menu หนุ่มกะเหรี่ยงสุดซวย! โดนสุนัขพันธุ์ร็อตไวเลอร์ขย้ำกัด แพทย์จำใจต้องตัดแขนทิ้งเพื่อรักษาชีวิต
date 07 ต.ค. 62 11:10    หมวด: ข่าวเด่น
facebook twitter google plus


หนุ่มกะเหรี่ยงสุดซวย! โดนสุนัขพันธุ์ร็อตไวเลอร์ขย้ำกัด แพทย์จำใจต้องตัดแขนทิ้งเพื่อรักษาชีวิต

หนุ่มกะเหรี่ยงสุดซวย! โดนสุนัขพันธุ์ร็อตไวเลอร์ขย้ำกัด  แพทย์จำใจต้องตัดแขนทิ้งเพื่อรักษาชีวิต


สุนัขพันธุ์ล็อตไวเลอร์กัดขย้ำแขน หนุ่มกะเหรี่ยงลูกจ้างเฝ้าไร่ ขณะเดินไปเก็บผักมาจิ้มน้ำพริก แพทย์ตัดสินใจตัดแขนขวาทิ้ง เนื่องจากบาดแผดฉกรรจ์และเสี่ยงติดเชื้อ



สุนัขพันธุ์ร็อตไวเลอร์ขย้ำกัดแขนลูกจ้างชาวกะเหรี่ยง คนงานเฝ้าไร่ อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี หลังเลิกงานและออกมาเก็บผัก เพื่อจะมาจิ้มน้ำพริกเป็นอาหารมื้อค่ำ ญาติได้นำตัวส่งโรงพยาบาล แต่แพทย์ระบุบาดแผลค่อนข้างฉกรรจ์ คมเขี้ยวทำลายถึงเส้นเอ็นและเส้นเลือด ทำให้ไม่สามารถต่อแขนให้ได้ สุดท้ายจำเป็นต้องตัดแขนขวาทิ้งเพื่อช่วยชีวิต โดยขณะนี้ยังไม่ทราบว่าเป็นสุนัขของใครและใครต้องรับผิดชอบกับเหตุการณ์นี้

นายกระทง โชควิบูลย์ อดีตผู้ใหญ่บ้านบางกลอย หมู่ 1 ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ได้รับแจ้งว่า นายลูแว อายุ 45 ปี เป็นคนงานเฝ้าสวนในพื้นที่ ได้เดินเข้าป่าไปเก็บผัก บริเวณริมถนน ใกล้กับที่พัก แต่ปรากฏว่ามีสุนัขตัวใหญ่กัดจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ญาติได้นำส่งโรงพยาบาลแก่งกระจาน


แต่ถูกนำส่งต่อรักษาตัวต่อโรงพยาบาลพระจอมเกล้า และสุดท้ายต้องส่งไปที่โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช จังหวัดสุพรรณบุรี อีกต่อ เนื่องจากมีแพทย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านต่อเส้นเอ็นและเส้นเลือด ในท้ายที่สุดแพทย์วินิจฉัยว่า บาดแผลฉกรรจ์ไม่สามารถต่อเส้นเลือดและเอ็นได้ จึงต้องตัดแขนขวาช่วงใต้หัวไหล่ลงมาออก เนื่องจากเกรงว่าหากต่อแขน ผู้บาดเจ็บเสี่ยงต่อการติดเชื้อและอันตรายถึงชีวิต แต่หากตัดแขนทิ้งยังสามารถใส่แขนเทียมทดแทนได้ ซึ่งล่าสุดได้ส่งตัวกลับมารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลแก่งกระจานแล้ว

ในเวลาต่อมา พ.ต.ท.อรรถพร สุรฉัตร สารวัตรสอบสวน สภ.แก่งกระจาน พร้อมด้วย พ.ต.อ.ภาณุพงศ์ ศรจิตติ ผกก.สภ.แก่งกระจาน ได้เดินทางไปสอบปากคำ ผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาล โดยมี นายกระทง ช่วยเป็นล่ามภาษาให้ ทำให้ทราบว่า เหตุดังกล่าวเกิดเมื่อเวลา 17.30 น. ของวันที่ 27 กันยายนที่ผ่านมา นายลูแวได้เดินไปเก็บผักริมทางใกล้ที่พัก ก่อนจะถูกสุนัขพันธุ์ร็อตไวเลอร์กัดเข้าที่แขนและตามลำตัว จนเป็นบาดแผลไปทั่วร่างกาย


เหตุที่เกิดขึ้นไม่มีผู้ใดพบเห็นและตนได้หมดสติไป ต่อมาตนรู้สึกตัวขึ้นมา จึงได้ตะโกนเรียกหลานชายที่อยู่ใกล้ๆ ให้มาช่วยเหลือ ทั้งนี้ตนทราบดีว่าสุนัขตัวดังกล่าวเป็นของใคร ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบปากคำผู้เสียหายจนแล้วเสร็จ และเดินทางไปสอบปากคำหลานชายของผู้บาดเจ็บ รวมทั้งตรวจหาหลักฐานในที่เกิดเหตุว่าอยู่ในพื้นที่ของใคร ซึ่งหากพบว่าเป็นการละเลยจนทำให้สุนัขไปกัดผู้อื่น ทำให้ได้รับบาดเจ็บและเกิดความเสียหาย ก็จะต้องดำเนินคดีกับเจ้าของสุนัขต่อไป


ขอขอบคุณข้อมูล:  sanook.com


โพสต์โดยสมาชิก : Ao




menu FIND US ON FACEBOOK arrow


menu ข่าวล่าสุด arrow