menu เทคนิคการให้ปุ๋ย และบำรุงไผ่ ให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ
date 11 ก.ย. 62 09:09    หมวด: เกษตรน่ารู้
facebook twitter google plus


เทคนิคการให้ปุ๋ย และบำรุงไผ่ ให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ

เทคนิคการให้ปุ๋ย  และบำรุงไผ่
ให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ

ความต้องการ ธาตุอาหารของไผ่
ธาตุอาหารในดินที่มีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชทุกชนิด  มีทั้งหมด  17  ธาตุ  แบ่งเป็น

1. ธาตุอาหารหลัก  หมายถึง  ธาตุอาหารที่พืชต้องการในปริมาณมาก  ประกอบด้วยธาตุ  6  ธาตุ  ได้แก่  คาร์บอน  ไฮโดรเจน  ออกซิเจน  ไนโตรเจน  ฟอสฟอรัส  และโพแทสเซียม  ตามปกติธาตุคาร์บอน  ไฮโดรเจน  ออกซิเจน  จะมีปริมาณมากอยู่แล้วในน้ำและอากาศ  ไม่จำเป็นต้องใส่ให้กับพืช

แต่เกษตรกรจำเป็นต้องให้ธาตุไนโตรเจน  ฟอสฟอรัส  และโพแทสเซียม  โดยการใส่ปุ๋ย  ซึ่งส่วนมากจะใช้ปุ๋ยเคมีเป็นปุ๋ยหลัก  ในการให้ธาตุทั้ง  3  ธาตุนี้  แก่พืช เนื่องจากปุ๋ยเคมีจะมีธาตุไนโตรเจน  ฟอสฟอรัส  และโพแทสเซียม ในปริมาณมาก  และเพียงพอสำหรับความต้องการของพืช 

ส่วนการใช้ปุ๋ยอินทรีย์เพื่อให้ธาตุทั้ง  3  นี้  จะไม่เพียงพอต่อความต้องการของพืช  เพราะมีน้อย

2. ธาตุอาหารรอง  ได้แก่  กำมะถัน  แมกนีเซียม  แคลเซียม  ในกรณีที่ดินเป็นกรด (ค่า  pH  ต่ำกว่า 6.5)  มักจะขาดธาตุอาหารรองทั้ง  3  นี้  ซึ่งสามารถแก้ปัญหาด้วยการใส่ปูนในปริมาณที่เหมาะ  (หากต้องการทราบว่าดินเป็นกรดหรือด่าง  จะต้องใส่ปูนเท่าใด  ให้ใช้ชุดทดสอบดิน  ของภาคปฐพีวิทยา คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์)

3. จุลธาตุ  หมายถึง  ธาตุที่พืชต้องการในปริมาณที่น้อย  แต่ขาดไม่ได้  ได้แก่  โบรอน  สังกะสี  เหล็ก  ทองแดง   แมงกานีส  โมลิบดีนัม  คลอรีน  และนิกเกิล ธาตุเหล่านี้มีอยู่อย่างครบถ้วนในปุ๋ยอินทรีย์  ได้แก่  ปุ๋ยหมักทั้งแบบน้ำ  และเป็นของแข็ง  และปุ๋ยมูลสัตว์ต่างๆ


ไผ่ต้องการปุ๋ยไนโตรเจนมาก  ในช่วงการให้ผลผลิต
จากการวิจัย  พบว่า   ไผ่   เป็นพืชที่มีการตอบสนองต่อปุ๋ยดีมาก  โดยเฉพาะธาตุไนโตรเจน  เนื่องจากมีส่วนช่วยการเจริญเติบโตของ  กิ่ง  ก้าน  ใบ  และระบบราก ได้แก่ ปุ๋ย  สูตร  46-0-0  หรือ  สูตร  21-0-0  เป็นแหล่งไนโตรเจนที่เพียงพอสำหรับไผ่  หรือปุ๋ยอินทรีย์แบบน้ำที่หมักจากเศษปลา

ไผ่ต้องการไนโตรเจนมากช่วงของการให้ผลผลิต  เกษตรกรควรใส่ปุ๋ยไนโตรเจน  ช่วงมีการแต่งกอ  ประมาณ  20-30 
กรัม/กอ  และทุกเดือนในช่วงที่ไม่แตกหน่อ การที่ไผ่ได้รับไนโตรเจนอย่างเพียงพอ  จะทำให้ผลผลิตดี ต้นไม่โทรม


อย่างไรก็ตาม  ในบางพื้นที่ที่มีฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมในดินอยู่ระดับต่ำ  เกษตรกรอาจจะให้ปุ๋ยเคมีสูตรเสมอ  หรือสูตรที่มีไนโตรเจนสูงกว่าฟอสฟอรัส  และโพแทสเซียมก็ได้  เช่น สูตรเสมอ  15-15-15,  16-16-16  สูตรที่มีตัวหน้าสูง  เช่น  สูตร  24-8-8,  16-16-8  (บางพื้นที่นิยมใช้ปุ๋ยยางพารา  ได้ผลดีมาก  หน่อดกตลอดปี  ให้หน่อนาน)

เกษตรกรควรใช้ปุ๋ยอินทรีย์ร่วมกับปุ๋ยเคมี  จะทำให้ไผ่ได้รับธาตุอาหารครบถ้วนและมีความสมบูรณ์ให้หน่อได้ตลอดไป  ลดการเกิดหน่อฝ่อ  แห้ง  แทงไม่ขึ้น ออกหน่อแล้วชะงักไม่โต  หลังการแต่งกอให้ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ กอละ  25  กิโลกรัม  พื้นที่  1  ไร่  100  กอ  ใส่ปุ๋ยคอกมูลสัตว์  2,500  กิโลกรัม/ปี


นอกจากการจัดการธาตุอาหารแล้ว  เกษตรกรควรให้ความสำคัญกับการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ในดินด้วย เพราะกิจกรรมการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ในดินมีส่วนช่วยให้ไผ่เจริญเติบโต เพราะการดำรงชีวิตของสัตว์เล็กๆ  เหล่านี้  เป็นการหมุนเวียนวงจรชีวิต  ช่วยทำให้ดินเกิดความหลากหลายทางชีวภาพ  จุลินทรีย์ช่วยให้รากไผ่เจริญเติบโต  แข็งแรง  ส่งผลให้ลำต้นแข็งแรง  ไม่ควรเผาสวนไผ่  แต่ควรที่จะรักษาความชุ่มชื้นในสวนไผ่  โดยเฉพาะบริเวณรอบโคนไผ่

หากปลูกไผ่แถวห่างเพียงพอสำหรับปลูกพืชตระกูลถั่ว ให้จัดหาลงปลูก เพื่อประหยัดการใช้ปุ๋ย  โดยเฉพาะปุ๋ยพืชสดให้เกษตรกรติดต่อ  สถานีพัฒนาที่ดินที่อยู่ใกล้บ้านท่าน  มีทุกจังหวัด  เส้นใยราที่อยู่บริเวณรากไผ่มีความสำคัญต่อการทนแล้งของไผ่  การรักษาหน้าดิน  จะช่วยให้ไผ่ได้ผลผลิตที่มากขึ้น  นานขึ้น












ข้อมูลอ้างอิง  :   https://www.technologychaoban.com/bullet-news-today/article_111506

ข่าวเกษตร    เกษตรน่ารู้    ไผ่    ธาตุอาหารของไผ่    จุลินทรีย์ในดินช่วยให้ไผ่เจริญเติบโต 


โพสต์โดยสมาชิก : POK@




menu FIND US ON FACEBOOK arrow


menu ข่าวล่าสุด arrow