menu เตือน เหยื่อกระทง ไม่ควรรีบแจ้งความ ถ้าตัวแทนลิขสิทธิ์ได้รับมอบอำนาจจริง คดีจะพลิก
date 07 พ.ย. 62 13:11    หมวด: ข่าวเด่น
facebook twitter google plus


เตือน เหยื่อกระทง ไม่ควรรีบแจ้งความ ถ้าตัวแทนลิขสิทธิ์ได้รับมอบอำนาจจริง คดีจะพลิก

เตือน เหยื่อกระทง ไม่ควรรีบแจ้งความ ถ้าตัวแทนลิขสิทธิ์ได้รับมอบอำนาจจริง คดีจะพลิก


เตือน เหยื่อกระทง ไม่ควรรีบแจ้งความ ถ้าตัวแทนลิขสิทธิ์ได้รับมอบอำนาจจริง คดีจะพลิก เผยเด็กไม่ควรรีบแจ้งข้อกล่าวหากลับ ควรปรึกษานักกฎหมาย หรือสภาทนายความจังหวัดเสียก่อน

จากเหตุการณ์ ล่อซื้อกระทง เด็กหญิงวัย 15 ปีคนหนึ่ง ซึ่งถูกตัวแทนลิขสิทธิ์ดำเนินการสั่งให้ทำสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ติดรูปตัวการ์ตูนดัง แต่หลังจากเด็กหญิงนำกระทงไปส่งให้ตามที่นัดเอาไว้ กลับโดนตัวแทนลิขสิทธิ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม เรียกเงินค่าปรับ 50,000 บาท เพื่อเป็นการไกล่เกลี่ย โดยครอบครัวได้เจรจาและจ่ายเงิน 5,000 บาท เพื่อขอจบเรื่อง


ต่อมา บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะตัวแทนลิขสิทธิ์ ของบริษัท San-X ประเทศญี่ปุ่น ชี้แจงว่า ไม่ได้มอบหมายให้ผู้ใดจับลิขสิทธิ์ผิดกฎหมาย จนทีมจับกระทงที่อ้างว่าเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์การ์ตูนดังออกมาชี้แจง โดยอ้างว่าได้รับมอบอำนาจจากประเทศญี่ปุ่น ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น


จากการกล่าวอ้างดังกล่าว ผู้ใช้เฟซบุ๊ก LegalCounse Svangmek โพสต์แสดงความคิดเห็นว่า ถ้าหนุ่มตัวแทนลิขสิทธิ์ได้รับมอบอำนาจจริง คดีจะพลิก ดังนั้นแนะนำให้เด็กและผู้ปกครองที่เสียหาย ปรึกษาทีมนักกฎหมายให้รอบคอบก่อน ตัดสินใจดำเนินคดี เนื่องจากกระแสมาแล้วก็ไป แต่คดีความจะถูกดำเนินการไปอีกเป็นปีๆ

“_ ถ้าเขาได้รับมอบอำนาจมาจริง รูปคดีจะเปลี่ยนไป เพราะเขามีพยานหลักฐานว่าน้องคนขาย ได้ประกาศขายกระทงที่มีรูปตัวการ์ตูนอยู่ก่อนแล้ว ทั้งใบมอบอำนาจ ทั้งภาพการโพสต์ของน้องผู้หญิง และมีการร้องทุกข์ และพาตำรวจไปจับ
ด้วยในขณะล่อซื้อ จะเห็นว่าเขาได้ทำการโดยมีพยานหลักฐาน #และแจ้ง #เจ้าหน้าที่บ้านเมืองให้ไปดำเนินการ #ให้ อีกทั้ง ผู้ที่เจรจาก็เป็นผู้ปกครองของน้องคนที่ขาย ไม่ได้เจรจากับน้องคนขายโดยตรง และเป็นการเจรจากันที่สถานีตำรวจต่อหน้าตำรวจ

