menu เทคนิคการปลูก มันเทศเชิงพาณิชย์ ให้ประสบความสำเร็จ
date 27 ก.ย. 62 13:09    หมวด: เกษตรน่ารู้
facebook twitter google plus


เทคนิคการปลูก มันเทศเชิงพาณิชย์ ให้ประสบความสำเร็จ

เทคนิคการปลูก มันเทศเชิงพาณิชย์
ให้ประสบความสำเร็จ

การปลูกมันเทศในเชิงพาณิชย์   จะให้ประสบความสำเร็จไม่ใช่เรื่องง่าย  เกษตรกรผู้ปลูกจะต้องมีความรู้  มีการวางแผนและการจัดการที่ดี รวมถึงมีเทคนิค  และการดูแลเฉพาะในแต่ละฤดูปลูกอีกด้วย เพื่อให้การปลูกมันเทศบรรลุเป้าหมายสูงสุด  คือ  “ให้ผลผลิตต่อไร่สูงสุด  ได้หัวมันที่มีคุณภาพดี  ปลอดภัยต่อผู้บริโภค  มีต้นทุนในการผลิตต่ำ  และขายได้ราคา”

“สวนคุณลี”  อำเภอเมือง  จังหวัดพิจิตร    ได้คลุกคลีกับการปลูกมันเทศมานานประมาณ  10  ปี  โดยสายพันธุ์ที่นำมาปลูกล้วนแต่เป็นสายพันธุ์ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ อาทิ มันเทศเนื้อสีม่วงโอกินาวา  จากญี่ปุ่น  ,มันเทศเนื้อสีเหลืองเบนิฮารุกะ จากญี่ปุ่น (มันหวานญี่ปุ่น), มันเทศเนื้อสีส้ม  จากญี่ปุ่น  ,มันเทศเนื้อสีเหลือง  จากไต้หวัน  ,มันเทศเนื้อสีเหลือง  จากเกาหลีใต้  5  สายพันธุ์  และมันเทศเนื้อสีม่วงสายพันธุ์ใหม่ล่าสุดจากสวนคุณลี (ที่ได้จากการผสมพันธุ์ตามธรรมชาติในแปลงปลูก  ซึ่งมีรสชาติหวาน  เนื้อละเอียดเนียน  หัวใหญ่  อายุการเก็บเกี่ยวสั้น เพียง  90-100  วัน  เท่านั้น)

การปลูกมันเทศ ให้ลงหัวได้ดีนั้น   ปัจจัยที่ไม่ควรมองข้ามก็คือ  เรื่องของโครงสร้างของดิน  ถึงแม้ว่ามันเทศจะสามารถปลูกได้ในดินเกือบทุกชนิด  แต่ดินร่วนปนทรายมีความเหมาะสมที่สุด

สภาพดินที่ปลูกมีผลต่อการลงหัวของมัน  หรือรูปทรงของหัวมันในสภาพดินปลูกที่มีโครงสร้างของดินแข็ง  ดินแน่น  และมีการระบายน้ำไม่ดี ควรจะมีการปรับปรุงแก้ไขก่อนที่จะลงมือปลูก  สำหรับพื้นที่ดินที่ขาดความอุดมสมบูรณ์  ก่อนปลูกควรใส่ปุ๋ยคอก  เช่น  มูลวัว  มูลไก่  ฯลฯ ในอัตรา  1-2  ตัน  หรือใส่ปุ๋ยคอกพร้อมกับการเตรียมแปลงเลย


วิธีการเตรียมแปลงปลูก
ให้ไถดะก่อน  1  ครั้ง  และตากดินไว้ประมาณ  7-10  วัน  จากนั้นไถพรวนแปลง  1-2  รอบ  หรือใช้โรตารี่ติดรถไถตีดินให้ดินมีความละเอียดยิ่งขึ้น  หลังจากนั้นให้ยกร่องแปลงปลูกขึ้นเป็นรูปสามเหลี่ยม  กว้างประมาณ  50-80  เซนติเมตร  สูง  30-50  เซนติเมตร (ความสูงของแปลงยิ่งมีความสูงยิ่งส่งผลต่อการลงหัวมันดี)  ส่วนความยาวของแปลงปลูกขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่  อย่างสวนคุณลีนั้นจะปลูกแบ่งเป็นแปลงเล็กขนาด  100-400  ตารางเมตร

