menu "ป่าต้นน้ำ บ้านน้ำราด" โอเอซิสแห่ง จ.สุราษฎร์ธานี ผจญภัยในบรรยากาศป่าดงดิบ ล่องเรือชมธารน้ำใส
date 30 ก.ย. 62 08:09    หมวด: ท่องเที่ยว
facebook twitter google plus


"ป่าต้นน้ำ บ้านน้ำราด" โอเอซิสแห่ง จ.สุราษฎร์ธานี ผจญภัยในบรรยากาศป่าดงดิบ ล่องเรือชมธารน้ำใส

"ป่าต้นน้ำ บ้านน้ำราด" โอเอซิสแห่ง จ.สุราษฎร์ธานี
ผจญภัยในบรรยากาศป่าดงดิบ ล่องเรือชมธารน้ำใส

ป่าต้นน้ำ บ้านน้ำราด   อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวเอาใจคนรักธรรมชชาติแห่งใหม่ใน จังหวัดสุราษฎร์ธานี   ธีมป่าดงดิบ  ที่นอกจากจะได้สัมผัสกับบรรยากาศป่าไม้อันสวยงามแล้ว  ยังมีธานน้ำขนาดเล็กที่ใสมากๆ  ให้ได้ลงไปเล่น  ไปชมกัน  ด้วยความงดงามของธรรมชาติทั้งแม่น้ำ  และพื้นที่ป่าไม้นี่เอง  ทำให้สถานที่ถูกยกย่องเป็น โอเอซิสกลางป่าของจังหวัดสุราษฎร์ธานี


ทันที่ที่เราเข้ามาสถานที่แห่งนี้จะพบกับบรรยากาศธีมป่าดงดิบ  ที่มีต้นไม้ขนาดน้อยใหญ่ห้อมล้อมธารน้ำเล็กๆ  อยู่  ซึ่งความงดงามของธรรมชาติในที่แห่งนี้เกิดจากการดูแลของเจ้าหน้าที่ที่มีมาตรการรักษาความสะอาดที่เข้มงวดมากๆ  เพื่อให้นักท่องเที่ยวเข้ามาดื่มด่ำความงามของธรรมชาติอย่างเต็มที่  ภายในป่าต้นน้ำ บ้านน้ำราด   ได้มีนโยบายเข้มงวดคือไม่อนุญาติให้มีการนำอาหารหรือเครื่องดื่มเข้ามาบริเวณพื้นที่ธารน้ำ  โดยนักท่องเที่ยวจะสามารถเข้ามาว่ายน้ำ  และชมสถานที่เท่านั้น ดังนั้นใครที่เข้ามาที่แห่งนี้จะไม่เห็นขยะแม้แต่ชิ้นเดียว


โดยจุดไฮไลท์ของที่นี่คือธารน้ำธรรมชาติที่ใสสะอาดมาก  จนทำให้เราเห็นผืนทรายด้านล่าง  สำหรับธารน้ำนั้นก็ได้อนุญาติให้นักท่องเที่ยวสามารถลงมาว่ายน้ำเล่นได้  หรือถ้าไม่อยากเปียกมาก  ก็มีบริการให้ได้ล่องเรือชมธารน้ำด้วยเช่นกัน  โดยระหว่างเส้นการล่องเรือนั้นก็จะรายล้อมไปด้วยบรรยากาศที่เป็นป่าทั้งสองข้างทาง  นอกจากนี้ในน้ำเราก็จะยังได้ชมกลุ่มปลาเสือแหวกว่ายอย่างใกล้ชิด  สำหรับค่าบริการนั่งเรือพายนั้น  จะอยู่ที่ราคา  40  บาทต่อคน  โดยการนั่งแต่ละรอบจะใช้เวลาประมาณครั้งชั่วโมง


สำหรับนักท่องเที่ยวผู้มีใจรักธรรมชาติคนไหนอยากมาดื่มด่ำบรรยากาศธารน้ำสดใสงดงามสามารถเดินทางมาได้  โดยใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข  401  มุ่งหน้ามายังอำเภอคีรีรัฐนิคม  ระยะทางประมาณ  70  กิโลเมตร  พอถึงแยกอำเภอคีรีรัฐนิคม  ให้เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ตำบลบ้านทำเนียบ  มุ่งหน้าไปยังบ้านน้ำราด ระยะทางประมาณ 14 กิโลเมตร พอถึงลานจอดรถของป่าต้นน้ำบ้านน้ำราด  จะต้องเดินเท้าเข้าไปอีกประมาณ  300  เมตร







ขอขอบคุณรูปภาพจาก  :  http://365surattravel.sru.ac.th


โพสต์โดยสมาชิก : POK@




menu FIND US ON FACEBOOK arrow


menu ข่าวล่าสุด arrow