รูปการณ์แบบนี้ ถ้าจะไปแจ้งความว่าเขา กรรโชกทรัพย์ #ผมอยากให้คิดให้ดีๆ #ปรึกษานักกฎหมายจริงๆหลายๆคน เพราะกระแสมาแล้วก็ไป แต่คดีความจะถูกดำเนินการไปอีกเป็นปีๆ วันนี้ แม้ไม่มีใครฟังคนจับลิขสิทธิ์เลย ว่าเขามีพยานหลักฐานอะไร แต่ถ้าคดีถึงศาลแล้ว #ศาลจะดูแต่พยานหลัก#ฐานเท่านั้น กระแสทั้งหลายในวันนี้ เอาไปใช้ในศาลไม่ได้เลยสักนิดเดียว

อย่างที่ผมเคยบอกว่าเป็นกรรโชกหรือเจรจาเพื่อยุติคดี ให้คำนวณดีๆ ผิดพลาดอะไรขึ้นมา #ให้ถามตัวเองว่าคน #ที่จะเดือดร้อนจริงๆคือใคร และสุดท้าย จะมีใครอยู่ช่วยเรากี่คน _”

จากความคิดเห็นของชาวเน็ตคนดังกล่าว นายธวัชชัย ไทยเขียว อดีตรองปลัดกระทรวงยุติธรรม โพสต์แสดงความคิดเห็นในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า เห็นด้วยกับทรรศนะกับข้อเขียนนี้ ถ้าข้อเท็จจริงตามนั้น เด็กก็ไม่ควรรีบแจ้งข้อกล่าวหากลับครับ ควรปรึกษานักกฎหมายหรือยุติธรรมจังหวัด หรือสภาทนายความจังหวัดในพื้นที่นั้นเสียก่อน

แต่อย่างไรผมก็ยังคงยืนยันในมุมมองเดิม หากเห็นว่าผู้กระทำความผิดที่เป็นเด็ก และทำเพื่อช่วยเหลือตนเองเป็นครั้งคราวตามเทศกาลแล้ว ให้เริ่มที่ว่ากล่าวตักเตือน และให้คำแนะนำวิธีการที่ถูกต้องเป็นเบื้องต้นก่อน และที่สำคัญตั้งแต่เริ่มแจ้งข้อกล่าวหา กรณีเป็นเด็กหรือเยาวชนให้ดำเนินการทำตามกฎหมายวิธีพิจารณาความเด็กและเยาวชนแห่งพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัว และวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 อย่างเคร่งครัดครับ

อีกอย่างตัวแทนบริษัทระหว่างผู้ทรงสิทธิ์ในลิขสิทธิ์ในสินค้ากับตัวแทนบริษัทฯ ฝ่ายปราบปรามผู้ละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งมาจากบริษัทแม่เดียวกัน ควรหารือร่วมกันก่อนดำเนินมาตราการใดๆในประเทศไทยก่อนดีหรือไม่ เพราะมันแปร่งๆ ในมิติการบริหารจัดการ ซึ่งหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ควรเข้ามาจัดการเชิงระบบ ดีกว่าทำแบบวาระพิเศษหรือไฟไหม้ฟางครับ

อนึ่ง ถ้าหากจำเป็นต้องมีค่าใช้จ่ายเช่นค่าจ้างทนายความ เงินค่าปล่อยตัวชั่วคราว หรือค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีที่จะเกิดขึ้น ในกรณีที่เด็กไม่สามารถเข้าถึงความเป็นธรรมได้ตามหลักเกณฑ์ก็สามารถขอเงินช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรมผ่านยุติธรรมจังหวัดได้ครับ ข้อแนะนำจากข้าราชการเกษียณที่ผมมีประสบการณ์ฝากให้พิจารณาและตรองดูครับ

 
ขอขอบคุณข้อมูล- ข่าวสด


โพสต์โดยสมาชิก : Ao




menu FIND US ON FACEBOOK arrow


menu ข่าวล่าสุด arrow