เนื่องจากต้องการปลูกมันเทศหลากหลายสายพันธุ์ให้ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง มีช่วงเวลาขายอย่างน้อย  7-15  วันจนหมด  ก่อนที่มันเทศแปลงต่อๆ ไปจะสามารถขุดขึ้นมาขายต่อ เนื่องจากตอนนี้สวนคุณลี เน้นการขายมันเทศผ่านช่องทางสื่อออนไลน์  ซึ่งสามารถจำหน่ายได้ราคา  กิโลกรัมละ  100  บาท  ซึ่งตรงกับคำพูดที่ว่า  “ทำน้อยได้มาก  ทำมากได้น้อย”  เนื่องจากมีเวลาในการเอาใจใส่ดูแลอย่างทั่วถึง ทำให้ผลผลิตมีคุณภาพดีนั่นเอง

โดยปกติทั่วไปสำหรับเกษตรกรที่ปลูกมันเทศทั่วประเทศมักจะไม่ให้ความสำคัญในเรื่องของระบบน้ำในแปลงปลูก  ถ้าปลูกในช่วงฤดูฝนอาจจะพึ่งเพียงน้ำฝนจากธรรมชาติเท่านั้น  ถ้าปลูกในฤดูแล้งอาจจะมีการให้น้ำแบบท่วมแปลงบ้างเท่านั้น แต่การปลูกมันเทศสมัยใหม่ควรจะมีการจัดระบบน้ำที่ดี  ในแปลงปลูกมันเทศสายพันธุ์ต่างประเทศของสวนคุณลี  จะมีการวางระบบน้ำแบบสปริงเกลอร์  ซึ่งมีรัศมีกระจายน้ำได้  3-5  เมตร

เตรียมท่อนพันธุ์มันเทศอย่างไร
ในการตัดท่อนพันธุ์  ควรจะตัดให้มีความยาวราว  30  เซนติเมตร  จะไม่ลิดใบทิ้งหรือลิดทิ้งก็ได้  เนื่องจากยอดมันเป็นพืชที่แตกยอดออกมาใหม่ได้ง่าย  ถ้าลิดใบทิ้งก็จะทำให้เสียเวลา  แต่ยอดมันเทศเมื่อลงปลูกจะตั้งตัวได้เร็วกว่าไม่ลิดใบ

เมื่อตัดท่อนพันธุ์มาแล้วควรจะมัดรวมกันเป็นท่อนหรือเป็นกำ  เอาใบตอง  หรือกระสอบปุ๋ยห่อมัดเอาไว้  ควรนำท่อนพันธุ์แช่น้ำยาฆ่าแมลง  ในกลุ่ม  “คาร์โบซัลแฟน” (เช่น  โกลไฟท์)  จุ่มแช่ไว้นานราว  5-10  นาที  จะช่วยลดเรื่องแมลงที่จะติดไปกับท่อนพันธุ์ได้เป็นอย่างดี หลังจากนั้น  ให้นำมัดท่อนพันธุ์วางไว้ในที่ร่ม รดน้ำ  เช้า-เย็น  ประมาณ  2-3  วัน  ยอดท่อนพันธุ์ก็จะมีรากงอกออกมาตามข้อ แสดงว่าท่อนพันธุ์พร้อมปลูกลงแปลงแล้ว

ถ้าจะให้ดีท่อนพันธุ์มันเทศที่จะตัด  ควรจะตัดจากต้นที่มีอายุไม่เกิน  45  วัน  หรือก่อนที่จะมีการฉีดพ่นปุ๋ยหรือสารเคมีเพื่อหยุดยอด  ในพื้นที่ปลูกมันเทศสายพันธุ์ต่างประเทศ  1  ไร่  จะใช้ท่อนมันเทศประมาณ  8,000-16,000  ยอด (ขึ้นอยู่กับระยะปลูก)

