Social :



รัฐ มอบโฉนดที่ดิน 1 พันแปลง ในพื้นที่ จ.นราธิวาส แก้ปัญหาการออกหนังสือแสดงสิทธิ์ในที่ดินในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

26 ก.ค. 59 17:09
รัฐ มอบโฉนดที่ดิน 1 พันแปลง ในพื้นที่ จ.นราธิวาส แก้ปัญหาการออกหนังสือแสดงสิทธิ์ในที่ดินในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

รัฐ มอบโฉนดที่ดิน 1 พันแปลง ในพื้นที่ จ.นราธิวาส แก้ปัญหาการออกหนังสือแสดงสิทธิ์ในที่ดินในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

รัฐ มอบโฉนดที่ดิน 1 พันแปลง ในพื้นที่ จ.นราธิวาส


แก้ปัญหาการออกหนังสือแสดงสิทธิ์ในที่ดินในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้




 



นายกรัฐมนตรี เป็นประธานสักขีพยานในการมอบโฉนดที่ดินตามโครงการเดินสำรวจออกโฉนดเพื่อแก้ไขปัญหาการออกหนังสือแสดงสิทธิ์ในที่ดินในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ บริเวณเทือกเขาบูโด- สุไหงปาดี จำนวน 800 ราย จำนวน 1,000 แปลง ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ จ.นราธิวาส

 

 

เมื่อวานนี้ ( 25 ก.ค. 2559) เวลา 11.15 น. ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ จ.นราธิวาส พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานสักขีพยานในการมอบโฉนดที่ดินตามโครงการเดินสำรวจออกโฉนดเพื่อแก้ไขปัญหาการออกหนังสือแสดงสิทธิ์ในที่ดินในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ บริเวณเทือกเขาบูโด สุไหงปาดี จำนวน 800 ราย จำนวน 1,000 แปลง ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ จ.นราธิวาส ประกอบด้วย 6 อำเภอ คือ อ.รือเสาะ อ.ระแงะ อ.บาเจาะ อ.ยี่งอ อ.สุไหงปาดี และ อ.เจาะไอร้อง เพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในด้านเอกสารสิทธิ์และที่ดินทำกิน ในโอกาสเดินทางมาตรวจราชการ จ.นราธิวาส เพื่อติดตามสถานการณ์ด้านความมั่นคงและความก้าวหน้าการดำเนินงานต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเพื่อผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของ จ.นราธิวาสและจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เน้นการมุ่งสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่สอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่ ตลอดจนพบปะและรับฟังความคิดเห็นจากส่วนราชการ ภาคเอกชนและประชาชนในพื้นที่




 



พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวทักทายประชาชนในพื้นที่ โดยกล่าวแสดงความรู้สึกดีใจที่ได้มาพบปะกับประชาชนชาว จ.นราธิวาส ในวันนี้ และมีความห่วงใยต่อประชาชน พร้อมกล่าวว่าเมื่อเข้ามาบริหารราชการแผ่นดินและดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีก็ตั้งใจจะทำสิ่งที่คาดหวังไว้ให้สำเร็จ ให้จังหวัดภาคใต้ทั้งหมดไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง อย่างยั่งยืน ซึ่งนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลคำนึงถึงประชาชนทุกภูมิภาครวมถึงประชาชนใน

3 จังหวัดชายแดนภาคใต้


 

โดยได้มอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มาช่วยปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลทุกข์สุขของประชาชนทุกระดับอย่างทั่วถึง ในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีหน้าที่ที่จะดำเนินการให้พื้นที่และประชาชนมีการป้องกันตนเอง ดูแลและรักษาความปลอดภัยร่วมกันกับกองกำลังของรัฐ ร่วมกันสอดส่องพฤติกรรมผู้ไม่หวังดีไม่ให้ก่อเหตุการณ์ความรุนแรงจนบาดเจ็บ เสียชีวิตและทรัพย์สินได้ ซึ่งตั้งแต่ที่รัฐบาลชุดปัจจุบันเข้ามาบริหารราชการแผ่นดินทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่ สถานการณ์ความไม่สงบลดลงเป็นลำดับตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปัจจุบัน







นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงหัวใจสำคัญของการแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า เป้าหมายสำคัญคือการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้ทุกคนมีคุณภาพเท่าเทียมและทั่วถึง เป็นกลไกสร้างโอกาส สันติสุขและความปรองดองในสังคม โดยใช้การศึกษาเป็นเครื่องมือพัฒนาเศรษฐกิจและความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ทั้งนี้ ทุกคนจะต้องมีการกำหนดเป้าหมายการศึกษาของตนเองให้ชัดเจน รู้จักคิดวิเคราะห์ และรู้จักเรียนรู้ทั้งหลักศาสนาและสายสามัญ รวมถึงสังคมปัจจุบัน และให้สอดคล้องกับความต้องการด้านแรงงานในอนาคต และจะได้มีรายได้มีงานทำ ซึ่งปัจจุบันภาครัฐกำลังเร่งพัฒนาการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

 


อย่างไรก็ตาม ในส่วนของแพทย์ พยาบาล วิศวกร ช่างเทคนิก เมื่อจบการศึกษาออกมาแล้ว รัฐบาลต้องการให้กลับมาทำงานในพื้นที่หรือภูมิลำเนา โดยเฉพาะแพทย์ พยาบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับการบริการทางด้านสุขภาพและรักษาพยาบาลอย่างทั่วถึง


 

พร้อมทั้ง นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความยินดีกับประชาชนชาวมุสลิมทุกคน ที่ได้ร่วมกันถือศีลอดตามหลักศาสนาช่วงเดือนรอมฎอน และขอบคุณที่ทุกคนได้ให้ความร่วมมืออย่างดีในการดูแลเป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่ ทำให้ห้วงเวลาที่ผ่านมาเหตุการณ์การใช้ความรุนแรงลดลง โดยรัฐบาลได้เสนอแก้ไขพระราชบัญญัติส่งเสริมการประกอบพิธีฮัจย์ซึ่งขณะนี้อยู่ในการพิจารณาของสภา เพื่อให้ประชาชนชาวมุสลิมสามารถเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ได้รับความสะดวกและได้รับการดูแลดียิ่งขึ้น

 


นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวแสดงความหวังว่า ในอนาคตอันใกล้นี้ ทุกคนจะร่วมมือร่วมใจกันแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อให้การพัฒนาเกิดขึ้นในทุกมิติและนำภาคใต้ไปสู่ความสันติสุข ความเจริญรุ่งเรืองโดยเร็ว และฝันที่จะเห็น 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นศูนย์กลาง อาหารฮาลาล การศึกษา การแพทย์ ยางพารา สินค้าการเกษตร ประมง อุตสาหกรรม การค้าชายแดน ซึ่ง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีศักยภาพทั้งด้านทรัพยากรและความสามารถของผู้คนที่จะร่วมกันผลักดันสานฝันนี้ให้สำเร็จได้จริง ซึ่งรัฐบาลพร้อมสนับสนุนอย่างเต็มกำลังความสามารถ


 

จากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้พบปะคณาจารย์และนักศึกษาคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ณ ห้องประชุมสภามหาวิทยาลัย ชั้น 2 อาคารสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ก่อนเดินทางไปเป็นประธานการประชุมแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ร่วมกับรัฐมนตรี ผู้บริหารส่วนราชการทั้งส่วนกลางและจังหวัดชายแดนภาคใต้ และภาคเอกชน ณ ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส

 




ทีมข่าวผู้นำท้องถิ่น

โพสต์โดย : ครองแครง