โดยต้องจัดระยะให้น้ำกระจายตัวได้ทั่วถึงกัน  เพื่อใช้ในการช่วยเพิ่มความชื้น  ช่วยจับ/ตรึงไนโตรเจนในอากาศ และเป็นช่องทางในการให้สารบำรุงทางใบ  เช่น  ปุ๋ย  ฮอร์โมน  น้ำหมักสมุนไพร  เป็นต้น  โดยให้เปิดในช่วงเวลากลางคืน  เพราะว่าหากใส่สารบำรุงที่มีปริมาณความเข้มข้นสูง 

ในช่วงเวลากลางวันที่มีแสงแดดอาจทำให้ใบ  และ ดอกไหม้ได้ โดยอัตราในการให้ปุ๋ยจะขึ้นอยู่กับสภาพ 
ต้น  ดอก  ใบ  เป็นหลัก  เพราะว่าการปลูฏในระบบปิด จะทำให้รู้ว่าพืชตอนนี้ต้องการธาตุตัวไหนและต้องใส่อะไรเพิ่มเติม 

"อย่างปุ๋ยเคมีทั่วไป  ตัว  N  หรือ  ไนโตรเจน  จะช่วยสร้างความแข็งแรงของต้น  ทำให้ลำต้นอวบใบใหญ่  ตัว  P  หรือ ฟอสฟอรัส  จะช่วยเร่งดอก  และ ตัว K  หรือ โพแทสเซียม  ในไม้ผลจะช่วยเร่งความหวาน ในไม้ดอกจะช่วยเพิ่มสีสัน  หากต้องการบำรุงให้เลือกใส่เป็นกรณีไป  หรือ จะเลือกใสปุ๋ยสูตรเสมอ  15-15-15  ก็ได้ เพราะบัวไม่มีความจำเป็นต้องเร่งดอกมากนัก  เพราะปกติเมื่อต้นที่สมบูรณ์ ทุกครั้งที่มีใบใหม่เกิดขึ้นมา ดอกมักจะเกิดขึ้นตามมาด้วยกันเสมอ  ฉะนั้นให้ เร่งต้น  เร่งสีดอก  และ ความใหญ่ของดอกเท่านั้น"   ลุงเจี๊ยบกล่าว 

สำหรับเรื่องโรค-แมลงศัตรูพืชมีหลายชนิด เช่น เพลี้ยไฟ แมลงปากดูด หนอนกินใบ ฯลฯ จะเน้นการรักษาเป็นกรณีไป ใช้ได้ทั้งสารเคมีและน้ำหมักสมุนไพรอ หรือ แม้แต่ใช้ธรรมชาติกำจัดกันเอง โดยต้องมีการศึกษาด้านแมลงศัตรูพืชพอสมควร ซึ่งแต่ละชนิดจะใช้วิธีการกำจัดไม่เหมือนกัน เช่น เพลี้ยไฟ ไม่ชอบความชื้น ควรเปิดน้ำด้วยระบบสปริงเกอร์ ในช่วงเวลากลางวัน เพิ่มความชื้นในอากาศช่วยขับไล่ได้ทางหนึ่ง เป็นต้น


บัวสายตัดดอกส่งโรงแรมดัง
ลุงเจี๊ยบบอกว่า  การตัดดอกบัวสายจะเหลือความยาวก้านดอกขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้า ปกติจะตัดที่ความยาวก้านดอกขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้า ปกติจะตัดที่ความยาว  30  ซม.  เพราะบัวพันธุ์นี้ก้านจะอ่อนลงเมื่ออยู่ในแจกันนานๆ  ซึ่งปกติจะอยู่ได้นาน  4-5  วัน  แต่สามารถแก้ไขได้ด้วยการเสียบค้ำก้านกับดอกไว้  สำหรับดอกบัวที่ตัดมาแล้วให้ห่อกระดาษกำละประมาณ  10  ดอก  นำไปใส่ขวดพลาสติกตัดปากออกทำเป็นแจกันชั่วคราว ป้องกันก้านหัก  และ ดอกช้ำ  ระหว่างการลำเลียงขนส่ง  ใส่น้ำเลี้ยงไว้เล็กน้อย  ราคาขายออกจากบ่อ  20  บาท/ดอก  เป็นราคาเดียวตลอดปี ส่วนที่ขายเป็นกระถางจะมีราคาตามขนาดต้นระหว่าง  100-200  บาท/ต้น  แต่ไม่ได้เน้นขายต้นเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะขายดอกมากกว่า 

"บัวมีอัตราการออกดอก  2  วัน/ดอก/ต้น  แบบสลับกัน  ออกดอกตลอดปี  โดยที่ฤดูกาลไม่มีผลเกี่ยวเนื่องมากนัก  มีเพียงในฤดูหนาวเท่านั้นที่บัวจะชะงักการออกดอกเล้กน้อยแต่ไม่ส่งผลกระทบเท่าไหร่ วันหนึ่งๆ  สามารถตัดดอกขายตามยอดการวั้งซื้อได้ถึง 500-1000 ดอก บางวันถึง  2,000  ดอกก็มี  นำมาขายแบบคละขนาด  ยกเว้นดอกที่เสียมีตำหนิจะไม่นำมาขาย มีผู้กระจายสินค้ามารับไปขายยังโรงแรมดัง  อาทิ  โรงแรมโอเรียนเต็ล  โรงเแรมออลซีซันส์  โรงแรมสยามเคมปินสกี้  และ โรงแรมโลตัส  เป้นต้น  จะมีเข้ามาซื้อกันไม่ขาดสาย"  ลุงเจี๊ยบกล่าว 

สำหรับท่านใดที่สนใจหรือมีข้อสงสัย สามารถติดต่อไปได้ที่  คุณชูศักดิ์  หงส์ทอง  บ้านเลขที่ 9/2 หมู่ 11  ต.บึงคำพร้อย  อ.ลำลูกกา  จ.ปทุมธานี  12150 โทร.085-118-5850










ข้อมูลอ้างอิง  :   https://www.rakbankerd.com/


โพสต์โดยสมาชิก : POK@




menu FIND US ON FACEBOOK arrow


menu ข่าวล่าสุด arrow