ก่อนที่เกษตรกรจะลงมือปลูก  ควรจะมีการให้น้ำในแปลงปลูกอย่างน้อย  2-3  วัน  เพื่อให้ดินมีความชื้น  และปลูกได้ง่ายและรวดเร็ว วิธีการเตรียมหลุมปลูก  แบ่งได้  3  วิธี คือ  ปลูกแบบใช้จอบขุด  ปลูกแบบใช้ไม้ปลายแหลมกระทุ้งนำไปก่อน  หรือจะปลูกแบบนำท่อนพันธุ์เสียบลงแปลงปลูกเลย

จากการทดลองปลูกทั้ง  3  วิธี  พบว่า  วิธีปลูกแบบใช้ไม้ปลายแหลมกระทุ้งนำไปก่อนได้ผลดีกว่าวิธีการอื่น  เพราะทำได้ง่ายรวดเร็ว  ไม่เสียแรงในการขุดดินและท่อนพันธุ์ไม่ช้ำ

ระยะปลูกระหว่างต้น  ประมาณ  20-30  เซนติเมตร หากใช้จอบขุดปลูกบนสันร่อง หลุมที่ปลูกควรมีความลึกประมาณ  10-15  เซนติเมตร ควรจะวางยอดท่อนพันธุ์ทำมุม  45  องศา  ฝังลึกลงดิน  2-3  ข้อ  ของท่อนพันธุ์มันเทศ  และให้ข้อโผล่พ้นดินขึ้นมา  ประมาณ  2-3  ข้อ หลังจากนั้น  กลบดินให้แน่นเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ท่อนพันธุ์โยกคลอน

แต่หากปลูกแบบใช้ไม้ปลายแหลมกระทุ้งนำ  จะปลูกท่อนพันธุ์มันเทศให้เป็นคู่บนสันร่องโดยใช้ไม้แหลมกระทุ้งนำไปก่อน  ทำมุม  45  องศา จากนั้นเสียบท่อนพันธุ์ลงดิน  2-3  ข้อ  ของท่อนมันเทศ  ในพื้นที่ปลูกมันเทศสายพันธุ์ต่างประเทศ  1  ไร่  จะใช้ท่อนพันธุ์มันเทศ  ประมาณ  11,000-12,000  ยอด  ซึ่งพบว่าเป็นจำนวนที่ให้ผลผลิตต่อไร่ค่อนข้างดี

การให้น้ำมันเทศ ในช่วงสัปดาห์แรกหลังจากที่ปลูกท่อนมันเทศลงดินไปแล้ว จะต้องมีการให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ  โดยเฉพาะ  3  วันแรก จะต้องให้ทุกวัน  เช้า-เย็น  ให้ครั้งละประมาณ  1-2  ชั่วโมง (กรณีที่ให้ระบบน้ำแบบสปริงเกลอร์) หลังจากนั้น  จะให้น้ำวันเว้นวัน  หรือ  3  วัน  หรือ 5  วัน  หรือ  7  วัน ต่อครั้ง

แต่การให้น้ำนั้นต้องสังเกตจากความชื้นของดินเป็นหลัก  เนื่องจากสภาพพื้นที่ปลูกในแต่ละพื้นที่จะไม่เหมือนกัน  หลังจากมันเทศอายุได้  2  เดือน  ก็จะเริ่มห่างน้ำ เป็นการบังคับทางหนึ่งที่ให้ต้นมันเทศลงหัวได้ดี อาจจะให้เดือนละ  2-4  ครั้ง  ตามความเหมาะสมกับสภาพดินของแต่ละพื้นที่  และควรฉีดปุ๋ยทางใบควบคู่กันไป  เช่น  สูตร  0-52-34  ทุกๆ  10-15  วัน  เพื่อให้การลงหัวดีมากขึ้น

อายุการเก็บเกี่ยวมันเทศ…ความจริงแล้ว  อายุการเก็บเกี่ยวมันเทศเกือบทุกสายพันธุ์ จะเฉลี่ยอยู่ที่  100-140  วัน  หลังจากปลูกท่อนพันธุ์ลงไป  ในขณะเดียวกันมีปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย  เช่น  ฤดูกาลปลูก  ความสมบูรณ์ของต้น  สายพันธุ์ที่ปลูก  เป็นต้น

จากตัวเลขในการเก็บเกี่ยวผลผลิตมันเทศสายพันธุ์ต่างประเทศทุกสายพันธุ์ในแปลงปลูกของสวนคุณลี  ถ้ามีการบำรุงรักษาที่ดี  จะให้ผลผลิตได้เฉลี่ย  3,000-4,000  กิโลกรัม  ต่อพื้นที่ปลูก  1  ไร่


วิธีการปลูกมันเทศในถุงพลาสติกและกระถาง
บริโภคในครัวเรือน  สำหรับคนที่มีพื้นที่น้อย
เป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่า  ในปัจจุบันนี้  การปลูกมันเทศในประเทศไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงพันธุ์  ได้มีการนำพันธุ์มันเทศจากต่างประเทศมาปลูกในเชิงพาณิชย์กันมากขึ้น  อาทิ  มันเทศเนื้อสีเหลือง  เนื้อสีม่วงและเนื้อสีส้ม  จากประเทศญี่ปุ่น  ไต้หวัน  เกาหลีใต้  เป็นต้น

โดยแต่ละสายพันธุ์ล้วนมีคุณค่าทางอาหารแตกต่างกัน  จากข้อมูลพบว่า  “มันเทศเนื้อสีส้ม”  เป็นแหล่งของสารเบต้าแคโรทีน  เมื่อรับประทานแล้วจะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ  จะช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย  เสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย ช่วยบำรุงสายตา  ป้องกันโรคตาบอดกลางคืน  ลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง  นอกจากนั้น  ยังอุดมไปด้วยวิตามินซีและทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย

และใน  “มันเทศเนื้อสีม่วง”  จะมีสารแอนโทไซยานินสูง มีฤทธิ์ในการต่อต้านอนุมูลอิสระ  ชะลอความเสื่อมของเซลล์  ลดอัตราเสื่อมของการเกิดโรคหัวใจและเส้นเลือดอุดตัน  ชะลอความเสื่อมของดวงตา ยับยั้งเชื้ออีโคไลซึ่งเป็นเชื้อที่เป็นสาเหตุของอาหารเป็นพิษและท้องร่วง ที่สำคัญเป็นมันเทศที่มีรสชาติอร่อย

อย่างกรณีของ มันเหลืองญี่ปุ่น  ปัจจุบันมีการนำเข้ามาจากต่างประเทศและนำมาจำหน่ายให้กับผู้บริโภคคนไทยในราคาไม่ต่ำกว่า  กิโลกรัมละ 100  บาท  ทาง  “สวนคุณลี”  อำเภอเมือง  จังหวัดพิจิตร  ได้นำมันเทศสายพันธุ์จากต่างประเทศ ซึ่งจะเน้นสายพันธุ์จากญี่ปุ่น ไต้หวัน เกาหลีใต้  ประมาณ  10  สายพันธุ์  เข้ามาปลูกในเชิงการค้าในเขตพื้นที่จังหวัดพิจิตร  จนประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ  ให้ผลผลิตและรสชาติหวานตรงตามสายพันธุ์  สามารถจำหน่ายได้  กิโลกรัมละ  80-100  บาท  ออกจากสวน

นอกจากการปลูกมันเทศในแปลงที่มีการเตรียมดินและระบบน้ำที่ดี  ได้มีการประยุกต์วิธีการปลูกในรูปแบบใหม่  เพื่อส่งเสริมให้คนไทยปลูกเพื่อการบริโภคในครัวเรือน  มีพื้นที่น้อย อยู่ในบ้านจัดสรรหรือปลูกเพื่อเป็นรายได้เสริม  ด้วยการ  “นำมาปลูกในพื้นที่จำกัด”  เช่น  ถุง พลาสติกดำ  กระสอบปุ๋ยเก่า  ตะกร้าพลาสติก  ยางรถยนต์เก่า  วงบ่อปูน  ฯลฯ  ใช้เวลาปลูกเพียง  3  เดือนครึ่ง  ถึง  4  เดือนครึ่งเท่านั้น (ตามอายุเก็บเกี่ยวแต่ละสายพันธุ์)  สามารถขุดหัวมาบริโภคหรือจำหน่ายได้


สำหรับวัสดุปลูกที่สำคัญคือ  ดินร่วน  แกลบดำ  แกลบดิบ  และปุ๋ยคอกเก่า (หรือประยุกต์ใช้วัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น)  ในอัตราส่วน  1:1:1:1  ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน  นำวัสดุปลูกใส่ในถุงให้เต็มและอัดให้แน่น  นำถุงพลาสติกไปวางไว้บริเวณกลางแจ้ง  รดน้ำให้ชุ่ม  นำยอดมันเทศที่เตรียมไว้  (ตัดยอด ให้มีความยาว  30  เซนติเมตร)  ใช้ไม้แหลมแทงดินในถุงให้เป็นรู ให้รูเฉียงประมาณ  45  องศา  โดยประมาณ  นำยอดปลูกลงไปให้มีความลึก  ประมาณ  3-5  ข้อ  โดยจำนวนยอดที่จะปลูกลงไป  ก็ขึ้นอยู่กับขนาดของภาชนะที่เลือกใช้  เช่น  ถุงดำ  ก็จะใช้ยอดพันธุ์มันเทศราวๆ  3-5  ยอด  กดดินให้แน่นพอประมาณ  ช่วง  7  วันแรก

หลังจากที่ปักยอดมันเทศลงไป  ควรจะรดน้ำเป็นประจำทุกเช้า (ระวังอย่าปล่อยให้ถุงแห้งขาดน้ำ)  หลังจาก  7-10  วัน  จะพบว่า  ยอดมันที่ปักชำลงไปเริ่มแทงรากออกมาให้เว้นการให้น้ำให้ห่างขึ้นเป็นวันเว้นวัน และห่างเป็น  2-3  วันต่อครั้ง ตามความเหมาะสม  เมื่อต้นมันเทศมีอายุต้นได้  45  วัน  และพบว่า  ใบมันเทศไม่มีอาการเหี่ยวให้เห็น  ก็ไม่จำเป็นจะต้องให้น้ำ เนื่องจากการให้น้ำบ่อยๆ  จะทำให้ต้นมันเทศมีอาการบ้าใบและไม่ลงหัว

การปลูกมันเทศในถุงพลาสติกและมีความต้องการให้มีการลงหัวและรสชาติที่ดี  จำเป็นต้องมีการใส่ปุ๋ยเคมีบ้าง  เพื่อปรับปรุงคุณภาพ  ในช่วงแรกใส่ปุ๋ยสูตรเสมอ  16-16-16  เพียง  1  ช้อนชา ทุกๆ 15 วัน และโดยเฉพาะเมื่อต้นมันเทศมีอายุครบ  2  เดือน เป็นช่วงของการลงหัว ควรจะใส่ปุ๋ยเคมีที่มีโพแทสเซียมสูง เช่น สูตร  16-16-16  หรือ  สูตร  13-13-21  ฯลฯ  เพื่อให้หัวมันเทศใหญ่  มีรสชาติหวานตามสายพันธุ์ ในการเก็บเกี่ยวผลผลิตมันเทศ  อายุต้นจะต้องเฉลี่ยอยู่ในระหว่าง  100-140  วัน  โดยอาจจะสุ่มขุดดูว่าหัวมันเทศมีขนาดที่เราต้องการนำมาบริโภคได้หรือยัง

ปัจจุบัน  “มันเทศ”  จัดเป็นสุดยอดอาหารเพื่อสุขภาพที่ตลาดมีความต้องการมาก  เนื่องจากเป็นมันเทศที่มีปริมาณสารอาหารที่มีประโยชน์สูงมาก  ในบางประเทศส่งเสริมให้รับประทานข้าวในบางมื้อ  หรือสับเป็นชิ้นเล็กๆ  หุงพร้อมข้าว  








ข้อมูลอ้างอิง  :   https://www.technologychaoban.com/



โพสต์โดยสมาชิก : POK@




menu FIND US ON FACEBOOK arrow


menu ข่าวล่าสุด arrow